"ต่อให้ฟ้าดินเบื้องบนกำหนดให้กระบี่ในมือข้าต้องแตกสลายเป็นธุลี แต่ทว่า... ดรรชนีนี้ของข้า จักขอทิ่มแทงเบิกฟ้าแหวกดาราให้ดับสูญ!"
เสียงคำรามอันก้องกังวานของฉินมู่เฉินสะท้อนก้องกังวานไปทั่วหุบผาดาราคราม แรงกดดันจากอาณาจักรฟ้าคำรามแผ่ซ่านกดทับจนแผ่นดินใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวเป็นใยแมงมุม เมฆทมิฬหนาทึบรัศมีหลายร้อยลี้หมุนวนเป็นเกลียวพายุสายฟ้าสีม่วงเข้ม ใจกลางพายุก่อตัวเป็นอัสนีบาตมังกรทองเก้าเศียร ซึ่งเป็น ‘ทัณฑ์สวรรค์ด่านที่หนึ่ง’ บททดสอบอันเป็นตายเท่ากันของผู้บำเพ็ญเพียรที่จะก้าวข้ามขอบเขตมหาเทพ
ในมิติอันเงียบงันห่างออกไปสามสิบลี้ร่างระหงในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของเซียนจื่อเหายืนหยัดนิ่งสงบดั่งรูปสลักน้ำแข็ง ดวงตาดอกท้อคู่คมกริบฉายแวววิตกกังวลลึกซึ้งที่นางพยายามเก็บซ่อนไว้ภายใต้ความเย็นชา นิ้วเรียวยาวทั้งห้ากำด้าม ‘กระบี่วิญญาณเหมันต์’ แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ปราณกระบี่ไร้ขอบเขตของนางแผ่ซ่านคุ้มกันรอบกายเพื่อต้านทานแรงกดดันจากมหาภัยพิบัติเบื้องบน แต่นางรู้ดี... ทัณฑ์สวรรค์ครั้งนี้ ฉินมู่เฉินต้องเผชิญหน้าด้วยจิตวิญญาณและร่างกายของตนเองเท่านั้น นางยื่นมือเข้าช่วยไม่ได้ มิฉะนั้นสายฟ้าทัณฑ์สวรรค์จะทวีความรุนแรงขึ้นอีกเท่าตัว
"มู่เฉิน..." เสียงหวานเยือกเย็นพึมพำแผ่วเบาในสายลม ขณะที่หัวใจของนางเต้นระรัวราวกับกลองศึก ความทรงจำนับพันปีในอดีตชาติซ้อนทับเข้ามา ภาพของชายหนุ่มผู้เคยเคียงบ่าเคียงไหล่ค้ำจุนสามภพ กลับชาติมาเกิดในร่างของศิษย์ปลายแถวผู้มีเส้นชีพจรพิการ หากแต่วิญญาณกลับหาญกล้าท้าทายกฎเกณฑ์แห่งสวรรค์
เปรี้ยง!
สายฟ้าสีม่วงเข้มเส้นแรกฟาดผ่าลงมาตรงกลางศีรษะของฉินมู่เฉินราวกับกริชอัสนีพิฆาต ความเร็วดุจสายฟ้าแลบจนแทบมองไม่ทัน พื้นหินผาเบื้องล่างหลอมละลายกลายเป็นลาวาในพริบตา ทว่าฉินมู่เฉินมิได้หลบเลี่ยง เขากลับเงยหน้าขึ้นท้าทาย ดวงตาคู่คมทอประกายสีทองเจิดจ้า โคจร ‘เคล็ดวิชาเซียนไร้ลักษณ์’ ถึงขีดสุด ปราณแท้จริงในร่างระเบิดออกเป็นเกราะเพลิงโลกันตร์ห่อหุ้มกาย
ตูมมม!
