"เจ้ากล้าดีอย่างไร... สหายร่วมสาบานที่ข้าเคยเชื่อมั่น กลับกลายเป็นงูพิษที่รอจังหวะฉกกัดในยามที่ข้าอ่อนแอที่สุดงั้นหรือ?"
เสียงของฉินมู่เฉินเย็นเยียบดุจน้ำแข็งจากหุบเขาหมื่นปี แววตาของเขามิได้แสดงความตื่นตระหนกแม้เพียงเสี้ยว ทว่าไอสังหารที่แผ่ซ่านออกมากลับทำให้มวลอากาศโดยรอบบิดเบี้ยวจนเกิดเสียงกรีดร้องของห้วงมิติ เบื้องหน้าของเขาคือ 'หลี่ซาน' ศิษย์พี่ผู้เป็นที่ไว้วางใจที่สุด บัดนี้ในมือของอีกฝ่ายมิได้ถือด้ามกระบี่ฝึกหัด หากแต่เป็น 'กระบี่โลหิตทมิฬ' อาวุธชั่วร้ายที่สาบสูญไปนานนับศตวรรษ
หลี่ซานแสยะยิ้ม มุมปากฉีกกว้างเผยให้เห็นแววตาที่บ้าคลั่ง "ความเชื่อมั่นคือเครื่องประดับของคนโง่ ฉินมู่เฉิน... เจ้าเก่งกาจเกินไป เก่งจนข้าในฐานะศิษย์พี่ต้องรู้สึกอับอายทุกครั้งที่เห็นเจ้าก้าวหน้าข้ามหัวข้าไปทีละก้าว วันนี้... พลังปราณที่เจ้าอุตส่าห์รวบรวมมา ข้าจะขอเป็นผู้รับสืบทอดต่อจากเจ้าเอง!"
บรรยากาศในโถงบำเพ็ญเพียรลับใต้ดินเงียบสงัดลงฉับพลัน มีเพียงเสียงหยดน้ำที่กระทบพื้นหินดังก้องกังวานดุจเสียงนับถอยหลังสู่ความตาย เซียนจื่อเหยาที่ยืนอยู่มุมมืดของโถง ร่างกายของนางสั่นสะท้านเล็กน้อย มือเรียวงามภายใต้แขนเสื้อกว้างบีบกระชับเข้าหากันจนเส้นเลือดขึ้นเป็นแนว นางมิได้ตกใจกับการทรยศของหลี่ซาน แต่นางตกใจกับ 'ความอ่อนโยน' ที่ฉินมู่เฉินยังคงหลงเหลือไว้ให้กับคนผู้นี้
"ข้าเคยเตือนเจ้าแล้ว..." จื่อเหยาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของนางแผ่วเบาแต่กังวานไปถึงจิตวิญญาณของผู้ฟัง นางก้าวออกมาจากเงามืด แสงจันทร์ที่เล็ดลอดผ่านรอยแยกของผนังถ้ำตกกระทบใบหน้าเย็นชาที่บัดนี้อาบไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความผิดหวัง "คนทรยศที่ไม่รู้จักประมาณตน ย่อมไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะชักกระบี่ขึ้นสู้กับมหาเทพผู้กลับชาติมาเกิด"
หลี่ซานหัวเราะร่า รอยยิ้มนั้นแปรเปลี่ยนเป็นความเกลียดชัง "มหาเทพ? ฮ่าๆ! อดีตคืออดีต! จื่อเหยา เจ้าหลงรักศพที่ไร้วิญญาณไปวันๆ อย่างนั้นรึ? ถ้าเช่นนั้น ข้าจะส่งพวกเจ้าไปรักกันในนรก!"
สิ้นคำประกาศิต หลี่ซานกระโจนเข้าหาฉินมู่เฉินด้วยความเร็วเหนือวิสัย กระบี่โลหิตทมิฬวาดผ่านอากาศทิ้งรอยแยกสีดำสนิทไว้เบื้องหลัง พลังปราณชั่วร้ายแผ่พุ่งออกมากดทับจนพื้นหินใต้ฝ่าเท้าของฉินมู่เฉินแตกร้าวเป็นวงกว้าง ทว่าฉินมู่เฉินกลับเพียงแค่ยืนนิ่งดุจขุนเขา ไร้ซึ่งความเคลื่อนไหวใดๆ จนกระทั่งคมกระบี่จ่อชิดถึงลำคอ
*เคร้ง!*
เสียงกระแทกของโลหะดังกังวานไปทั่วโถง ทว่ามิใช่เสียงของการรับคมกระบี่ แต่มันคือเสียงของ 'จิตสังหาร' ที่ฉินมู่เฉินปลดปล่อยออกมาเพียงเสี้ยววินาที สร้างม่านพลังที่มองไม่เห็นผลักกระบี่โลหิตทมิฬให้กระเด็นออกไปอย่างแรง
"ข้าเคยยกย่องให้เจ้าเป็นพี่ชาย..." ฉินมู่เฉินขยับกายช้าๆ ทุกจังหวะการย่างกรายของเขาแฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาลดุจดั่งฟากฟ้าที่กำลังถล่มลงมา "แต่ในเมื่อเจ้าเลือกที่จะเป็นสุนัขรับใช้ของความมืด ข้าก็ไม่มีเหตุผลอันใดที่ต้องรักษาชีวิตของเจ้าไว้"
ฉินมู่เฉินมิได้ชักกระบี่เทวะทลายฟ้าออกมา ทว่าเขากลับใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางรวบรวมปราณกระบี่จนกลายเป็นประกายแสงสีทองอร่าม ออร่าแห่งมหาเทพหวนคืนสู่ร่างที่แท้จริงอีกครั้ง บรรยากาศรอบกายพลันเปลี่ยนจากความมืดมิดกลายเป็นรัศมีเจิดจ้าที่บีบคั้นลมหายใจของหลี่ซานจนหน้าเขียวคล้ำ
