วิถีเซียนไร้ลักษณ์ สลักกระบี่เทวะทลายฟ้า•ตอนที่ 10

บรรลุขอบเขตกลั่นปราณขั้นกลาง

ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
โลหิตสีดำคล้ำพวยพุ่งออกจากทวารทั้งเจ็ด ราวกับสายธารแห่งความอัปยศที่สะสมมานานนับร้อยปี ฉินมู่เฉินทรุดกายลงคุกเข่าบนแผ่นศิลาเย็นเฉียบ หยาดเหงื่อกาฬไหลรินผสมปะปนกับคราบโลหิตจนอาบย้อมอาภรณ์สีขาวจนกลายเป็นสีแดงชาด ทว่าภายในร่างของเขากลับมิได้รู้สึกอ่อนแรงลงแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันดุจดั่งภูเขาไฟที่กำลังอัดอั้นรอเวลาปะทุ ห้วงทะเลลมปราณในตันtian (ตันเถียน) สั่นสะเทือนคำรามก้องราวกับเสียงอสนีบาตคำรามในคิมหันต์ฤดู "ขีดจำกัดของร่างกายมนุษย์... ช่างเปรียบเสมือนกรงขังอันเปราะบางยิ่งนัก" น้ำเสียงแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งทระนงเอื้อonเอ่ยออกมาจากริมฝีปากที่ซีดเผือด เขากำหมัดแน่นจนกระดูกลั่นกรอบ ไอสีขาวบริสุทธิ์สายหนึ่งพวยพุ่งออกจากปากดุจกระบี่คมกริบที่ถูกชักออกจากฝัก มันพุ่งทะลวงผนึกหินผาเบื้องหน้าจนแตกละเอียดเป็นผุยผง ย้อนกลับไปเมื่อหนึ่งชั่วยามก่อน เพลิงปราณอัคคีสวรรค์ที่เขาโคจรโคจรผ่านจุดชีพจรสำคัญทั้งเก้าได้เผา ผลาญเส้นเอ็นและไขกระดูกเดิมจนมอดไหม้ หากเป็นผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไป คงสิ้นใจตายด้วยความเจ็บปวดทรมานไปนานแล้ว แต่สำหรับฉินมู่เฉิน อดีตมหาเทพผู้ผ่านมหันตภัยทัณฑ์สวรรค์มานับครั้งไม่ถ้วน ความเจ็บปวดระดับนี้เป็นเพียงเศษเสี้ยวของธุลีดิน แต่มันยังไม่พอ... พลังปราณรอบกายยังคงหมุนวนบิดเบี้ยว แรงกดดันจากเขตแดนลับสำนักกระบี่ไร้ขอบเขตถาโถมเข้าใส่ราวกับคลื่นยักษ์คลั่ง ทันใดนั้น เงาร่างระหงดุจเทพธิดาน้ำแข็งก็ปรากฏขึ้นที่เบื้องหน้าอย่างเงียบเชียบ เซียนจื่อเหยา นางยืนสงบนิ่งอยู่ท่ามกลางพายุไอปราณที่บ้าคลั่ง อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์โบกสะบัดตามแรงลม ทว่าเส้นผมสีดำสนิทกลับไม่ไหวติง ดวงเนตรคู่คมกริบดุจกระบี่หิมะทอดมองบุรุษเบื้องด้วยแววตาที่ยากจะหยั่งคาด "เจ้าบ้าบิ่นเกินไปแล้ว มู่เฉิน" สุ้มเสียงเย็นชาดุจน้ำแข็งพันปีเอ่ยขึ้น หากแต่แฝงไว้ด้วยความสั่นเครือบางเบาที่นางพยายามปกปิดไว้อย่างมิดชิด "การฝืนทลายขีดจำกัดกลั่นปราณขั้นกลางด้วยวิธี ‘เผาผลาญโลหิตบรรพกาล’ เช่นนี้ หากจิตใจเจ้าหวั่นไหวเพียงนิดเดียว ร่างกายนี้จะแตกดับสลายกลายเป็นผุยผง ไร้ซึ่งโอกาสแม้กระทั่งจะกลับมาเกิดใหม่" ฉินมู่เฉินเงยหน้าขึ้น ชำเลืองมองนางด้วยหางตา ริมฝีปากหยักยิ้มเย้ยหยันฟ้าดิน "จื่อเหยา... เจ้าก็รู้ดีว่า วิถีเซียนหาใช่เส้นทางแห่งความปลอดภัย หากข้ายังคงหวาดกลัวความตายและความเจ็บปวด