ศัสตราเวทไร้เสียงกับเสียงเรียกจากเงามืด•ตอนที่ 6

ปะทะฝีมือกลางหอสมุด

ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
กลิ่นอายของกระดาษโบราณและฝุ่นผงเวทมนตร์ที่ลอยเคว้งคว้างในหอสมุดหลวงยามวิกาล ให้ความรู้สึกหนักอึ้งราวกับอากาศกำลังจะกลายเป็นของแข็ง ความเงียบงันถูกฉีกกระชากด้วยเสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาหยุดนิ่งอยู่เบื้องหน้าชั้นหนังสือหมวดอักขระต้องห้าม ไอริสเงยหน้าขึ้นจากตำราหนังแท้เล่มหนา ดวงตากลมโตสีนิลกวาดมองร่างสูงโปรดของเซนที่ยืนกอดอกพิงเสาหินอ่อน แสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านหน้าต่างกระจกสีขับให้ใบหน้าคมคายนั้นดูเยียบเย็นยิ่งกว่าเคย “เธอตามฉันมาทำไม เซน” ไอริสส่งสัญญาณผ่านการสั่นสะเทือนของมานาที่ปลายนิ้ว—ภาษาไร้เสียงที่เด็กสาวใช้สื่อสารแทนลำคอที่สูญเสียเสียงพูดไป ตั้งแต่วันที่อุบัติเหตุเพลิงเวทพรากเสียงของเธอไปจากโลกใบนี้ มีเพียงเซนเท่านั้นที่แปลความหมายของการสั่นไหวเหล่านี้ได้อย่างแม่นยำ ราวกับเขามีคลื่นความถี่เดียวกันอยู่ในหัวใจ เซนไม่ตอบในทันที เขายกมือขึ้น ปล่อยให้ละอองแสงสีฟ้าครามประกายระยิบระยับรวมตัวกันเป็นลูกแก้วเวทมนตร์ขนาดเท่ากำปั้นบนฝ่ามือ อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงจนเกิดเกล็ดน้ำแข็งเกาะตามสันปกหนังสือบนชั้นวาง “ฉันไม่ได้ตามเธอ... ฉันแค่รู้ว่าคนฉลาดอย่างเธอต้องมาขุดคุ้ยเรื่องบันทึกการทดลองของสภาเวทมนตร์ในโซนนี้แน่ๆ” น้ำเสียงของเขาเรียบเฉย ไร้ซึ่งอารมณ์ แต่แววตาคู่คมกลับไหววับด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ซ่อนเร้น—ความคาดหวัง ความกดดัน และความโดดเดี่ยวที่ถูกแบกรับไว้ภายใต้ชื่อเสียงทายาทตระกูลดยุกผู้ยิ่งใหญ่ “มันอันตรายเกินไป” ไอริสสะบัดมือเบาๆ ส่งกระแสมานาเป็นระลอกคลื่นรูปวงกลมพุ่งเข้าตัดผ่านอากาศ ความถี่ต่ำถูกส่งออกไปเพื่อทดสอบความหนาแน่นของสนามพลังรอบตัว เซนไม่แม้แต่จะขยับตัว เขากวาดปลายนิ้วเพียงครั้งเดียว ลูกแก้วเวทมนตร์ทำลายล้างก็ระเบิดออกเป็นคลื่นกระแทกสีครามที่สลายคลื่นเสียงของไอริสหายไปในอากาศอย่างไร้ร่องรอย แรงปะทะของเวทมนตร์ทั้งสองขั้วทำให้ฝุ่นละอองรอบตัวสะบัดปลิว ไอริสถอยหลังไปหนึ่งก้าว ดวงตาหรี่ลงอย่างใช้ความคิด สายตาของเธออ่านการไหลเวียนของมานาที่หมุนวนรอบตัวเซนได้อย่างทะลุปรุโปร่ง—เวทสายทำลายล้างของเขามีความรุนแรงและดิบเถื่อน แต่มันมีจุดบอดตรงช่องว่างระหว่างจังหวะการหายใจ “เธอคิดจะสู้กับฉันจริงๆ เหรอ ไอริส?” เซนก้าวเข้ามาประชิด ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงไม่ถึงก้าว แรงกดดันจากมานาบริสุทธิ์แผ่ซ่านจนผิวหนังรู้สึกชาหนึบ “เวทสายดนตรีของเธอที่ไร้เสียง... จะเอาอะไรมาสู้กับเวททำลายล้างที่สามารถผ่าครึ่งหอสมุดแห่งนี้ได้ในพริบตา” ไอริสไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวแม้แต่น้อย มุมปากของเด็กสาวหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจ เธอไม่ได้พึ่งพาเสียงเพื่อร่ายเวท แต่เธอใช้ 'จังหวะ' และ 'แรงสั่นสะเทือน' ของทุกสรรพสิ่งในห้องนี้เป็นเครื่องมือ มือเรียวบางยกขึ้นแตะที่พื้นหินอ่อนเบาๆ *กึก... ครืน...