วิถีเซียนไร้ลักษณ์ สลักกระบี่เทวะทลายฟ้า•ตอนที่ 12

รอยร้าวในความสัมพันธ์

ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
กิ่นอายสังหารที่แผ่ซ่านมาจากยอดเขาเบื้องหน้านั้นหนักหน่วงดุจภูเขาทั้งลูกกดทับลงบนแผ่นอก ท้องฟ้าเหนือหุบเขากระบี่สวรรค์บิดเบี้ยวเป็นเกลียวคลื่นจากแรงกดดันของปราณกระบี่ที่น่าสะพรึงกลัว เงาร่างในชุดคลุมสีทองอร่ามผู้นั้นหาได้ขยับเขยื้อน ทว่ารัศมีรอบตัวกลับทำให้มิติบริเวณนั้นปริร้าวส่งเสียงกรีดแหลมบาดหู "ช่างเป็น 'กระบี่ทลายภพ' ที่สมบูรณ์แบบเสียจริง..." ฉินมู่เฉินแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ นัยน์ตาคมกริบดุจประกายไฟจากเตาหลอมโอสถปรากฏแววเย้ยหยันและท้าทาย เขายืนหยัดอย่างมั่นคงท่ามกลางพายุลมปราณที่โหมกระหน่ำ ชายเสื้อสีครามปลิวสะบัดตามแรงลม แม้ร่างเนื้อในยاتนี้จะยังเป็นเพียงศิษย์ปลายแถวที่เส้น2ชีพจรปราณเพิ่งฟื้นฟู แต่กระดูกสันหลังของเขากลับตั้งตรงราวกับยอดเขาที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ผู้ใด แววตาของมหาเทพผู้เคยเหยียบย่างเหนือเก้าสวรรค์ไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงความเด็ดเดี่ยวที่พร้อมจะแหลกสลายไปพร้อมกับฟ้าดิน เบื้องหลังของเขา เซียนจื่อเหยาในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ดุจหิมะพันปีปรากฏตัวขึ้นอย่างไร้ซุ่มเสียง ไอปราณเย็นเยียบแผ่ออกมาจากร่างของนางจนหยาดฝนที่ร่วงหล่นกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งร่วงกราว นางมองแผ่นหลังของฉินมู่เฉินด้วยสายตาที่ซับซ้อนยิ่ง ในอดีต นางคือผู้อาวุโสผู้เย็นชา ดุดัน และไร้ความรู้สึกต่อโลกหล้า ทว่านับตั้งแต่เผชิญหน้ากับวิกฤตครั้งแล้วครั้งเล่า ความลับที่ฉินมู่เฉินแบกรับเอาไว้ และความเด็ดเดี่ยวที่ยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องสำนัก กำแพงน้ำแข็งในใจของนางก็เริ่มมีรอยร้าวทีละน้อย "มู่เฉิน..." เสียงของเซียนจื่อเหยาเอ่ยขึ้นแผ่วเบา ดุจเสียงกระซิบของสายลมหนาว แต่มันกลับเต็มไปด้วยความห่วงใยที่นางไม่เคยเอ่ยต่อหน้าผู้ใดมาก่อนในรอบร้อยปี "บุคคลผู้นั้นฝึกฝนวิชา 'สุริยันกลืนนภา' จนบรรลุขั้นวิกฤตแล้ว ปราณกระบี่ของมันสามารถเผาผลาญวิญญาณได้ในพริบตา... เจ้าอย่าได้ประมาทเด็ดขาด" ฉินมู่เฉินเหลือบสายตากลับมามองนางเล็กน้อย มุมปากหยักยิ้มขึ้นบางเบา รอยยิ้มนั้นทั้งอบอุ่นและเปี่ยมด้วยความมั่นใจอย่างประหลาด "จื่อเหยา... เจ้าเป็นห่วงข้าหรือ?" น้ำเสียงของเขาเจือแววหยอกเย้า ทว่าแฝงความนุ่มลึกที่ชวนให้หัวใจของสตรีผู้เยือกเย็นต้องสั่นไหว ใบหน้าอันงดงามล่มเมืองของเซียนจื่อเหยาแดงเรื่อขึ้นเล็กน้อยด้วยความขัดแย้งภายใน นางรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนความรู้สึกที่พลุ่งพล่าน ดึงกระบี่เซียนจื่อออกจากฝัก เสียงคมกระบี่กระทบฝักดังกังวานใสราวกับเสียงระฆังสำนักเซียน "หลงตัวเองนัก... ข้าเพียงแต่กลัวว่าหากเจ้าตายไป ไอปراณมังกรที่เจ้าถือครองจะสูญสลาย ทำให้สำนักของเราสูญเสียโอกาสในการพลิกฟื้นต่างหาก" นางเอ่ยเสียงแข็งกลบเกลื่อนความประหม่า ทว่ามือเรียวบางที่กำด้ามกระบี่กลับบีบแน่นจนข้อต่อขาวซีด ฉินมู่เฉินไม่ได้เอ่ยคำใดโต้แย้งอีก เขารู้ดีว่าภายใต้หน้ากากความเยือกเย็นและคำพูดที่เหน็บแนม หัวใจของนางสตรีผู้นี้มีความผูกพันที่ลึกซึ้งเพียงใด ความเข้าใจที่ก่อตัวขึ้นเงียบๆ ระหว่างพวกเขาทั้งสองในยามวิกฤตนี้ มีค่ามากกว่าคำสาบานนับพันคำบนโลกหล้า ทั้งสองยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กันบนหน้าผาสูงชัน ดุจกระบี่คู่ที่หลอมรวมเป็นหนึ่ง ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบหยุดหายใจ ทันใดนั้น เงาร่างในชุดคลุมสีทองบนยอดเขาอีกลูกก็เคลื่อนไหว! *เปรี้ยง!