แล้วเมื่อใดเล่า... ข้าจะสามารถทวงคืนทุกสิ่งที่ควรเป็นของข้ากลับคืนมาได้?" คำพูดนั้นหนักแน่นดุจค้อนเหล็กกระแทกกลางใจนาง เซียนจื่อเหยาเม้มริมฝีปากแน่น นางยื่นมือเรียวดุจหยกขาวออกไป ปราณกระบี่เยือกแข็งสายหนึ่งพุ่งเข้าโอบล้อมร่างของฉินมู่เฉินเพื่อช่วยกดขี่ไอปราณที่กำลังตีรวนให้สงบลง ทว่าฉินมู่เฉินกลับปัดมือปฏิเสธอย่างไม่ไยดี "ถอยไป! ข้าต้องการเพียงตัวคนเดียว..." สิ้นคำพูดนั้น ฉินมู่เฉินแผดเสียงคำรามก้องฟ้า ดวงตาทั้งสองข้างเปลี่ยนเป็นสีทองอร่ามดุจเนตรพญาอินทรีย์สวรรค์ กล้ามเนื้อทั่วร่างปูดโปนขึ้น ขมวดปมแน่นจนเห็นเส้นเลือดเขียวขจีเด่นชัด พลังปราณรอบตัวระเบิดออกเป็นวงกว้างจนพื้นศิลาใต้ร่างแตกร้าวเป็นรอยแยกนับพันสาย แรงกดดันระดับกลั่นปราณขั้นปลายพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า แหวกเมฆหมอกหนาทึบจนเผยให้เห็นดาราจักรระยิบระยับ นี่คือการก้าวข้ามผ่านขีดจำกัดอย่างแท้จริง! ร่างกายที่เคยอ่อนแอ บัดนี้ได้ถูกหลอมสร้างขึ้นใหม่ด้วยเคล็ดวิชาไร้ลักษณ์ กลายเป็นกายาเทวะที่แม้แต่อาวุธวิเศษระดับปฐพีก็ยังยากจะระคายผิว ทว่า ในวินาทีที่ไอปราณรอบตัวกำลังสงบลง และฉินมู่เฉินกำลังจะก้าวเข้าสู่ขอบเขตใหม่อย่างสมบูรณ์นั้นเอง... แผ่นดินเบื้องล่างกลับสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับโลกกำลังจะแตกดับ ท้องฟ้าที่เคยกระจ่างใสกลับถูกย้อมด้วยสีเลือดฉานในพริบตา กลิ่นอายสังหารอันน่าสะพรึงกลัวสายหนึ่งแผ่พุ่งมาจากค่ายกลโบราณนอกถ้ำบำเพ็ญเพียร เซียนจื่อเหยาเปลี่ยนสีหน้าเป็นเย็นเยียบในทันที นางชักกระบี่หิมะออกจากฝัก เสียงคมกระบี่เสียบสีกับอากาศดังกังวานบาดแก้วหู "พวกมัน... ตามรอยกลิ่นอายโลหิตของเจ้ามาเร็วกว่าที่คิด" ฉินมู่เฉินค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอย่างสง่างาม ไอสีทองอร่ามยังคงคุโชนอยู่รอบกาย ดวงตาคมกริบฉายแววดุดันราวกับพญามารผู้หวนคืน เขายกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียбеร้อยแต่ทรงพลัง "ดีนัก... ข้ากำลังนึกเบื่อหน่ายกับการรำกระบี่คนเดียวอยู่พอดี" ทว่า ในจังหวะที่เงาร่างของกลุ่มผู้บุกรุกนับสิบกำลังพุ่งทะยานผ่านม่านหมอกเข้ามานั้นเอง เสียงหัวเราะแหบพร่าอันคุ้นเคยอย่างยิ่งก็ดังสะท้อนก้องมาจากความมืดเบื้องหลัง... เสียงที่ฉินมู่เฉินไม่มีวันลืมเลือนตลอดกาล "ฮ่าๆๆๆ... ศิษย์น้องผู้ไร้ค่าในวันวาน บัดนี้กลับบังAอาจบรรลุขอบเขตกลั่นปราณขั้นกลางได้แล้วอย่างนั้นหรือ? ช่างน่ายินดีเสียจริง... มู่เฉิน เจ้าจำพี่ใหญ่ผู้นี้ได้หรือไม่?" ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางทะยานสู่ห้วงมิติเซียนไปด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีเซียนไร้ลักษณ์ สลักกระบี่เทวะทลายฟ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%