กับดักรักซ่อนปริศนา•ตอนที่ 27

เบื้องหลังหน้ากาก

ผลงานโดย ดร.นิติเวช
“คุณกำลังโกหกผม หรือกำลังโกหกตัวเองอยู่กันแน่ หมอธาร?” เสียงทุ้มต่ำของสารวัตรภูวดลดังขึ้นในความมืดสลัวของห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าหลังเวที กลิ่นกำยานราคาแพงลอยคลุ้งผสมกับกลิ่นอายดินปืนจางๆ ที่ติดตัวเขามา นิ้วเรียวยาวของผม—ในฐานะผู้สังเกตการณ์—กำลังจัดปกเสื้อสูททักซิโด้เนื้อดีให้เข้าที่ ท่ามกลางบรรยากาศที่บีบคั้นจนแทบหยุดหายใจ พญ.ธารารินในชุดราตรีสีดำสนิทที่ขับเน้นผิวขาวจัดจนดูซีดเซียว เธอไม่ได้หันกลับมามองเขา ดวงตาคู่สวยจ้องมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกบานใหญ่ ดวงตานั้นไม่ได้สะท้อนความกลัว แต่มันเต็มไปด้วยรอยร้าวที่ยากจะประสาน “หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ไม่เคยโกหก สารวัตร” เธอตอบ เสียงเรียบเย็นทว่าสั่นไหวที่ปลายเสียง “สิ่งที่ฉันเห็นในแฟ้มประวัติการตายของพ่อคุณ... รอยแผลที่ฐานกะโหลกนั่น มันไม่ใช่ฝีมือของอุบัติเหตุ แต่มันคือลายเซ็นของคนที่กำลังเดินปะปนอยู่ในงานประมูลคืนนี้” ภูวดลก้าวเข้ามาใกล้จนแผ่นหลังของเธอสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากตัวเขา เขาวางมือลงบนบ่าเธอ แรงบีบนั้นหนักแน่นแต่ทว่าแฝงไปด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้ “ถ้าคุณจะทำตัวเป็นเหยื่อล่อในรังหมาป่า ก็ขอให้แน่ใจว่าคุณไม่ได้เอาชีวิตตัวเองไปทิ้งเพียงเพราะอยากรู้ความจริงที่มันเน่าเฟะเกินกว่าจะยอมรับได้” “ความจริงไม่มีคำว่าเน่าเฟะ มีแค่ความจริงที่ถูกเปิดเผยกับความจริงที่ถูกฝัง” เธอหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า ระยะห่างระหว่างกันมีเพียงลมหายใจที่รินรดกัน “คุณกลัวเหรอภู? กลัวว่าถ้าหลักฐานชิ้นนั้นปรากฏออกมา คนที่คุณเคารพที่สุดจะกลายเป็นปีศาจที่คุณต้องล่าเสียเอง” สารวัตรภูวดลนิ่งไป แววตาคมกริบของเขาไหววูบเหมือนเปลวเทียนต้องลม ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความดุดันที่ยากจะคาดเดา เขาโน้มตัวลงมากระซิบข้างหูเธอ “อย่าได้ประเมินหัวใจของผมต่ำเกินไป หมอธาร... และคืนนี้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น อย่าห่างจากสายตาผม” ทั้งคู่ก้าวออกสู่โถงงานประมูลขนาดใหญ่ที่หรูหราจนน่าอึดอัด แสงไฟสีนวลตาขับให้ใบหน้าของแขกเหรื่อผู้ทรงอิทธิพลดูเลือนรางภายใต้หน้ากากแฟนซี เสียงดนตรีคลาสสิกที่บรรเลงสดคลอไปกับเสียงกระซิบกระซาบเรื่องผลประโยชน์มหาศาล ที่นี่ไม่ใช่แค่งานประมูลศิลปะ แต่มันคือตลาดมืดที่มีชีวิตเป็นเดิมพัน ธารารินกวาดสายตามองไปรอบๆ ในฐานะนักนิติเวช เธอไม่ได้มองงานศิลปะ แต่มอง 'จุดตาย' ของผู้คนในห้อง เธอเห็นรอยสักที่ข้อมือซ้ายของชายวัยกลางคนมุมห้อง เห็นความผิดปกติของการจัดวางกำลังรักษาความปลอดภัย และเหนือสิ่งอื่นใด เธอเห็น 'เขา' ชายร่างสูงในชุดสูทสีเทาเข้ม ผู้ที่สวมหน้ากากเงินครึ่งซีกกำลังถือแก้วไวน์ยืนเด่นอยู่บนชั้นลอย นั่นคือเป้าหมาย