วิถีเซียนไร้ลักษณ์ สลักกระบี่เทวะทลายฟ้า•ตอนที่ 5

การประลองในสำนักชั้นนอก

ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
"หากกระบวนท่าของพวกเจ้ายังคงเบาหวิวราวกับสตรีคัดลอกคัมภีร์เช่นนี้ เกรงว่าแม้แต่สุนัขเฝ้าประตูสำนักกระบี่ไร้ขอบเขต ก็คงไม่ชายตาแลด้วยซ้ำ" น้ำเสียงราบเรียบเยียบเย็นดุจสายน้ำฤดูเหมันต์ดังขึ้นท่ามกลางลานประลองหินอัคคี ศิษย์สายสำนักนอกนับร้อยชีวิตต่างสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความโกรธเกรี้ยว สายตาทุกคู่พุ่งตรงไปยังร่างผอมบางในชุดศิษย์สีครามซีดจาง—ฉินมู่เฉิน บนลานประลองกว้างใหญ่ที่ถูกรายล้อมด้วยเสาศิลาแกะสลักรูปพญามังกร ฉินมู่เฉินยืนไขว่ห้ามือซ้ายไว้เบื้องหลัง มือขวาทอดหลวมลงข้างลำกาย ไม่ได้แม้แต่จะชักกระบี่เหล็กขึ้นมาจากฝัก ความทะนงตนเช่นนี้ในสายตาของศิษย์สายในและผู้อาวุโสคุมกฎ มันคือการหยามเกียรติสำนักอย่างแท้จริง "ไอ้สวะฉินมู่เฉิน! อย่าลำพองให้มันมากนัก!" เสียงคำรามด้วยความเดือดดาลดังขึ้นจาก 'จ้าวเฟิง' ศิษย์พี่ใหญ่อันดับสามแห่งสำนักชั้นนอก ร่างหนากำยำของเขาแผ่ไอพลังปราณแท้จริงขั้นที่ห้าออกมารุนแรงจนพื้นศิลาใต้เท้าแตกร้าวเป็นลายงูเห่า ในมือของเขาถือกระบี่เหล็กกล้าชั้นดีที่อาบด้วยโลหิตอสูร ประกายแสงสีชาดสะท้อนกับแสงอาทิตย์ยามบ่ายวาดเป็นวิถีโค้งที่น่ากลัว จ้าวเฟิงเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับผลประโยชน์จากตระกูลจ้าว สายสกุลใหญ่ผู้เคยเหยียบย่ำฉินมู่เฉินให้จมดิน การที่ขยะไร้ค่าซึ่งควรจะกลายเป็นปุ๋ยใต้ต้นท้อวิญญาณกลับฟื้นคืนชีพและแสดงท่าทีเย่อหยิ่งเช่นนี้ ย่อมเป็นสิ่งที่เขาไม่อาจยอมรับได้ด้วยศักดิ์ศรีของยอดฝีมือรุ่นเยาว์ ฉินมู่เฉินไม่แม้แต่จะชายตามองคู่ต่อสู้ ดวงตาคู่คมกริบดุจเหยี่ยวสวรรค์ทอดมองไปยังขอบฟ้าไกลโพ้น ที่ซึ่งยอดเขาเมฆาคล้อยลอยเด่น ที่นั่น... ณ ตำหนักกระบี่เมฆาคล้อย มีสายตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องลงมา สายตาที่เย็นชาและโดดเดี่ยวไม่แพ้กัน—เซียนจื่อเหยา ผู้อาวุโสลำดับหนึ่งผู้ครอบครองกระบี่ไร้ขอบเขต นางกำลังยืนสงบนิ่งอยู่หลังม่านมุกไพฑูรย์ แม้ระยะทางจะห่างไกลนับพันวา แต่ฉินมู่เฉินสัมผัสได้ถึงไอเย็นเยียบของกระบี่หิมะครามที่คุ้นเคย นางยังคงเฝ้ารอ... รอวันที่เขาจะก้าวข้ามผ่านขุนเขานี้ไปยืนเคียงข้างนางอีกครา "เจ้าเหม่อมองสิ่งใด! รับความตายเสียเถอะ!" จ้าวเฟิงบันดาลโทสะจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน พลังปราณทั้งหมดถูกอัดฉีดเข้าไปในตัวกระบี่จนเกิดเสียงหวีดหวิวเสียดแทรกโสตประสาท มันคือเคล็ดวิชา 'กระบี่พยัคฆ์คำราม' กระบวนท่าที่รุนแรงที่สุดของสำนักชั้นนอก เปลวเพลิงสีชาดพวยพุ่งขึ้นห่อหุ้มคมกระบี่ราวกับพยัคฆ์ร้ายที่อ้าปากเตรียมกลืนกินวิญญาณ ศิษย์หลายคนถึงกับหลับตาลงด้วยความหวาดกลัว บางคนส่งเสียงอุทานด้วยความตกใจ รัศมีกระบี่นี้รุนแรงเกินกว่าที่ศิษย์สายสำนักนอกจะรับมือได้ แม้แต่ผู้อาวุโสคุมกฎที่นั่งอยู่บนอัฒจันทร์ยังต้องขมวดคิ้วมุ่นเตรียมยื่นมือเข้าช่วยเหลือ หากช้าไปเพียงเสี้ยวลมหายใจ ศิษย์น้องฉินผู้นี้คงถูกผ่าเป็นสองซีกอย่างแน่นอน ทว่า... ฉินมู่เฉินยังคงนิ่งสนิท ราวนกกระเรียนป่าที่ยืนหยัดท่ามกลางพายุฝน ร่างกายของเขาไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย จนกระทั่งปลายกระบี่สีชาดพุ่งเข้ามาห่างจากหว่างคิ้วไม่ถึงชั่วนิ้ว— *ฟรุบ!