วิถีเซียนไร้ลักษณ์ สลักกระบี่เทวะทลายฟ้า•ตอนที่ 24

สมบัติเซียนในตำนาน

ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
ไอโลหิตเดือดพล่านกระทั่งผนังถ้ำโบราณสั่นสะเทือน เลือดเนื้อของเหล่าผู้อาวุโสสำนักมารโลหิตสาดกระเซ็นย้อมหินผาจนกลายเป็นสีชาดฉาน ดาบโลหิตเล่มมหึมาในมือของฉินมู่เฉินยังคงหยาดหยดโลหิตสีดำสนิท ไอปراณมังกรทมิฬแผ่พุ่งทะยานเสียดฟ้ากดทับจนสรรพสิ่งรอบกายต้องสั่นสะท้อนด้วยความหวาดกลัว เบื้องหน้าของเขามีเพียงหีบหินโบราณที่สลักลวดลายเก้าอัสนีสวรรค์ ภายในนั้นคือ "ศิลาบรรพกาลสุริันันท์" สมบัติเซียนระดับตำนานที่หลับใหลมานานนับหมื่นปี มันคือสิ่งเดียวที่จะช่วยซ่อมแซมเส้นชีพจรวิญญาณที่แตกสลายของเขา และผลักดันพลังยุทธ์ให้ทะยานผ่านขอบเขตราชันย์เทพไปสู่ขั้นบรรพกาล "มู่เฉิน... ถอยออกมาเถอะ ประตูผนึกชั้นที่สามกำลังจะพังทลายแล้ว!" เสียงหวานใสที่แฝงไว้ด้วยความเย็นชาดุจน้ำทะเลลึกดังขึ้น ทว่าในยามนี้กลับเจือด้วยความร้อนรนอย่างหาได้ยากยิ่ง เซียนจื่อเหยาในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ยืนอยู่บนยอดผาน้ำแข็ง กระบี่ไร้ขอบเขตในมือของนางสั่นระริก ปราณกระบี่เยือกแข็งนับหมื่นสายแผ่ซ่านออกปกป้องคุ้มครองร่างของเขาจากแรงกดดันของมหาสมุทรอัสนีเบื้องบน ฉินมู่เฉินไม่แม้แต่จะชายตามองนาง แววตาของเขายังคงลุ่มลึกและดุดันดั่งเหยี่ยวสวรรค์ ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์จากการต่อสู้กับค่ายกลอสูรบรรพกาลเมื่อหนึ่งชั่วยามก่อน แต่ความทะนงตนในกระดูกทำให้เขาไม่ยอมคุกเข่าต่อโชคชะตา "จื่อเหยา ข้าเดินทางมาไกลเกินกว่าจะหันหลังกลับแล้ว" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างมั่นคง ทว่าแฝงความอ่อนโยนไว้ในก้นบึ้ง "หากศิลาชิ้นนี้ตกอยู่ในมือของสำนักมาร มนุษยชาตินับร้อยล้านชีวิตคงต้องกลายเป็นผงธุลี... ข้าไม่อาจปล่อยให้มันเกิดขึ้น" "แต่เจ้ากำลังจะเอาชีวิตตัวเองไปทิ้ง!" เซียนจื่อเหยาขบฟันแน่น ริมฝีปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันจนซีดเผือด นางก้าวเท้าเหยียบย่างกลางอากาศ ทะยานลงมาเคียงข้างเขาอย่างไม่ลังเล แม้จะรู้ว่ากฎแห่งแดนเซียนห้ามมิให้ผู้อาวุโสแทรกแซงการทดbสอบของศิษย์ แต่นางสนที่ไหนกัน? หากเขาต้องดับสูญ สำนักกระบี่ไร้ขอบเขตหรือแม้แต่เก้าชั้นฟ้า นางก็พร้อมจะแปรเปลี่ยนให้เป็นจุล *ครืนนน!