เสียงกระสุนปืนนัดแรกที่เจาะทะลุกระจกหน้ารถกระบะสายตรวจ ไม่ได้ทำให้หัวใจของ พ.ต.ต. ภูวดล เต้นระรัวด้วยความหวาดกลัว แต่มันกลับจุดประกายสัญชาตญาณดิบของนักล่าให้ตื่นเต็มตา
"หมอบลง!"
สารวัตรภูคำรามพร้อมกับกระชากร่างบางของ พญ.ธาราริน ให้หลบลงมาอยู่ใต้คอนโซลหน้ารถ แรงเหวี่ยงทำให้ไหล่ของแพทย์นิติเวชกระแทกเข้ากับขอบประตูอย่างจัง แต่ไม่มีเสียงโอ๊ยเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากของเธอ มีเพียงดวงตากลมโตที่ฉายแวววาวด้วยความตื่นตัวท่ามกลางความมืดมิดของโกดังร้างหมายเลข 7 ในเขตอุตสาหกรรมเก่า
"พ.ต.ต. ภูวดล และ พญ.ธาราริน... พวกคุณถูกล้อมไว้หมดแล้ว วางอาวุธแล้วเดินออกมามอบตัวเสียดีๆ!"
เสียงประกาศผ่านโทรโข่งดังก้องสะท้อนไปตามโครงสร้างเหล็ขึ้นสนิมของโกดังร้าง เสียงนั้นบิดเบือนด้วยคลื่นวิทยุจนแหบพร่า แต่น้ำเสียงเหยียดหยามและมั่นอกมั่นใจนั่น... มันไม่ใช่เสียงของตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษอย่างแน่นอน
"เสียงนั่นมาจากชั้นลอยฝั่งทิศตะวันออก..." หมอธารกระซิบชิดริมหูของสารวัตรหนุ่ม กลิ่นกายเฉพาะตัวของเธอที่ผสมผสานระหว่างกลิ่นน้ำยาฟอร์มาลินจางๆ กับความเย็นยะเยือกของยามค่ำคืน พุ่งปะทะประสาทสัมผัสของเขาในพื้นที่แคบๆ นี้ "ระยะห่างประมาณสี่สิบเมตร มุมยิงทำองศาลาดลงมาสามสิบองศา... พวกมันไม่ได้ต้องการจับเรา สารวัตร... พวกมันต้องการไล่ต้อนเราเข้าไปในโซนอับสัญญาณ"
ภูวดลเหลือบมองหญิงสาวในความมืด แววตาของเธอไม่มีความตื่นตระหนกเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงความเยือกเย็นของนักวิทยาศาสตร์ที่กำลังวิเคราะห์ตัวแปรในห้องทดลอง ท่ามกลางกระสุนนัดที่สองและสามที่เจาะทะลุตัวถังรถจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
"คุณนี่มัน... เย็นชาได้ถูกจังหวะจริงๆ นะครับ หมอธาร" ภูวดลกระซิบตอบ ลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านพวงแก้มของเธอ "แต่ผมไม่นิยมตกเป็นเหยื่อให้ใครมาต้อนเล่นหรอกนะ"
มือหนาของนายตำรวจหนุ่มเอื้อมไปปลดล็อกช่องเก็บของหน้ารถ คว้าปืนพกสั้น Sig Sauer P320 ออกมาตรวจสอบแมกกาซีนอย่างรวดเร็ว สายตาคมกริบกวาดมองผ่านกระจกหลังที่แตกละเอียด โครงสร้างของโกดังแห่งนี้เต็มไปด้วยถังสารเคมีเก่าและซากเครื่องจักรขึ้นสนิม ซึ่งถูกทิ้งร้างมานานนับทศวรรษ มันคือเขาวงกตที่สมบูรณ์แบบสำหรับการสังหารหมู่
