วิถีเซียนไร้ลักษณ์ สลักกระบี่เทวะทลายฟ้า•ตอนที่ 4

รากปราณที่หวนคืน

ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
"เลือดในกายเจ้า... เหตุใดจึงยังไหลวนด้วยจังหวะที่ต่ำต้อยถึงเพียงนี้?" สุ้มเสียงเยียบเย็นราวกับธารน้ำแข็งพันปีดังสะท้อนก้องกังวานอยู่ในหุบเขาอัสดง เซียนจื่อเหยา องค์หญิงแห่งสำนักกระบี่ไร้ขอบเขตยืนอยู่เบื้องหน้า ร่างระหงในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์สะท้อนแสงจันทร์ยามวิกาลจนดุจดั่งภาพวาดเซียน ทว่าแววตาคู่คมกลับจับจ้องไปยังร่างของเด็กหนุ่มที่กำลังคุกเข่าทรุดฮวบลงกับพื้นด้วยความยากลำบาก ฉินมู่เฉินหอบหายใจหนักหน่วง เม็ดเหงื่อกาฬไหลย้อยอาบโครงหน้าคมคายที่ซีดเผือด ภายในร่างของเขาตอนนี้ ราวกับมีอัคคีโลกันต์และมวลน้ำแข็งหมื่นปีพยายามฉีกกระชากเส้นชีพจรทั้งเก้าสิบเก้าสายให้ขาดออกจากกัน รากปราณเดิมที่เคยแตกสลายและถูกตราหน้าว่าเป็น "ขยะแห่งสำนัก" กำลังส่งเสียงกรีดร้องโหยหวน ราวกับวิญญาณร้ายที่ถูกจองจำในขุมนรกโลกันต์มานับพันปี "ศิษย์... ผู้นี้..." ฉินมู่เฉินเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบที่เคยพังทลายกลับเปล่งประกายแสงสีทองเรืองรองลึกล้ำราวกับดวงดาราในห้วงจักรวาลที่เพิ่งตื่นจากการหลับใหล "หาใช่ต่ำต้อย... แต่เป็นเพราะมันหนักหนาเกินกว่าที่ฟ้าดินจะแบกรับไว้ต่างหาก!" สิ้นคำพูดนั้น แรงกดดันมหาศาลก็ระเบิดออกจากร่างของเด็กหนุ่ม ท้องฟ้าเหนือหุบเขาอัสดงที่เคยกระจ่างใสกลับแปรเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้ม เมฆทมิฬม้วนตัวเป็นเกลียวคลื่นหมุนวนราวกับพายุวิบัติ สายฟ้าสีครามฟาดผ่าลงมาอย่างไร้ความปรานี ทว่ามันกลับไม่ยอมแตะต้องร่างของฉินมู่เฉิน หากแต่หมุนวนปกป้องรอบตัวเขาดุจดั่งมังกรคลั่งที่กำลังคำรามก้อง เซียนจื่อเหยาถึงกับนิ่วหน้า นางก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว ปราณกระบี่ในกายของนางสั่นสะท้านอย่างรุนแรงจนฝักกระบี่หยกขาวข้างกายส่งเสียงร้อง "กริ๊ง..." ดังกังวาน นางจ้องมองฉินมู่เฉินด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะบรรยาย ความเย็นชาดุจน้ำแข็งที่นางใช้ห่อหุ้มจิตใจมาตลอดหลายร้อยปี บัดนี้กลับถูกแผดเผาด้วยไอปราณอันร้อนแรงที่คุโชนขึ้นมาจากก้นบึ้งหัวใจของชายหนุ่มผู้นี้ *ปราณนี้... หรือว่าเขาจะ...* "ตั้งสติ!" เซียนจื่อเหยาเอ่ยเสียงเฉียบขาด นางตวัดมือเรียวยาววาดอักขระเวทกลางอากาศ แสงสีฟ้าครามแผ่ขยายออกเป็นค่ายกลปก คลุมร่างของฉินมู่เฉินเอาไว้เพื่อช่วยแบ่งเบาทัณฑ์สวรรค์ที่กำลังโถมกระหน่ำ "รากปราณไร้ลักษณ์ที่เจ้าดึงดันจะเปิดมันขึ้นมา ไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์หรือแม้แต่เซียนบนสรวงสวรรค์จะครอบครองได้ หากเจ้าใจเสาะเพียงเสี้ยววินาที