ศัสตราเวทไร้เสียงกับเสียงเรียกจากเงามืด•ตอนที่ 2

สัมผัสแห่งเงามืด

ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
"เจอตัวแล้ว... เจ้าหนูผู้ขโมยเสียงของข้า" ประโยคคำรามแหบพร่าที่ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของไอริส ไม่ได้เป็นเพียงแค่เสียงก้องในความฝัน แต่มันคือแรงสั่นสะเทือนระลอกใหม่ที่ทิ้งร่องรอยไว้บนแผ่นกระเบื้องหินอ่อนสีเทาเข้มเบื้องหน้า ฝ่ามือเรียวเล็กของเด็กสาวทาบลงบนพื้นผิวเย็นเฉียบ เธอหลับตาลง ปล่อยให้สัญชาตญาณและการรับรู้ผ่านการสั่นสะเทือนทำหน้าที่แทนดวงตาที่มองไม่เห็นกระแสมานา ในอาณาจักรแห่งเวทมนตร์และเสียงดนตรีอันยิ่งใหญ่ของสถาบันอาร์เคเดีย ที่ซึ่งท่วงทำนองแห่งมานาขับขานก้องกังวานทุกค่ำคืนจนกลายเป็นระเบียบสังคม ไอริสกลับเป็นเพียงเศษเสี้ยวความเงียบงัน—เด็กสาวผู้สูญเสียทั้งเสียงพูดและพลังเวทสายดนตรีอันเป็นหัวใจของที่นี่จากเหตุการณ์ประหลาดเมื่อปีก่อน ทว่า ความสูญหายนั้นกลับแลกมาด้วยความสามารถอันน่าตื่นตะลึง เธอมองเห็นความถี่ เธอร์รับรู้รอยร้าว และเหนือสิ่งอื่นใด เธอกำลังสัมผัสได้ถึงบางสิ่งที่กำลังกัดกินโครงสร้างของสถาบันแห่งนี้จากภายใน "เธอทำอะไรอยู่ตรงนั้น ไอริส?" เสียงทุ้มต่ำเรียบเฉยที่เจือความหงุดหงิดเล็กน้อยดังขึ้นจากความมืดของระเบียงทางเดินฝั่งตรงข้าม เซนก้าวเท้าออกมาจากเงาสลัวของเสาหินอัคนี ร่างสูงโปร่งในชุดเครื่องแบบของนักเรียนชั้นปีสองดูโดดเด่นและทรงพลัง แววตาสสีนิลคู่นั้นมองมาที่เธอด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งรำคาญใจและ... ความกังวลที่เขาพยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีเย็นชา ไอริสไม่ได้หันไปทันที เธอยังคงใช้นิ้วชี้แตะลงบนรอยแตกเล็กๆ บนผนังปูนปั้นโบราณ รอยร้าวที่มนุษย์ทั่วไปมองเห็นเป็นเพียงรอยแยกจากความเก่าแก่ แต่นิ้วมือของเธอกลับสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนความถี่ต่ำ—จังหวะชีพจรที่เต้นระรัวราวกับหัวใจของอสุรกายที่กำลังหลับใหล เธอยกมือขึ้น หยิบแผ่นกระดานชนวนและชอล์กสีขาวคู่ใจขึ้นมาเขียนอย่างรวดเร็วด้วยลายมือหวัดๆ แต่ชัดเจน *‘มันไม่ได้เก่าเพราะกาลเวลา... แต่กำลังถูกบางอย่างกัดกร่อนจากด้านใน’* เซนขมวดคิ้วแน่น เขาเดินเข้าไปใกล้ ชายหนุ่มปรายตามองรอยแตกนั้นครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นมือขวาออกไป นิ้วเรียวยาวของเขาเปล่งแสงสีฟ้าครามจางๆ เป็นการตรวจสอบด้วยเวทมนตร์ทำลายล้างขั้นพื้นฐาน—เวทที่ทรงพลังเกินกว่าเด็กวัยเดียวกันจะควบคุมได้อย่างสมบูรณ์ "ไม่มีปฏิกิริยามานา" เซนเอ่ยเสียงเรียบ "มันเป็นแค่หินเสื่อมสภาพตามกาลเวลา ไอริส เธอกำลังคิดมากไปเอง หรือไม่ก็... กำลังหาเรื่องใส่ตัวอีกแล้ว" ไอริสเงยหน้าขึ้น สบตาคู่คมของเด็กหนุ่มผู้เป็นทั้งคู่คิดและคนที่ยอมรับฟังความเงียบของเธอ แววตาของเด็กสาวไม่ได้แสดงความหวาดกลัว แต่ฉายแววความดื้อรั้นและเฉียบคม เธอยื่นกระดานชนวนไปตรงหน้าเขาอีกครั้ง *‘นายลองใช้เวทความถี่ต่ำสะท้อนเข้าไปดูสิ... ถ้ากล้าพอนะ’* มุมปากของเซนกระตุกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเยาะหยันที่มักใช้กั้นกำแพงความรู้สึกปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา "ท้าทายฉันเหรอ เจ้าเปี๊ยก? ถ้าเกิดมันไม่มีอะไรขึ้นมา เธอต้องเป็นคนแบกตำราเวทมนตร์ประวัติศาสตร์เล่มหนาเตอะแทนฉันตลอดเทอมนี้" เด็กสาวพยักหน้ารับคำท้าอย่างไม่ลังเล เซนถอนหายใจยาว พ่นลมหายใจออกทางจมูกอย่างจำยอม เขาหันกลับไปเผชิญหน้ากับผนังหินอีกครั้ง ฝ่ามือแผ่ขยายออก ปล่อยละอองมานาสีฟ้าครามเข้มข้นให้รวมตัวกันที่ปลายนิ้ว ก่อนจะกดมันลงไปตรงจุดกึ่งกลางของรอยร้าว พร้อมกับกระซิบคาถาบทสั้นๆ ที่มีเพียงเขากับไอริสเท่านั้นที่ได้ยิน "เรโซแนนซ์..." *ตูม—!* เสียงระเบิดเบาๆ ดังขึ้นพร้อมกับคลื่นกระแทกที่สะท้อนกลับมาอย่างรุนแรงจนเซนต้องก้าวถอยหลังไปสองก้าว ร่างสูงเซเล็กน้อยแต่ยังคงตั้งหลักได้ ทว่า สิ่งที่ปรากฏต่อสายตาของทั้งคู่กลับไม่ใช่ความว่างเปล่าอย่างที่เซนคาดคิด รอยแตกเล็กๆ นั้นไม่ได้ขยายใหญ่ขึ้นในแนวตั้ง แต่มันกลับ 'ลอกคราบ' ออก ราวกับผิวหนังของงูที่กำลังผลัดใบ เผยให้เห็นช่องว่างมืดมิดด้านหลังผนัง—ช่องว่างที่ไม่ควรจะมีอยู่จริงในแผนผังอาคารเรียนหลักของสถาบัน กลิ่นอับชื้นและกลิ่นคาวสนิมบางเบาโชยออกมาจากรอยแยกนั้น พร้อมกับเสียงกระซิบแผ่วเบาที่ดังเสียดแก้วหู... เสียงที่เต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้ายและคุ้นเคยอย่างประหลาด *‘เจอตัวแล้ว...’* เซนหน้าถอดสี รัศมีมานาป้องกันรอบตัวถูกเรียกใช้งานโดยอัตโนมัติ ดวงตาสีนิลเบิกกว้างเมื่อตระหนักได้ว่านี่ไม่ใช่รอยร้าวธรรมดา แต่มันคือประตูมิติที่ถูกปิดตายด้วยเวทมนตร์โบราณระดับสูง และพวกเขากำลังยืนอยู่หน้าปากถ้ำของบางสิ่งที่ถูกจองจำไว้ ทว่า ก่อนที่เซนจะทันได้คว้าแขนของไอริสเพื่อดึงถอยหลัง พื้นหินอ่อนใต้ฝ่าเท้าของพวกเขาก็เกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงราวกับแผ่นดินไหว แสงไฟจากคบเพลิงเวทมนตร์บนผนังดับวูบลงพร้อมกันในพริบตา ความมืดมิดเข้ากลืนกินทุกสิ่งเหลือเพียงความเย็นยะเยือกที่ไต่ขึ้นมาจากปลายเท้า ในความมืดนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักหน่วง—ไม่ใช่ของมนุษย์—กำลังก้าวเดินเข้ามาใกล้จากอีกด้านหนึ่งของกำแพงที่พังทลาย และเสียงกระซิบสุดท้ายก็ดังขึ้นชิดริมหูของไอริส ราวกับเจ้าของเสียงกำลังยืนอยู่ข้างหลังเธอโดยที่ไม่มีใครทันสังเกต *“ขอบใจนะ... ที่ช่วยเปิดทางให้ข้าออกมารับลมเสียที”* ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความลับอันดำมืดนี้นะคะ บทต่อไปรับรองว่าระทึกใจกว่าเดิมแน่นอนค่ะ!
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราเวทไร้เสียงกับเสียงเรียกจากเงามืด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%