ร่างของฉินมู่เฉินจมดิ่งลงไปในหลุมอุกกาบาตขนาดยักษ์ ฝุ่นควันและเศษหินตลบอบอวล แผ่นดินสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับโลกกำลังจะแตกสลาย
"ฮ่าๆๆๆ!" เสียงหัวع้าอันเกรี้ยวกราดดังลอดออกมาจากกลุ่มควันหนาทึบ ฉินมู่เฉินพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าอีกครั้งด้วยสภาพที่โลหิตอาบชุ่มอาภรณ์สีดำสนิท เส้นผมสีดำปลิวสยายตามแรงลมพายุ แต่ทว่ากลิ่นอายพลังในร่างของเขากลับมิได้อ่อนด้อยลง กลับทะยานสูงขึ้นจนน่าสะพรึงกลัว ราวกับอสูรกายอมตะที่เพิ่งตื่นจากการหลับใหล
"ฟ้าดินยังไม่ตาย เหตุใดข้าต้องก้มหัว!" ฉินมู่เฉินแผดเสียงก้อง สะบัดมือเรียกกระบี่เหล็กกล้าไร้คมที่ปักอยู่บนพื้นพสุธาเข้าสู่มือ ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสด้ามกระบี่ คลื่นกระบี่ไร้ลักษณ์ก็แผ่ขยายออกไปตัดผ่าสายลมและเมฆหมอกรอบตัวจนขาดวิ่นเป็นทางยาว
เซียนจื่อเหายืนมองภาพนั้น หัวใจที่ด้านชามานับพันปีกลับรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมา นางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ ปราณกระบี่ในมือสั่นระริกด้วยความยินดีและหวาดหวั่นระคนกัน นางพึมพำกับตนเองเบื้องหน้าลมหนาว
"เข้มแข็งไว้... ท่านพี่ ท่านต้องผ่านมันไปให้ได้"
ในวินาทีนั้นเอง ใจกลางพายุสายฟ้าสีม่วงพลันแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท ความมืดมิดที่กลืนกินแสงสว่างทั้งหมดในรัศมีพันลี้เข้าปกคลุม อัสนีบาตมังกรทองเก้าเศียรที่เตรียมคำรามอยู่เบื้องบนกลับหยุดชะงักไปชั่วขณะ ราวกับฟ้าดินกำลังรวบรวมพลังทั้งหมดเพื่อมอบการโจมตีครั้งสุดท้ายที่เด็ดขาดและไร้ความปรานีที่สุด
ฉินมู่เฉินหรี่ตาลงเล็กน้อยสัมผัสได้ถึงอันตรายถึงชีวิต เขากระชับกระบี่ในมือแน่นขึ้น โลหิตที่ไหลรินจากมุมปากถูกเขาใช้ลิ้นกวาดกลืนลงคออย่างไร้ความรู้สึก ความตายอยู่ห่างเพียงแค่เอื้อมมือ แต่รอยยิ้มที่มุมปากของเขากลับเหี้ยมเกรียมและงดงามยิ่งนัก
ทว่า ท่ามกลางความเงียบงันก่อนพายุลูกใหญ่จะโหมกระหน่ำอีกระลอก ประตูมิติโบราณสีทองอร่ามที่ควรจะปิดตายไปแล้ว กลับปรากฏรอยแยกสีดำสนิทขึ้นกลางอากาศเบื้องหลังเซียนจื่อเหาอย่างไร้ซุ่มเสียง พร้อมกับเงาร่างของบุคคลปริศนาในชุดคลุมสีเทาผู้หนึ่ง ที่ก้าวออกมาพร้อมรอยยิ้มเยือกเย็น และกระบี่อาบยาพิษที่พุ่งตรงเข้าเสียบแทงแผ่นหลังของนางโดยที่นางยังไม่ทันรู้ตัว!
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งใจให้ตัวละครมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ
วิถีเซียนไร้ลักษณ์ สลักกระบี่เทวะทลายฟ้า•ตอนที่ 25
ทัณฑ์สวรรค์ด่านที่หนึ่ง
ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีเซียนไร้ลักษณ์ สลักกระบี่เทวะทลายฟ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!