วิญญาณของเจ้าจะถูกบดขยี้จนไม่เหลือแม้แต่เศษธุลี!" ฉินมู่เฉินเงยหน้าขึ้นสบตาเซียนจื่อเหยา รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก แม้ใบหน้าจะอาบไปด้วยคราบเลือด แต่นัยน์ตากลับทอประกายความทะนงตนที่ฟ้าดินก็มิอาจสยบ "ศิษย์พี่จื่อเหยา..." เขากล่าวด้วยน้ำเสียงแหบพร่าแต่ทรงพลัง "ท่านกลัวหรือ... กลัวว่าข้าในวันนี้ จะไม่ใช่เด็กหนุ่มที่คอยหลบอยู่เบื้องหลังเงากระบี่ของท่านอีกต่อไปแล้ว?" หัวใจของเซียนจื่อเหยา กระตุกวูบอย่างรุนแรง ภาพอดีตอันเลือนรางซ้อนทับกับปัจจุบัน มหาเทพผู้เคยเคียงบ่าเคียงไหล่นางในสงครามบรรพกาล บัดนี้ได้หวนคืนสู่ร่างของศิษย์ปลายแถวผู้นี้แล้วอย่างสมบูรณ์! "ข้าไม่เคยกลัวสิ่งใด..." เซียนจื่อเหยาแค่นเสียงตอบ ทว่าพวงแก้มขาวเนียนกลับขึ้นริ้วสีแดงเรื่อจางๆ ที่แม้แต่ความมืดมิดก็มิอาจซ่อนเร้น "ข้าเพียงแต่... รำคาญที่จะต้องคอยเก็บกวาดซากศพของเจ้าต่างหากเล่า!" "เช่นนั้นก็จงดูให้ดีเถิด..." ฉินมู่เฉินคำรามลั่นฟ้าดิน กางแขนออกทั้งสองข้าง เส้นชีพจรทั่วร่างระเบิดแสงสว่างเจิดจ้าดุจสุริยันพันดวงแผดเผา นี่คือ "การเปิดสภาวะกายาเทวะครั้งแรก" — กายาที่ถูกลืมเลือน กายาที่สวรรค์ต้องหวาดกลัว และเป็นก้าวแรกแห่งการเหยียบย่ำกฎเกณฑ์ทั้งปวงในใต้หล้า! พื้นดินใต้ร่างของเขาแตกร้าวเป็นวงกว้าง แรงดึงดูดของพลังปราณหลอมรวมเข้ากับแก่นแท้แห่งวิถีกระบี่ พลังอันไร้ขอบเขตพุ่งทะยานทะลุชั้นเมฆทมิฬขึ้นสู่ห้วงนาราจนเกิดเป็นเสาแสงสีทองคำขาวมหึมาค้ำจุนฟ้าดิน เซียนจื่อเหยาเบิกตากว้าง นางสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากสำนักใหญ่เบื้องล่าง เหล่าผู้อาวุโสและเจ้าสำนักต่างกำลังตื่นตระหนกกับปรากฏการณ์สะท้านฟ้าครั้งนี้ ทว่า ก่อนที่ใครจะทันได้เคลื่อนไหว เงาร่างสีดำสนิทนับร้อยสายก็พุ่งแหวกมิติออกมาจากรอยแยกความมืดเบื้องบน พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "ฮ่าๆๆๆ! ไม่นึกเลยว่า... มหาเทพผู้ร่วงหล่นจะเลือกใช้วันนี้ในการฟื้นคืนกายาเทวะ ช่างเป็นการส่งมอบศีรษะที่สะดวกเสียจริง!" ผู้นำเงาร่างสีดำปรากฏกายขึ้นพร้อมกระบี่มารโลหิตในมือ ออรฆาสสังหารพุ่งเป้าตรงมายังฉินมู่เฉินที่กำลังอยู่ในช่วงเวลาสำคัญของการทะลวงขอบเขต! ฉินมู่เฉินหรี่ตาลง รังสีฆ่าฟันพุ่งทะยานออกจากร่างโดยไม่ต้องใช้กระบี่ ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้ขยับตัว เซียนจื่อเหยากลับพุ่งทะยานเข้ามาขวางหน้าเงาร่างนั้นไว้ด้วยความเร็วแสง พร้อมกับชักกระบี่ไร้ขอบเขตออกจากฝักเป็นครั้งแรกในรอบร้อยปี! "ใครบังอาจ... แตะต้องคนของข้า!" เพลิงโอสถสวรรค์ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางทะยานสู่ห้วงมิติเซียนไปด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีเซียนไร้ลักษณ์ สลักกระบี่เทวะทลายฟ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%