"กลิ่นอายโลหิตจางๆ เช่นนี้... เจ้าเพิ่งผ่านการสังหารล้างบางศิษย์สายในมาสามคนกระนั้นหรือ, ฉินมู่เฉิน?"
สุ้มเสียงนั้นเย็นเยียบดุจธารน้ำแข็งหมื่นปี ร่วงหล่นลงมาจากห้วงอากาศอย่างไร้ซุ่มเสียง ทว่ากลับกดทับไอปราณรอบกายให้หยุดนิ่งค้างเติ่งในทันที
ฉินมู่เฉินไม่แม้แต่จะสะดุ้งสะเทือน ร่างกายผอมบางในชุดศิษย์ปลายแถวสีเทาหม่นยังคงยืนหยัดตรงแน่ว Dวายตาสีดำสนิทคู่ขลับเบนขึ้นสบประสานกับร่างระหงที่ลอยตัวอยู่เหนือยอดไผ่เขียวชอุ่ม นางสวมอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ปักลายเมฆาด้วยด้ายเงินยวดยวง ใบหน้ารูปไข่ไร้ที่ติราวน้ำสลัก ทว่าความเย็นชาและไอปราณกดดันระดับ 'แดนรวบรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์' ที่แผ่ออกมาจากร่าง กลับทำให้สรรพสิ่งรอบบริเวณแทบไม่กล้าหายใจแรง
เซียนจื่อเหยา... ผู้อำนวยการฝ่ายวินัยและผู้อาวุโสลำดับหนึ่งแห่งสำนักกระบี่ไร้ขอบเขต
สตรีผู้ขึ้นชื่อว่าหัวใจด้านชาไร้ความรู้สึก เมตตาธรรมไม่เคยอยู่ในพจนานุกรมของนาง แม้แต่เหล่าผู้อาวุโสร่วมรุ่นยังต้องหลบทางให้ยามที่นางก้าวผ่าน ทว่าในยามนี้ ดวงตาดั่งหยกสีครามคู่นั้นกลับกำลังพินิจพิเคราะห์เด็กหนุ่มเบื้องล่างด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก
"ผู้อาวุโสจื่อเหยาเข้าใจผิดแล้วกระมัง" ฉินมู่เฉินแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มนั้นมิได้มีความหวาดกลัว เจือไว้ด้วยความเย้ยหยันอันลึกล้ำที่แม้แต่มหาเทพผู้หวนคืนก็ยังมิอาจซ่อนเร้น "ศิษย์เพียงแค่สั่งสอนสุนัขที่เห่าหอนไม่ดูตาม้าตาเรือ สุนัขเหล่านี้สมควรตายหรือไม่อย่างไร สำนักกระบี่ไร้ขอบเขตย่อมมีกฎเกณฑ์ตัดสิน แต่การที่ผู้อาวุโสลงมาตรวจตราด้วยตนเองถึงเรือนพักศิษย์ปลายแถวเช่นนี้ เกรงว่าจะให้เกียรติข้ามากเกินไปหน่อยกระมังครับ"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ลมหายใจของฉินมู่เฉินเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ทว่าภายในจุดตันเถียน เมล็ดพันธุ์กระบี่ไร้ลักษณ์กำลังหมุนวนดูดซับไอปราณรอบตัวอย่างบ้าคลั่ง เพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจพลิกผันได้ทุกเมื่อ
เซียนจื่อเหยาหรี่ตาลงเล็กน้อย ปลายกระบวนท่ามือเรียวดุจหยกขาวของนางไขว้ไว้เบื้องหลัง ความกดดันรอบตัวพลันมลายหายไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้น ทว่าความตึงเครียดกลับเพิ่มทวีคูณเมื่อนางก้าวเท้าเดินกลางอากาศลงมาทีละก้าว ราวกับเหยียบบันไดที่มองไม่เห็น
"เจ้าเปลี่ยนไป..."
