ศัสตราเวทไร้เสียงกับเสียงเรียกจากเงามืด•ตอนที่ 7

เงื่อนงำในจดหมายเก่า

ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
กลิ่นอายความอับชื้นของกระดาษโบราณผสมผสานกับควันจาง ๆ จากตะเกียงเวทมนตร์ระดับต่ำ ทำให้ห้องเก็บเอกสารส่วนท้ายของหอสมุดกลางในยามวิกาลดูวังเวงยิ่งกว่าป่าช้า ทว่าสำหรับไอริสแล้ว ความเงียบงันนี้นี่เองคือผืนผ้าใบที่เธอมักใช้ฝึกฝนการ 'ฟัง' สิ่งที่โลกพยายามปิดบัง เด็กสาวในชุดคลุมนักเรียนปีสองขยับแว่นกรอบเงินเล็กน้อย นิ้วเรียวยาวจรดยังผิวสัมผัสของชั้นหนังสือไม้โอ๊กเก่าคร่ำครวญ การสั่นสะเทือนระดับไมโครจากแรงดึงดูดของแมนนา (Mana) ตกค้างยังคงทำหน้าที่เป็นตัวบอกทาง แม้เธอจะสูญเสียเสียงพูดและพลังเวทสายดนตรีไปในคืนโศกนาฏกรรมเมื่อปีก่อน แต่การสัมผัสกระแสพลังงานที่ตกค้างในวัตถุ กลับคมชัดยิ่งกว่าประสาทสัมผัสของใครหลายคน "เธอใช้เวลาอยู่ในนี้นานเกินไปแล้วนะ ไอริส" เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบดังขึ้นจากมุมมืดหลังชั้นหนังสือ เซนก้าวเท้าออกมาโดยไร้สุ้มเสียง แสงสีฟ้าอ่อนจากผลึกเวทในมือของเขาส่องให้เห็นโครงหน้าคมคายและแววตาที่ฉายความกังวลลึก ๆ ดวงตาสสีนิลคู่นั้นมองสำรวจร่างเพรียวบางของเธอด้วยความไม่เห็นด้วยเล็กน้อย "ยามวิกาลแบบนี้ อาจารย์ฝ่ายปกครองมักตรวจตราเข้มงวดเป็นพิเศษ หากโดนจับได้ว่าบุกรุกเขตหวงห้ามระดับสาม... ต่อให้ฉันเป็นทายาทตระกูลดยุกก็ช่วยเธออธิบายยาก" ไอริสไม่ได้เอ่ยคำใด—เพราะเธอไม่สามารถทำได้—แต่ริมฝีปากบางเฉียบกลับคลيยิ้มบางเบาที่มุมปากอย่างรู้ทัน มือซ้ายของเธอหยิบม้วนกระดาษหนังแกะสีเหลืองกรอบที่เพิ่งดึงออกมาจากซอกลับหัวของชั้นหนังสือส่งให้เขาแทนคำตอบ เซนขมวดคิ้วเล็กน้อย รับม้วนกระดาษนั้นมาคลี่ออก แสงสว่างจากเวทมนตร์สะท้อนตัวอักษรหมึกเวทที่จางหายไปตามกาลเวลา ข้อความด้านบนระบุหัวข้อไว้อย่างชัดเจน—*บันทึกการส่งตัวผู้ต้องหาคดีละเมิดกฎเกณฑ์เวทมนตร์ต้องห้าม*—และชื่อที่ปรากฏอยู่บรรทัดสุดท้าย ทำให้บรรยากาศรอบตัวอุณหภูมิลดฮวบลงทันที *รุ่นพี่คาลum*... ประธานนักเรียนผู้เพียบพร้อมและหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อเทอมก่อน "นี่มัน..." เซนพึมพำ ดวงตาคมกริบกวาดอ่านลายมือหวัด ๆ ที่เต็มไปด้วยรอยขูดขีด "ไม่ใช่แค่บันทึกการลงโทษธรรมดา แต่มีตราประทับลับของสภาเวทมนตร์ชั้นสูงกำกับอยู่ด้วย... ทำไมเอกสารชิ้นนี้ถึงมาซ่อนอยู่ในโซนหนังสือประวัติศาสตร์ทั่วไปได้?" ไอริสยกมือขึ้นจรดปลายนิ้วลงบนกระดาษแผ่นนั้นอีกครั้ง การสั่นสะเทือนที่เธอรับรู้ไม่ได้มาจากตัวกระดาษ แต่มาจากร่องรอยเวทมนตร์ที่ถูกลบเลือนด้วยคาถาพรางตาขั้นสูง พลังงานความร้อนตกค้างที่ยังหลงเหลือบ่งบอกว่า เอกสารนี้เพิ่งถูกเคลื่อนย้ายหรือมีคนจงใจนำมาซ่อนไว้เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้เอง *มีคนกำลังวางแผนโยนความผิด หรือไม่ก็... กำลังส่งสัญญาณบางอย่างถึงเรา* เซนมองท่าทางครุ่นคิดของเด็กสาวตรงหน้า เขาถอนหายใจยาวอย่างจำยอม ร่างสูงก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างเหลือเพียงแค่คืบ กลิ่นอายเฉพาะตัวของเวทมนตร์ทำลายล้างที่สะกดไว้ภายใต้การควบคุมอย่างเข้มงวดลอยแตะจมูก "เธอฉลาดเกินไปแล้วนะ ไอริส และนั่นคือสิ่งที่ทำให้เธอมักเอาตัวเองเข้าไปพัวพันกับอันตรายที่แม้แต่พวกอาจารย์ยังไม่กล้าแตะ" ไอริสเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาสีเทาประกายมุกของเธอไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความดื้อรั้นและมุ่งมั่นที่จะไขปริศนาให้กระจ่าง เธอเอื้อมมือไปดึงชายเสื้อคลุมของเขาเบา ๆ เป็นเชิงเร่งเร้าให้เขาช่วยถอดรหัสอักขระเวทซับซ้อนที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังกระดาษแผ่นนี้ เซนแค่นหัวเราะในลำคออย่างจนใจ "ให้ตายสิ... สุดท้ายฉันก็ปฏิเสธเธอไม่เคยได้เลยสักครั้ง" นิ้วเรียวแกร่งของชายหนุ่มเปล่งประกายแสงสีเงินยวง เขาใช้วิชาเวทวิเคราะห์ขั้นสูงวาดวงแหวนเวทขนาดเล็กเหนือแผ่นกระดาษ ทันใดนั้น หมึกเวทที่ถูกอำพรางไว้ก็ค่อย ๆ ปรากฏตัวอักษรชุดใหม่ขึ้นมาทีละคำ สารพัดชื่อสถานที่และรหัสผ่านถูกเปิดเผยออกมาทีละน้อย จนกระทั่งเผยให้เห็นประโยคสุดท้ายที่จารึกไว้ด้วยเลือด * 'ความจริงเบื้องหลังหอระฆังไร้เสียง... กำลังรอการชำระบาป' * สิ้นเสียงกระซิบจากตัวอักษรเหล่านั้น แรงสั่นสะเทือนรุนแรงก็พุ่งทะยานขึ้นมาจากพื้นดินใต้ฝ่าเท้า ราวกับมีสัตว์ประหลาดมหึมาตื่นขึ้นจากการหลับใหล หอสมุดสั่นสะเทือนจนฝุ่นละอองโปรยปรายลงมาดั่งหิมะ เซนคว้าเอวบางของไอริสเข้ามาชิดตัวตามสัญชาตญาณ ป้องกันไม่ให้ชั้นหนังสือล้มทับเธอ ทว่า ก่อนที่ทั้งคู่จะได้ทันตั้งตัว เสียงระฆังโบราณจากยอดหอคอยทิศเหนือ—ระฆังที่ถูกประกาศว่าชำรุดและไม่ได้ใช้งานมานานกว่าร้อยปี—ก็ดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นมาท่ามกลางความเงียบสงบของราตรี *ก๊องงงงงง...* เสียงนั้นไม่ได้ดังผ่านอากาศ แต่มันดังก้องตรงเข้ามาในโสตประสาทและจิตวิญญาณโดยตรง ไอริสเบิกตากว้าง ร่างกายแข็งทื่อเมื่อกระแสพลังงานเวทอันคุ้นเคยและน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านเข้ามาในห้อง เซนหน้าถอดสี รีบดึงตัวเธอกดลงหลบหลังเคาน์เตอร์บรรณารักษ์พร้อมกับกางบาตรคุ้ม1กันทันที และในวินาทีที่เงาดำมหึมาทาบทับลงบนหน้าต่างกระจกสีของหอสมุด ร่างของใครบางคนก็ร่วงหล่นกระแทกพื้นกระจกแตกกระจาย เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับกลิ่นอายคาวเลือดทำให้หัวใจแทบหยุดเต้น บุคคลที่ก้าวพ้นม่านเงาดำเข้ามา ไม่ใช่ใครอื่น... แต่คือรุ่นพี่คาลumในสภาพที่ดวงตาทั้งสองข้างกลายเป็นสีดำสนิทไร้แววตา และในมือข้างขวาของเขาถือคถาเวทมนตร์ที่ชุ่มโชกไปด้วยหยาดเลือดสด ๆ ที่ยังหยดติ๋งลงพื้น "เจอตัว... แล้วล่ะครับ" เสียงแหบพร่าผิดมนุษย์เอ่ยขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มฉีกกว้างจนถึงใบหู ขณะที่เงาดำนับร้อยสายพุ่งทะลวงทะยานผ่านหน้าต่างเข้ามาปิดล้อมทั้งสองคนไว้ทุกทิศทาง ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาอันดำมืดนี้ไปพร้อมกับไอริสและเซนนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราเวทไร้เสียงกับเสียงเรียกจากเงามืด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%