"เจ้า... เจ้าทะลวงผ่านขีดจำกัดนั่นมาได้ตั้งแต่เมื่อไหร่!" หลี่ซานกรีดร้อง ความมั่นใจทั้งหมดมลายหายไปสิ้นเมื่อเผชิญหน้ากับแรงกดดันระดับเทพเซียน
"ความลับของฟ้าดิน มิใช่สิ่งที่คนอย่างเจ้าจะเข้าถึงได้ง่ายๆ"
ทันใดนั้นเอง ผนังถ้ำด้านหลังหลี่ซานพลันระเบิดออก เงาร่างสีดำนับสิบพุ่งเข้ามาสมทบ กลุ่มคนลึกลับที่สวมหน้ากากอสูรพุ่งตรงเข้าหาจื่อเหยา หวังใช้จุดอ่อนเพียงหนึ่งเดียวของฉินมู่เฉินในการข่มขู่ แผนการที่วางไว้มิใช่การต่อสู้เพียงตัวต่อตัว แต่มันคือการรุมกินโต๊ะที่ตระเตรียมไว้เป็นอย่างดี
จื่อเหยาชักกระบี่ประจำกายออกมา พลังน้ำแข็งหนาวเหน็บหมุนวนรอบกาย นางประกาศก้อง "ข้ามิใช่ภาระของเขา และพวกเจ้าจะไม่มีวันได้เห็นวันที่เขาต้องพ่ายแพ้!"
การปะทะเริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือด แสงกระบี่วูบวาบตัดสลับกับปราณปีศาจ ฉินมู่เฉินตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก การที่จะจัดการหลี่ซานนั้นง่ายดายเพียงพลิกฝ่ามือ แต่การที่ต้องปกป้องจื่อเหยาจากศัตรูที่รุมเร้าทำให้เขาก้าวพลาดไปหนึ่งก้าว
หลี่ซานที่เห็นจังหวะโหว่ เงื้อกระบี่โลหิตทมิฬหมายจะแทงเข้าที่แผ่นหลังของฉินมู่เฉินโดยไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม ทว่าในวินาทีที่คมกระบี่ใกล้จะสัมผัสถึงเนื้อหนัง จู่ๆ ร่างของหลี่ซานก็หยุดชะงักลง แววตาของมันเบิกกว้างด้วยความสับสน
มีมือหนึ่งมือ... ทะลุออกมาจากแผ่นอกของหลี่ซาน เลือดสีดำไหลอาบย้อมชุดสีขาวของศิษย์พี่ทรยศจนกลายเป็นสีแดงฉาน
หลี่ซานหันไปมองด้านหลังด้วยความยากลำบาก ภาพที่เห็นทำให้มันสิ้นสติไปทันที ผู้ที่สังหารมันมิใช่ฉินมู่เฉิน มิใช่จื่อเหยา แต่เป็น 'อาจารย์เจ้าสำนัก' ที่ควรจะปิดด่านบำเพ็ญเพียรอยู่บนยอดเขาหิมะชั่วนิรันดร์
"ศิษย์ทรยศ... ตายไปเสียเถอะ" เสียงของอาจารย์เจ้าสำนักเย็นชาและไร้ความเมตตา ทว่าสายตาที่เขามองฉินมู่เฉินกลับเต็มไปด้วยความหวาดระแวงและอาฆาตมาดร้าย
ฉินมู่เฉินชะงักมือลง แววตาสีทองหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่คุ้นเคย กลิ่นอายที่อยู่เบื้องหลังการทรยศทั้งหมด... กลิ่นอายของผู้ที่สั่งการให้หลี่ซานทำลายรากฐานปราณของเขาตั้งแต่แรกเริ่ม
"ท่านอาจารย์..." ฉินมู่เฉินเอ่ยเสียงเรียบ "ในที่สุด ท่านก็เผยตัวออกมาจากเงามืดเสียที"
อาจารย์เจ้าสำนักกระตุกยิ้ม ก่อนจะดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว ประตูกลนับร้อยในห้องลับพลันเปิดออก พร้อมกับกองทัพเซียนผู้มีระดับพลังเหนือกว่าทุกคนในที่นี้ปรากฏตัวขึ้นปิดล้อมพวกเขาทั้งสองไว้
"วันนี้... ทั้งศิษย์ทรยศและมหาเทพผู้หลงยุค จะต้องถูกลบหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์พร้อมกันที่นี่"
ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ยังคงยืนหยัดเคียงข้างเส้นทางกระบี่ของข้าพเจ้าในทุกอุปสรรคที่ถาโถมเข้ามาเช่นนี้ครับ - เพลิงโอสถสวรรค์
วิถีเซียนไร้ลักษณ์ สลักกระบี่เทวะทลายฟ้า•ตอนที่ 28
หายนะจากคนทรยศ
ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีเซียนไร้ลักษณ์ สลักกระบี่เทวะทลายฟ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!