น้ำเสียงของนางแผ่วเบาจนแทบปลิวหายไปกับสายลม แต่กลับก้องกังวานอยู่ในจิตวิญญาณของฉินมู่เฉิน
"เมื่อเดือนก่อน เจ้ายังเป็นเพียงเศษสวะที่ยอมก้มหัวให้คนอื่นเหยียบย่ำ ดวงตาคู่นั้นไร้ประกาย ไร้จิตวิญญาณ ดั่งคนใกล้ตายไร้หนทางเยียวยา แต่ในยามนี้..." จื่อเหยาหยุดยืนห่างจากเขาเพียงสามก้าว กลิ่นอายหอมเย็นเยือกดั่งดอกเหมันต์ในหุบเขาเร้นลับโชว์เข้าจมูก "ในดวงตาของเจ้า กลับซ่อนเร้นมหาสมุทรที่หลับใหล... และกระบี่ที่แหลมคมจนแม้แต่ข้ายังรู้สึกระคายผิว"
ฉินมู่เฉินลอบสูดหายใจลึก เขารู้ดีว่าสายตาของสตรีผู้นี้เฉียบคมปานใด นางคือผู้สำเร็จวิชา 'จิตกระบี่เหมันต์นิรันดร์' ย่อมมีความไวต่อจิตสังหารและแก่นแท้พลังวิญญาณสูงส่งยิ่งกว่าผู้ใดในสำนัก การจะปิดบังตัวตนที่แท้จริงต่อหน้าเซียนจื่อเหยาไม่ใช่เรื่องง่ายเลยแม้แต่น้อย
"คนเราย่อมต้องเติบโตเมื่อเผชิญหน้ากับความตาย ผู้อาวุโสโปรดอย่าได้ใส่ใจกับความเปลี่ยนแปลงของมดปลวกตัวหนึ่งเลยครับ" ฉินมู่เฉินตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไหล่ทั้งสองข้างผ่อนคลาย ทว่ากล้ามเนื้อทุกมัดกลับพร้อมระเบิดพลังออกได้ทันที
"มดปลวกงั้นหรือ?" มุมปากอิ่มของเซียนจื่อเหยากระตุกขึ้นเล็กน้อย คล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม ทว่าแววตาคู่นั้นกลับสั่นไหวอย่างรุนแรงโดยที่ไม่มีใครล่วงรู้ "มีมดปลวกที่ไหนที่สามารถใช้กระบวนท่าไร้ลักษณ์ สังหารศิษย์สายในระดับหลอมรวมลมปราณขั้นเจ็ดโดยไร้ร่องรอยการใช้พลังธาตุได้? เจ้าซ่อนวิชาอันใดไว้... ฉินมู่เฉิน"
บรรยากาศรอบตัวพลันหนักอึ้งขึ้นมาทันที ปราณกระบี่ไร้รูปของจื่อเหยาแผ่พุ่งออกมาราวกับเส้นด้ายนับพันที่เตรียมพัวพันร่างของเขาไว้ นางไม่ได้มาเพื่อจับกุมเขา แต่มาเพื่อ 'ค้นหาคำตอบ'
ฉินมู่เฉินเงยหน้าขึ้นสบตากับนางตรงๆ ในแววตาคู่สีดำสนิทนั้นไม่มีความหวาดหวั่น มีเพียงความท้าทายที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์อันน่าประหลาด ความเงียบงันระหว่างทั้งสองราวกับกาลเวลาหยุดนิ่ง สตรีผู้สูงศักดิ์ เย็นชา ดั่งเซียนผู้ตัดขาดจากโลกีย์ กับเด็กหนุ่มผู้มีวิญญาณของมหาเทพที่ร่วงหล่น ทว่ากำลังจะผงาดขึ้นท้าทายฟ้าดินอีกครา
มือเรียวบางของเซียนจื่อเหยายื่นออกไปช้าๆ ปลายนิ้วเรียวยาวแตะลงที่กลางหน้าผากของฉินมู่เฉินโดยที่เขาไม่ทันได้ขยับหลบ ไอปราณเย็นเยียบพุ่งทะลวงเข้าสู่ห้วงทะเลจิตของเขาในเสี้ยววินาที!
ฉินมู่เฉินคำรามต่ำในลำคอ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อพบว่าพลังจิตของนางกำลังพยายามสำรวจความทรงจำและแก่นแท้ของเขา ทว่าในวินาทีที่ไอปราณของนางแตะโดนผนึกโบราณในจิตวิญญาณ—
*เปรี้ยง!*
เสียงสายฟ้าฟาดคำรามก้องในความว่างเปล่า แรงสะท้อนอันน่าสะพรึงกลัวซัดร่างของเซียนจื่อเหยาถอยหลังไปสามก้าวเต็มๆ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกเป็นครั้งแรกในรอบร้อยปี!
นางกระอักเลือดสีแดงสดออกมาคำโต หยดลงบนอาภรณ์สีขาวดั่งดอกเหมันต์ต้องมลทิน ทว่านางกลับไม่สนใจอาการบาดเจ็บแม้แต่น้อย เงยหน้าขึ้นมองเด็กหนุ่มเบื้องหน้าด้วยความตกตะลึงระคนหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด
"วิชา... นั่นมันวิชาอะไรกัน..." เสียงของจื่อเหยาสั่นระริกเล็กน้อย
ฉินมู่เฉินยกมือขึ้นเช็ดคราบเหงื่อที่ซึมตามไรผม แววตาของเขากลายเป็นเย็นชาดุจเหล็กไหล ไร้ซึ่งความอ่อนโยนเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง เขาขยับเข้าไปใกล้ร่างระหงที่ยังคงยืนตะลึงงัน กระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาข้างใบหูของนาง
"บางสิ่ง... หากรู้มากเกินไป แม้แต่เซียนก็อาจร่วงหล่นจากสวรรค์ได้นะครับ ผู้อาวุโสจื่อเหยา"
เพลิงโอสถสวรรค์ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางทะยานสู่ห้วงมิติเซียนไปด้วยกันนะครับ
วิถีเซียนไร้ลักษณ์ สลักกระบี่เทวะทลายฟ้า•ตอนที่ 6
นัยน์ตาสีน้ำแข็งของนางเซียน
ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีเซียนไร้ลักษณ์ สลักกระบี่เทวะทลายฟ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!