กงเล็บปราณทมิฬของผู้อาวุโสรองพรรคโลหิตโลกันตร์กรีดผ่านม่านอากาศจนเกิดเสียงแหลมเสียดแก้วหู ราวกับรอยแยกจากขุมนรกที่พร้อมจะฉีกกระชากวิญญาณของศิษย์ปลายแถวให้แหลกเป็นจุล ทว่าท่ามกลางความมืดมิดและกลิ่นอายความตายที่โอบล้อม ฉินมู่เฉินกลับมิได้ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว ดวงตาสีดำสนิทลึกล้ำราวกับห้วงจักรวาลหาได้มีความหวาดหวั่นไม่ มีเพียงประกายความเย็นเยียบดุจน้ำแข็งพันปีที่สะท้อนเงาคมเล็บอันดุร้ายนั้นอย่างชัดเจน
"รนหาที่ตาย!" เสียงคำรามของผู้อาวุโสรองดังสะท้านสะเทือนไปทั่วลานประลอง ปราณโลหิตเข้มข้นถูกขับเคลื่อนด้วยพลังตบะขอบเขตหลอมวิญญาณขั้นสมบูรณ์ แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านจนศิษย์สำนักกระบี่ไร้ขอบเขตหลายคนต้องเบือนหน้าหนีและถอยกรูดด้วยความหวาดกลัว
เซียนจื่อเหยาซึ่งยืนสงบนิ่งอยู่บนแท่นหยกขาวเบื้องบน ร่างระหงภายใต้ชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์พลันสั่นสะท้านเล็กน้อย ปลายนิ้วเรียวยาวที่กุมด้ามกระบี่ประจำกายเผลอกำแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด แม้นางจะเชื่อมั่นในตัวสตรีผู้อยู่เบื้องล่าง แต่หัวใจของเซียนผู้เย็นชากลับกระตุกวูบอย่างหาสาเหตุไม่ได้ ไอปราณเย็นเยียบแผ่ออกมาจากร่างนางโดยไม่รู้ตัวจนเกล็ดน้ำแข็งรอบกายเริ่มก่อตัว
*เจ้า... ซ่อนเร้นสิ่งใดไว้อีกกันแน่ มู่เฉิน?*
ฉินมู่เฉินสูดลมหายใจเข้าลึก ปรุงแต่งจิตวิญญาณให้สงบนิ่งดุจผิวน้ำในยามวิกาล ในห้วงสมองของเขา ภาพความทรงจำอันยาวนานนับอนันต์กาลจากอดีตชาติไหลย้อนกลับมาดั่งสายธารเชี่ยวกราก เคล็ดวิชาที่เคยใช้สยบปรมาจารย์หมื่นสำนัก ทะลวงฟ้าดิน และพลิกผันวัฏสงสาร ถูกรวบรวมไว้ที่ปลายนิ้วมือขวาเพียงจุดเดียว
"วิชาลับ... กระบี่ทลายจิต"
เสียงพึมพำแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของมัจจุราช แต่กลับดังชัดเจนก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของทุกคนที่อยู่ ณ ที่นั้น
สิ้นคำพูดนั้น ร่างของฉินมู่เฉินก็หายวับไปจากจุดเดิม ราวกับเขาไม่เคยมีตัวตนอยู่ตรงนั้นตั้งแต่แรก สิ่งที่หลงเหลือไว้คือคลื่นพลังงานแปลกประหลาดที่บิดเบี้ยวห้วงมิติรอบตัวจนเกิดเสียงระเบิดกัมปนาท *เปรี้ยง!*
ผู้อาวุโสรองพรรคโลหิตโลกันตร์เบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก สัญชาตญาณดิบของยอดฝีมือกรีดร้องเตือนภัยอันตรายถึงชีวิต เขารีบหันกงเล็บปราณกลับมาป้องกันเบื้องหน้าอย่างลốngลาน ทว่า... มันสายเกินไปเสียแล้ว
ไม่มีแสงสว่างเจิดจ้า ไม่มีเสียงคำรามกึกก้องของสายฟ้า มีเพียง "ประกายแสงสีเงินยวดยิ่ง" สายหนึ่งที่ลากผ่านความมืดมิดราวกับเส้นด้ายที่ถูกตวัดด้วยมือของเทพเจ้า เส้นด้ายสายนั้นพาดผ่านกงเล็บปราณทมิฬอย่างแผ่วเบา ดุจสายลมที่พัดผ่านใบไม้ร่วง
*ฉับพลัน!*
กงเล็บปราณอันทรงพลังที่สะสมตบะมาหลายร้อยปีพลันแตกสลายกลายเป็นละอองธุลีในพริบตา ไม่เพียงเท่านั้น คลื่นกระบี่ไร้ลักษณ์ยังทะลวงผ่านเกราะปราณป้องกันและร่างเนื้อของผู้อาวุโสรองตรงเข้าสู่ห้วงทะเลจิตโดยตรง!