* ไม่มีใครมองทันว่าเขาขยับเช่นไร เร็วยิ่งกว่าสายฟ้าแลบ เร็วยิ่งกว่าความคิดของมนุษย์! ฉินมู่เฉินเพียงแค่ก้าวเท้าซ้ายออกไปครึ่งส่วน ร่างกายเอี้ยวหลบวิถีกระบี่อย่างแนบเนียนราวกับสายลมที่พัดผ่านยอดไผ่ ปลายนิ้วเรียวยาวดุจหยกขาวดีดลงบนสันกระบี่เหล็กกล้าของจ้าวเฟิงเบาๆ ทว่าดุจดั่งขุนเขาไท่ซานกดทับลงมาในคราเดียว! *เคร้ง!* เสียงโลหะปะทะกันกังวานก้องสะท้อนไปทั่วหุบเขา พลังปราณที่อัดแน่นนับสิบปีของจ้าวเฟิงแตกสลายในพริบตา ราวกับฟองสบู่ที่ถูกเข็มเจาะ ร่างกำยำสะท้านเฮือก ดวงตาเบิกโพ้างγด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด กระบี่ในมือหลุดร่วงลงพื้นพร้อมกับกระแสลมปราณย้อนกลับที่ทำลายเส้นชีพจรทั่วร่างของเขาจนหมดสิ้น *อั๊ก!* โลหิตสีดำทะลักออกมาจากปากของจ้าวเฟิง ร่างทั้งร่างทรุดฮวบคุกเข่าลงต่อหน้าฉินมู่เฉินอย่างหมดสภาพ ท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุมลานประลองราวกับป่าช้า ทุกคนอ้าปากค้าง สมองขาวโพลนไร้ซึ่งกระบวนการคิด หนึ่งกระบวนท่า... ใช้เพียงนิ้วเดียวและไร้ซึ่งการชักกระบี่! สยบยอดฝีมืออันดับสามแห่งสำนักชั้นนอกผู้มีพลังปราณแท้จริงขั้นที่ห้าได้อย่างราบคาบ! นี่มันสัตว์ประหลาดตนใดกัน! ฉินมู่เฉินก้มมองศัตรูที่นอนหมอบอยู่แทบเท้า แววตาไม่มีความเย่อหยิ่งสะใจ มีเพียงความว่างเปล่าและเย็นชาดุจเทพเซียนมองดูมดปลวก เขาหมุนตัวกลับอย่างเชื่องช้า ชายเสื้อสีครามสะบัดพลิ้วตามแรงลมยามอัสดง "วิถีกระบี่ของสำนักกระบี่ไร้ขอบเขตในยุคนี้ เสื่อมถอยลงจนน่าอนาถถึงเพียงนี้เชียวหรือ" เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นลอยๆ ทว่าก้องกังวานบาดลึกถึงวิญญาณของทุกคนที่ได้ยิน ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังตกอยู่ในความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวนั้นเอง มิติเบื้องบนลานประลองก็เกิดรอยแยกสีดำสนิท สายฟ้าสีม่วงเข้มเส้นหนึ่งผ่าผ่าลงมาจากท้องฟ้าที่ไร้เมฆฝนอย่างไร้สุ้มเสียง พลังกดดันระดับมหาเทพกดทับลงมาจนศิษย์ทุกคนล้มลงหมอบกับพื้นทันที เงาร่างหนึ่งในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ราวกับเกล็ดหิมะ ปรากฏขึ้นกลางอากาศอย่างไร้ร่องรอย กลิ่นอายกระบี่ที่เย็นเยียบจนแช่แข็งวิญญาณแผ่ขยายออกไปทั่วสารทิศ นางคือเซียนจื่อเหยา ผู้อาวุโสลำดับหนึ่งที่ควรจะอยู่บนตำหนักเมฆาคล้อย บัดนี้นางกลับมายืนอยู่เบื้องหน้าฉินมู่เฉินด้วยใบหน้าที่เย็นชาไร้ความรู้สึก ทว่าแววตาคู่สวยกลับสั่นไหวเล็กน้อยยามกวาดมองร่องรอยพลังปราณที่เขาเพิ่งใช้ไป "ฉินมู่เฉิน..." น้ำเสียงไพเราะดุจระฆังหยกเอ่ยเรียกชื่อเขาเบาๆ ทว่าแฝงด้วยความหมายล้ำลึกที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ "วิชาที่เจ้าใช้เมื่อครู่... เหตุใดจึงคล้ายคลึงกับ 'กระบี่สลายสวรรค์' ของมหาเทพผู้ร่วงหล่นผู้นั้นนัก?" เพลิงโอสถสวรรค์ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางทะยานสู่ห้วงมิติเซียนไปด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีเซียนไร้ลักษณ์ สลักกระบี่เทวะทลายฟ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%