"จำตอนที่เราตรวจศพคนงานก่อสร้างเมื่อสามวันก่อนได้ไหมครับ?" ภูวดลเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่จริงจัง ท่ามกลางเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ตัวรถเรื่อยๆ
"รอยตัดกระดูกที่ใช้เครื่องมือไฮดรอลิก..." หมอธารต่อประโยคทันทีโดยไม่ต้องคิด สมองของเธอทำงานประสานกับเขาอย่างไร้รอยต่อ "และคราบน้ำมันหล่อลื่นเกรดอุตสาหกรรมที่ติดอยู่ตามซอกเล็บ... พวกมันใช้สถานที่แห่งนี้เป็นจุดอำพรางคดีฆกรรมต่อเนื่อง"
"ถูกต้องครับ" ภูวดลแย้มยิ้มบางๆ ในความมืด เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความบ้าบิ่น "เพราะฉะนั้น ถ้าเราวิ่งออกไปทางประตูหน้าตอนนี้ เราจะกลายเป็นเป้านิ่งให้พวกมันยิงเป็ด... แต่ถ้าเรามุดผ่านท่อระบายน้ำทิ้งด้านหลัง เราจะไปโผล่ที่ลานขนถ่ายสินค้า ซึ่งมีซากตู้คอนเทนเนอร์เป็นกำบัง"
"แล้วคุณมั่นใจแค่ไหนว่าปลายทางของท่อระบายน้ำนั่น จะไม่ใช่หลุมศพที่เราขุดให้ตัวเอง?" หมอธารจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเขา แม้ในความมืด เธอก็ยังสัมผัสได้ถึงแรงดึงดูดอันตรายที่แผ่ออกมาจากตัวชายหนุ่ม
"ไม่มั่นใจเลยสักนิดครับ" ภูวดลตอบอย่างไม่ลังเล มือข้างหนึ่งเอื้อมไปจับข้อมือเรียวของเธอไว้แน่น ผิวเนื้อของเธอยังคงเย็นเฉียบ แต่ชีพจรที่เต้นระรัวใต้ปลายนิ้วของเขากำลังบอกความจริงอีกด้าน "แต่ผมมั่นใจว่า... ผมจะไม่ยอมตายจนกว่าจะได้ไขคดีนี้ให้กระจ่าง และผมก็ไม่อนุญาตให้คุณตายก่อนที่เราจะเถียงกันรู้เรื่องด้วย"
ชั่วขณะนั้น บทสนทนาทั้งหมดหยุดลง ความเงียบงันอันหนักหน่วงเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างคนทั้งสอง แรงดึงดูดทางจิตวิญญาณที่ถูกกดทับไว้ด้วยกรอบของจรรยาบรรณและอุดมการณ์ที่ขัดแย้ง พุ่งพล่านขึ้นมาจนแทบจะเผา and ผลาญอากาศรอบตัว ความใกล้ชิดในสถานการณ์เฉียดตายทำให้กำแพงที่ทั้งคู่สร้างขึ้นพังทลายลงทีละน้อย
*ปัง!*
กระสุนนัดที่สี่เจาะทะลุกระจกมองข้างฝั่งคนขับจนแตกละเอียด เศษแก้วกระจายร่วงกราวลงมาคล้ายฝน
"ไป!"
ภูวดลไม่รอช้า เขาถีบประตูฝั่งผู้โดยสารจนเปิดอ้าออก แรงกระแทกทำให้บานพับส่งเสียงดังลั่น แสงไฟฉายสาดส่องกวาดไปมาบริเวณด้านนอก โกดังทั้งหลังตกอยู่ในสภาวะตึงเครียดถึงขีดสุด สารวัตรหนุ่มใช้ร่างของตนเองเป็นโล่กำบังให้กับแพทย์นิติเวช ก่อนจะดึงตัวเธอพุ่งทะยานออกทางประตูข้าง สู่ความมืดมิดและกลิ่นอับชื้นของซากอุตสาหกรรม
ฝีเท้าของทั้งคู่เหยียบบนพื้นคอนกรีตที่เต็มไปด้วยเศษเหล็กและคราบน้ำมัน รองเท้าหนังส่งเสียงบดขยี้เศษกรวดท่ามกลางเสียงตะโกนไล่หลังของกลุ่มคนร้าย
"มันหนีไปทางโซน B แล้ว! ตามไป!"