* ทันใดนั้น อักขระเวทโบราณที่สลักไว้บนพื้นหินทั่วทั้งโซนหอสมุดก็เรืองแสงสีทองอร่ามขึ้นพร้อมกัน เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงเบสจากเครื่องดนตรีขนาดยักษ์ดังสะเทือนไปทั่วโครงสร้างอาคาร มันไม่ใช่เสียงที่ได้ยินด้วยหู แต่เป็นการสั่นสะเทือนที่วิ่งผ่านฝ่าเท้าขึ้นมาเขย่าหัวใจของเซนโดยตรง แรงโน้มถ่วงรอบตัวเซนถูกบิดเบือนด้วยคลื่นความถี่ที่ไอริสเป็นผู้ควบคุม หนังสือร้อยๆ เล่มบนชั้นลอยเคว้งคว้างขึ้นกลางอากาศด้วยแรงเหวี่ยงที่คำนวณมาอย่างสมบูรณ์แบบ เซนเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ เขาไม่คาดคิดว่าเด็กสาวตรงหน้าจะสามารถใช้สนามพลังของหอสมุดทั้งหลังมาเป็น ‘เครื่องดนตรี’ ในการต่อสู้ได้ ร่างสูงรีบยกมือขึ้นประสานกันเพื่อสร้างบาตรป้องกันสีครามเข้มรองรับแรงกดดันมหาศาลที่กดทับลงมาจากทุกทิศทุกทาง “เธอ... พัฒนาขึ้นอีกแล้วนะ” เซนกัดฟันแน่น เม็ดเหงื่อผุดขึ้นตามไรผมเมื่อแรงสั่นสะเทือนของไอริสเริ่มเจาะทะลวงผ่านเกราะป้องกันเวทของเขาเข้ามาทีละนิด “การอ่านคลื่นกระแสมานาของเธอนี่มัน... น่ากลัวเป็นบ้า” ไอริสส่งคลื่นความถี่สุดท้ายออกไป หยุดการควบคุมทุกอย่างลงในเสี้ยววินาทีก่อนที่บาตรป้องกันของเซนจะแตกละเอียด หนังสือทั้งหมดตกลงสู่พื้นเสียงดังสนั่น ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ความเงียบสงัดกลับคืนมาอีกครั้ง ท่ามกลางหอบหายใจแผ่วเบาของทั้งสองคน เด็กสาวก้าวเข้าไปใกล้เซนที่ยืนนิ่งค้างอยู่ ระยะห่างใกล้เสียจนรับรู้ถึงไออุ่นจากตัวเขา มือบางเอื้อมไปแตะที่ปลายแขนของชายหนุ่ม ส่งสัญญาณเตือนครั้งสุดท้ายผ่านสัมผัส—*อย่าฝืนทำอะไรเกินตัวเพื่อสภาเวทมนตร์อีกเลย* เซนมองหน้าไอริส นัยน์ตาคู่สีฟ้าเข้มฉายแววซับซ้อน เขากำ1หมัดแน่นก่อนจะคลายออกอย่างยอมจำนน “เธอนี่มันดื้อด้านจริงๆ... โอเค ฉันยอมแพ้เรื่องการลอบเข้ามาคนเดียว แต่เรื่องที่เราเจอในบันทึกนั่น มันไม่ใช่แค่เรื่องธรรมดาแน่ๆ ไอริส” ก่อนที่ไอริสจะได้ทันอ่านความหมายจากแววตานั้น เสียงระฆังเตือนภัยระดับฉุกเฉินจากหอคอยกลางโรงเรียนก็ดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมๆ กับหน้าจอระบบภารกิจส่วนตัวที่ปรากฏแสงสีแดงฉานขึ้นตรงหน้าของทั้งคู่โดยไม่ต้องมีใครเรียก [ระบบแจ้งเตือน: ตรวจพบการบุกรุกจากพลังงานแปลกปลอมระดับ SSS บริเวณชั้นใต้ดินเขตต้องห้าม... ผู้อำนวยการและผู้พิทักษ์ถูกกักกัน... ภารกิจบังคับ: หลบหนีหรือเผชิญหน้า] เงาสร้อยสีดำสนิทแผ่ขยายออกมาจากพื้นหินเบื้องล่าง ร่างเงาร่างหนึ่งก้าวทะลุออกมาจากความมืด พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าที่ดังก้องอยู่ในโสตประสาทของไอริสและเซน—เสียงที่ไม่มีใครควรจะได้ยินในสถานที่แห่งนี้ ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาอันดำมืดนี้ไปพร้อมกับไอริสและเซนนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราเวทไร้เสียงกับเสียงเรียกจากเงามืด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%