* ทันใดนั้น ท้องฟ้าที่เคยไร้เมฆหมอกกลับมืดครึ้มลงชั่วพริบตา สายฟ้าสีทองคำขาวขนาดเท่าลำต้นตาลฟาดผ่าลงมาตรงใจกลางหีบหิน แรงระเบิดมหาศาลซัดร่างของทั้งสองกระเด็นถอยหลังไปหลายสิบก้าว ฉินมู่เฉินพ่นโลหิตคำโตออกมา ดวงตากลายเป็นสีทองคำเรืองโรจน์ พลังวิญญาณสายที่เก้าในร่างระเบิดออกอย่างบ้าคลั่ง! นี่คือโอกาสเดียว... เขาคำรามในลำคอ พุ่งทะยานเข้าหาหีบหินดุจดั่งสายฟ้าฟาด มือขวาคว้าหมับลงไปบนศิลาบรรพกาลสุริยันต์ที่กำลังแผ่ไอความร้อนแผดเผาเนื้อหนังจนส่งกลิ่นไหม้เกรียม ความเจ็บปวดระดับฉีกกระชากวิญญาณแล่นพล่านไปทั่วร่าง แต่เขากลับไม่ส่งเสียงร้องออกมาแม้แต่ครึ่งคำ มีเพียงรอยยิ้มหยันที่มุมปาก "อยากสยบข้าหรือ? ฟ้าดินยังไม่มีสิทธิ์!" *เปรี้ยง!* ศิลาในมือเปล่งแสงเจิดจ้าจนกลืนกินร่างของฉินมู่เฉินหายลับไปในความเวิ้งว้าง ไอพลังระดับเซียนโบราณทะลักทะลายเข้าสู่จุดตันเทียนจนเกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว ขอบเขตพลังของเขาพุ่งทะยานผ่านคอขวดอย่างไร้แรงต้าน จากราชันย์เทพขั้นปลาย สู่ขอบเขต... "เซียนแท้จริง" ขั้นที่หนึ่ง! เซียนจื่อเหยาลืมตาขึ้นมองแสงสว่างที่ค่อยๆ จางลง หัวใจของนางกระตุกวูบเมื่อเห็นร่างของฉินมู่เฉินคุกเข่าลงข้างหนึ่งบนพื้นหิน มือขวากำศิลาบรรพกาลแน่นจนเลือดอาบ ทว่าออร่าที่แผ่ออกมาจากร่างของเขากลับทรงพลังจนแม้แต่มิติรอบกายยังปริแตกเป็นรอยร้าว "มู่เฉิน... เจ้าสำเร็จแล้ว?" นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย ฉินมู่เฉินค่อยๆ เงยหน้าขึ้น แววตาที่มองนางนั้นล้ำลึกเกินกว่าจะหยั่งถึง ทว่าก่อนที่เขาจะได้เอ่ยคำใด ความกดดันอันน่าสะพรึงกลัวสายหนึ่งก็กดทับลงมาจากรอยแยกมิติเบื้องบน มิติฉีกขาดออกเป็นทางยาว ปรากฏเงาร่างของชายชราในชุดคลุมสีเทาหม่นผู้หนึ่ง กลิ่นอายของอีกฝ่ายเหนือล้ำกว่าผู้ใดที่พวกเขาเคยพบเจอมาทั้งชีวิต ชายชราผู้นั้นกวาดตามองศิลาในมือของฉินมู่เฉินด้วยแววตากระหาย ก่อนจะหัวร่อออกมาเสียงดังลั่นจนแผ่นดินสะเทือน "ฮ่าๆๆๆ... ดีงามยิ่งนัก! คิดไม่ถึงว่าทายาทตระกูลฉินผู้อัจฉริยะจะยังหลงเหลือรอดมาได้ แถมยังช่วยข้าเก็บกวาดสมบัติชิ้นนี้ให้อย่างเรียบร้อย ส่งศิลาในมือของเจ้ามาเสีย... แล้วข้าจะไว้ชีวิตพวกเจ้าสองคนให้ตายอย่างสบายหน่อย!" ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งใจให้ตัวละครมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีเซียนไร้ลักษณ์ สลักกระบี่เทวะทลายฟ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%