"อ๊ากกกก—!"
ผู้อาวุโสรองกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดทรมานที่เหนือกว่าความเจ็บปวดทางกายใดๆ ในโลกหล้า ดวงตาของเขาเบิกค้าง เส้นเลือดปูดโปนจนน่ากลัว วิญญาณภายในร่างกำลังถูกฉีกกระชากออกเป็นเสี่ยงๆ ด้วยอานุภาพแห่งกระบี่ทลายจิต วิชาที่มุ่งตรงทำลายรากฐานจิตวิญญาณและสติสัมปชัญญะโดยไม่ต้องเอ่ยคำอธิบายใดๆ
ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วบริเวณ ลานประลองทั้งลานตกอยู่ในความเงียบสงัดราวกับป่าช้า เหล่าผู้อาวุโสและศิษย์พรรคโลหิตโลกันตร์ต่างหน้าซีดเผือด ขาแข้งอ่อนแรงจนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น ภาพที่พวกเขาเห็นตรงหน้าไม่ใช่การต่อสู้ แต่เป็นการสังหารหมู่ฝ่ายเดียวโดยเด็กหนุ่มอายุไม่ถึงยี่สิบปี
เซียนจื่อเหยาลืมตาขึ้นช้าๆ แววตาคู่คมที่เคยราบเรียบดุจน้ำแข็งบัดนี้ฉายแววระยิบระยับด้วยความตกตะลึงระคนชื่นชม *นั่นมัน... วิชาที่แม้แต่บรรพบุรุษแดนเซียนยังต้องเกรงกลัว เจ้าฟื้นคืนมันกลับมาได้อย่างไรกัน?*
ฉินมู่เฉินยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหลังร่างของผู้อาวุโสรองที่กำลังสั่นเทา ลมหายใจของเขาผ่อนเข้าออกอย่างเป็นจังหวะ มือขวายังคงถือฝักกระบี่เปล่าเปลี่ยว ไอปราณรอบตัวเริ่มสงบลง แต่มนต์เสน่ห์แห่งความทะนงตนกลับยิ่งทวีความเข้มข้นจนผู้คนไม่กล้าสบตา
ผู้อาวุโสรองพรรคโลหิตโลกันตร์กระอักเลือดสีดำออกมาคำโต ร่างกายทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้น ศีรษะก้มต่ำ เขากัดฟันกรอดด้วยความเคียดแค้นชิงชังและหวาดกลัวสุดขีด ก่อนจะเค้นเสียงแหบพร่าออกมาด้วยลมหายใจเฮือกสุดท้าย
"แก... แกไม่ใช่... ศิษย์สำนัก... กระบี่ไร้ขอบเขต... แกคือปีศาจ... ปีศาจจากขุมนรก...!"
ฉินมู่เฉินมิได้ใส่ใจคำคร่ำครวญนั้น สายตาของเขากลับเหลือบมองขึ้นไปบนท้องฟ้าเบื้องบนที่เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน เมฆหมอกดำทมิฬก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วพร้อมกับเสียงฟ้าร้องคำรามต่ำๆ ที่สั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ ราวกับว่ากฎเกณฑ์สวรรค์กำลังพิโรธต่อการปรากฏตัวของวิชาต้องห้ามนี้
ทว่า ในวินาทีที่ความตึงเครียดพุ่งถึงขีดสุด เสียงปรบมือเบาๆ สองครั้งก็ดังขึ้นจากมุมมืดของลานประลอง...
"แปะ... แปะ..."
ร่างของบุรุษในชุดคลุมสีดำสนิทผู้หนึ่งก้าวออกมาจากเงาไม้ ใบหน้าของเขาถูกสวมทับด้วยหน้ากากทองคำขาวรูปอสูรยิ้มเยาะ แววตาสีอำพันที่ลอดผ่านหน้ากากคู่นั้นจ้องมองมาที่ฉินมู่เฉินด้วยความสนใจใคร่รู้ระคนรอยยิ้มอันน่าขนลุก
"ช่างเป็นกระบี่ที่งดงามและไร้ซึ่งความปรานีเสียจริง... สมแล้วที่เป็นทายาทของคนผู้นั้น" บุรุษหน้ากากอสูรเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกังวานชวนฟัง "แต่ฉินมู่เฉินเจ้าคิดจริงๆ หรือว่า... การใช้วิชานี้จะช่วยให้เจ้ารอดพ้นจาก 'เงาทมิฬ' ที่ตามล่าเจ้ามาสามชาติภพได้?"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงมิติแห่งกระบี่และปราณมา ณ ที่นี้นะครับ
- เพลิงโอสถสวรรค์ -
วิถีเซียนไร้ลักษณ์ สลักกระบี่เทวะทลายฟ้า•ตอนที่ 14
วิชาลับกระบี่ทลายจิต
ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีเซียนไร้ลักษณ์ สลักกระบี่เทวะทลายฟ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!