เสียงตะโกนก้องกังวานสะท้อนไปตามผนังปูนเปลือย ภูวดลพาหมอธารวิ่งลัดเลาะผ่านซอกอับของเครื่องจักรทอผ้าขนาดใหญ่ที่สูงท่วมหัว โลหะขึ้นสนิมกลายเป็นกำแพงกำบังกระสุนชั้นดี แต่ในขณะเดียวกัน มันก็จำกัดทัศนวิสัยของพวกเขาจนแทบมองไม่เห็นทางข้างหน้า
หมอธารหอบหายใจเล็กน้อย เม็ดเหงื่อผุดขึ้นตามกรอบหน้าเรียวสวย แต่ฝีเท้าของเธอยังคงก้าวตามสารวัตรหนุ่มได้อย่างไม่ลดละ สายตาคมกริบของเธอกวาดมองไปรอบตัวด้วยสัญชาตญาณนักนิติเวช ท่ามกลางความมืดและกลิ่นเหม็นอับของสารเคมี เธอกลับสะดุดตากับสิ่งผิดปกติบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้เงาของแท่นเครื่องจักร
"สารวัตร... หยุดก่อน!" เธอรั้งแขนเสื้อของเขาไว้
ภูวดลชะงักฝีเท้าทันที หันกลับมาคว้าตัวเธอเข้ามาชิดกำแพงเหล็กเพื่อซ่อนเร้นกายจากลำแสงไฟฉายที่กำลังกวาดเข้ามาใกล้ "มีอะไรครับ หมอธาร? พวกมันใกล้เข้ามาแล้วนะ"
"ดูนั่นสิ..." แพทย์นิติเวชพยักเพยิดใบหน้าไปยังพื้นคอนกรีตเบื้องล่าง ใต้กองเศษผ้าขี้ริ้วที่เปื้อนคราบน้ำมัน มีรองเท้าผ้าใบสีดำโผล่อออกมาข้างหนึ่ง และเมื่อใช้แสงไฟจากปลายกระบอกปืนของภูวดลส่องลงไป พวกเขาก็ต้องพบกับภาพที่ทำให้ลมหายใจสะดุด
ร่างของชายหนุ่มในชุดช่างเครื่องนอนคว่ำหน้าอยู่กับพื้น ลำคอมีรอยเขียวช้ำชัดเจนจากแรงรัดของลวดสลิง และที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือ... บนหน้าอกของศพ มีรอยสักรูป "งูพันกางเขน" ซึ่งเป็นสัญลักษณ์เดียวกับคดีฆกรรมปริศนาที่กำลังเป็นข่าวครึกโครม
ภูวดลขมวดคิ้วแน่น ก้มตัวลงตรวจสอบชีพจรอย่างรวดเร็ว "เพิ่งเสียชีวิต... ไม่เกินสิบนาที"
หมอธารย่อตัวลงคุกเข่าลงข้างศพโดยไม่ลังเล แม้สถานการณ์รอบตัวจะกำลังวิกฤต นิ้วเรียวยาวสวมถุงมือยางที่หยิบออกมาจากกระเป๋าเสื้อกาวน์อย่างไร้รอยต่อ บรรจงแหวกคอเสื้อของศพออกเพื่อตรวจสอบร่องรอยการบาดเจ็บอย่างละเอียด แต่ทันทีที่ปลายนิ้วของเธอสัมผัสโดนผิวหนังของศพ แสงไฟฉายจากภายนอกก็สาดส่องเข้ามาปะทะใบหน้าของพวกเขาอย่างจัง พร้อมกับเสียงฝีเท้าจำนวนมากที่วิ่งกรูเข้ามาล้อมรอบทิศทาง
"เจอตัวแล้ว! อยู่ตรงนั้น!"
เสียงตะโกนลั่นพร้อมกับกระบอกปืนนับสิบกระบอกที่เล็งตรงมายังจุดที่พวกเขายืนอยู่ ภูวดลผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เอาตัวบังร่างของหมอธารไว้มิดชิด พร้อมขึ้นลำกล้องปืนในมือเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์แตกหัก
ทว่า... ก่อนที่เสียงคำรามของปืนนัดแรกจะดังขึ้น เสียงปรบมือช้าๆ และกังวานก็ดังแทรกขึ้นมาจากความมืดเบื้องบนชั้นลอย
"ชื่นชมในความพยายามจริงๆ ครับ... ท่านสารวัตร และคุณหมอคนเก่ง"
เสียงทุ้มต่ำ เย็นยะเยือก และคุ้นหูอย่างประหลาดดังขึ้นจากเงามืด ร่างสูงโปรดในชุดสูทสีเข้มก้าวออกมาจากหลังโครงเหล็กโครงสร้างโกดัง ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกบดบังด้วยความมืด แต่รอยยิ้มมุมปากที่สลักอยู่บนใบหน้านั้น... กลับทำให้เลือดในกายของภูวดลเย็นเฉียบลงในพริบตา
ดร.นิติเวชขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามร่วมไขปริศนาอันดำมืดนี้ด้วยกันครับ
กับดักรักซ่อนปริศนา•ตอนที่ 6
เงาในความมืด
ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักซ่อนปริศนา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!