* ประกายแสงสีทองสว่างวาบจนกลบแสงของดวงอาทิตย์ ร่างนั้นพุ่งแหวกอากาศมาด้วยความเร็วที่เหนือกว่าเสียง ปราณกระบี่เส้นหนึ่งยาวนับร้อย丈ฟาดฟันลงมาจากฟากฟ้า ราวกับเทพสวรรค์ตวัดพู่กันวาดเส้นอัสนีพิฆาต เป้าหมายของมันไม่ใช่ใครอื่น แต่คือจุดที่ฉินมู่เฉินและเซียนจื่อเหยายืนอยู่! "ระวัง!" ฉินมู่เฉินคำรามลั่นในลำคอ ร่างกายระเบิดพลังปราณสีทองแดงที่หลงเหลืออยู่ทั้งหมดออกมาจนเสื้อผ้าฉีกขาด เคล็ดวิชา 'วิถีเซียนไร้ลักษณ์' ถูกขับเคลื่อนถึงขีดสุด ฝ่ามือข้างหนึ่งคว้าจับข้อมือของเซียนจื่อเหยาแล้วดึงเข้าหาตัวเพื่อหลบวิถีกระบี่ ขณะที่มืออีกข้างตบเข้าใส่ความว่างเปล่า เกิดเป็นค่ายกลดาราจิ๋วสะท้อนแรงกระแทกกลับไป *ตูมมม!* แรงระเบิดมหาศาลทำให้ยอดเขาสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เศษหินและฝุ่นผงคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ร่างของฉินมู่เฉินและเซียนจื่อเหยากระเด็นถอยหลังไปหลายสิบก้าว ทั้งคู่ตกลงบนพื้นดินอย่างทุลักทุเล ฉินมู่เฉินกระอักเลือดสีดำออกมาคำใหญ่ ลมหายใจติดขัด ทว่าเขากลับรีบใช้ร่างของตนเองบังปกป้องเซียนจื่อเหยาไว้จากเศษหินที่ร่วงหล่น เซียนจื่อเหยาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ มือเรียวรีบประคองร่างที่กำลังจะทรุดลงของฉินมู่เฉินไว้ นัยน์ตาคู่สวยที่เคยว่างเปล่าบัดนี้สั่นระริกด้วยความเจ็บปวดที่แปลกประหลาด นางสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของเขา และกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง ทว่าสิ่งเหล่านั้นกลับทำให้หัวใจของนางปวดร้าวอย่างยิ่งยวด "มู่เฉิน... เจ้า... ทำไมต้องเอาตัวมารับ..." นางเอ่ยเสียงสั่น เคล็ดวิชาใจน้ำแข็งที่ฝึกฝนมานับร้อยปีเกือบจะพังทลายลงในวินาทีนี้ "เพราะเจ้า... สำคัญกว่าชีวิตของข้าในตอนนี้" ฉินมู่เฉินฝืนยิ้ม มุมปากมีคราบเลือดไหลยิน เขากระซิบข้างหูนางด้วยน้ำเสียงที่จริงจังและอ่อนโยนที่สุดตั้งแต่ได้พบกัน ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังจะหลอมรวมความรู้สึกของทั้งสองให้ลึกซึ้งถึงขีดสุดนั้นเอง เสียงหัวเราะเยือกเย็นอันน่าสะพรึงกลัวก็ดังสะท้อนก้องมาจากหมอกหนาเบื้องหน้า "ฮ่าๆๆ... ช่างเป็นภาพคู่รักที่น่าประทับใจเสียจริง น่าเสียดายนัก... ที่วันนี้จะต้องเป็นวันตายของพวกเจ้า!" เงาร่างในชุดคลุมสีทองก้าวทะลุผ่านม่านหมอกเข้ามาใกล้ รัศมีปราณกดดันสั่นสะท้อนจนอากาศบิดเบี้ยว และเมื่อใบหน้าที่แท้จริงภายใต้ฮู้ดสีทองเปิดเผยออก... ดวงตาของฉินมู่เฉินก็เบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเป็นครั้งแรก ร่างกายแข็งค้างราวกับถูกสายฟ้าฟาดซ้ำสอง นั่นไม่ใช่ศัตรูจากสำนักมาร... แต่เป็นใบหน้าที่เขาคุ้นเคยยิ่งกว่าผู้ใดในอดีตชาติ! ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งใจให้วิถีกระบี่นี้ส่อง ประกายผ่านความมืดด้วยกันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีเซียนไร้ลักษณ์ สลักกระบี่เทวะทลายฟ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%