คนที่เธอเชื่อว่าเป็นกุญแจสำคัญสู่การตายของพี่ชายเธอ และอาจรวมถึงพ่อของภูวดล “นั่นไง” เธอพึมพำ ภูวดลชะงัก สายตาเขาจับจ้องไปยังชายคนนั้นเช่นกัน ก่อนที่เขาจะดึงเธอเข้าหาตัวจนแนบชิด พรางตัวด้วยการขยับจังหวะเต้นรำ “ใจเย็นหมอ ถ้าคุณพุ่งเข้าไปตอนนี้ เราทั้งคู่จะไม่ได้เดินออกจากที่นี่” “เขาถือกล่องไม้ใบนั้นอยู่...” ธารารินกระซิบ “นั่นไม่ใช่ของประมูล มันคือหลักฐานที่ถูกเก็บไว้ในที่ที่คาดไม่ถึงที่สุด” ระหว่างการเต้นรำที่ดูราบรื่น ทั้งคู่ส่งสัญญาณมือให้กันอย่างรู้ใจ ภูวดลทำหน้าที่เบี่ยงเบนความสนใจด้วยการทักทายกลุ่มมาเฟียที่คุมพื้นที่ ส่วนธารารินอาศัยจังหวะชุลมุนขณะที่ชายหน้ากากเงินเดินเข้าสู่ห้องรับรองส่วนตัว แทรกตัวผ่านม่านกำมะหยี่สีแดงเข้าไป ภายในห้องนั้นมืดมิดและเย็นเยียบ กลิ่นสารเคมีจางๆ ลอยมาแตะจมูก เธอรู้ทันทีว่านี่ไม่ใช่ห้องเก็บของธรรมดา แต่เป็นห้องปฏิบัติการขนาดย่อมที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อซ่อนหลักฐานเชิงพันธุกรรม เธอเปิดกระเป๋าคลัทช์ใบเล็ก หยิบอุปกรณ์บันทึกข้อมูลขนาดจิ๋วออกมา แสงไฟจากหน้าจอมือถือส่องให้เห็นไฟล์เอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะ มันเป็นบันทึกการทดลองที่มีตราประทับของสถาบันที่เธอสังกัดอยู่... ตราประทับของพี่ชายเธอ หัวใจของเธอเต้นรัวจนเจ็บหน้าอก เธอรีบเสียบอุปกรณ์เพื่อคัดลอกข้อมูล แต่ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นจากหน้าประตู เธอรีบซ่อนตัวหลังฉากกั้น บรรยากาศเงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเอง “ฉันบอกแล้วว่าอย่าให้ใครตามมา” เสียงทุ้มแหบพร่าดังขึ้นจากเจ้าของห้องที่เพิ่งเดินกลับเข้ามา “ผมแค่อยากแน่ใจว่างานนี้จะไม่มีหนอนบ่อนไส้” อีกเสียงหนึ่งตอบกลับมา น้ำเสียงนั้นคุ้นหูจนธารารินต้องกลั้นหายใจ “หมอธารตายไปแล้วในความคิดของพวกมัน... แต่ถ้าเธอยังขุดคุ้ยเรื่องพ่อของสารวัตรภูวดลขึ้นมาอีก เราต้องกำจัดทั้งคู่ทิ้ง” เจ้าของห้องนั้นคือชายหน้ากากเงิน เขาถอดหน้ากากออกช้าๆ เผยให้เห็นใบหน้าที่ทำให้ธารารินต้องเอามือปิดปากตัวเองไว้เพื่อไม่ให้กรีดร้องออกมา มันไม่ใช่คนแปลกหน้า แต่มันคือคนที่เธอไว้ใจที่สุดในแผนกนิติเวช ในขณะที่เธอกำลังจะถอยหนี ปลายรองเท้าของเธอกลับไปเตะเข้ากับแจกันเซรามิกบนพื้นจนล้มลง เสียงแตกกระจายดังสนั่นท่ามกลางความเงียบ ชายทั้งสองหันขวับมาทางที่เธอซ่อนอยู่ทันที ก่อนที่ความตายจะมาถึงตัว ประตูห้องถูกถีบออกอย่างแรงด้วยฝีมือของภูวดล เขายืนตระหง่านอยู่ตรงนั้นในมือถือปืนเล็งไปที่หัวหน้ากลุ่ม พร้อมกับตะโกนว่า “จบกันสักที... พ่อครับ!” ทว่า... รอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าของชายตรงหน้า กลับไม่ใช่ความกลัว แต่เป็นความเวทนาที่มอบให้กับลูกชายตัวเอง ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดพลิกผันนี้กับผม ดร.นิติเวช ครับ
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักซ่อนปริศนา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%