กลิ่นหอมเอียนของน้ำมันหมูเก่าและกลิ่นอับชื้นจากห้องเก็บฟืนหลังบ้านตระกูลกู้ ไม่ได้ทำให้หลินเฟยหรานรู้สึกสะทกสะท้านแม้แต่น้อย ดวงตากลมโตคู่คมกวาดมองคราบน้ำมันที่เปรอะเปื้อนอยู่บนพื้นดินอย่างพิจารณา ปลายนิ้วเรียวแตะผงแป้งข้าวเจ้าเนื้อละเอียดที่โรยไว้บางๆ ราวกับพรมวิเศษ ทว่าเบื้องหลังความเงียบงันนี้ มีรอยเท้าขนาดใหญ่ของผู้ชายที่ย่ำเหยียบลงมาจนจมมิดทิ้งไว้เป็นหลักฐาน
"หึ... วางใจเกินไปหน่อยกระมังคะ"
หลินเฟยหรานแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยประกายความเฉียบคมสะใจ เธอกวาดสายตามองวัตถุดิบในมิติลับที่เพิ่งเก็บเกี่ยวมาเมื่อครู่ ทั้งพริกเสฉวนคั่วหอมกรุ่น งาดำคั่วบดละเอียด และเนื้อหมูสามชั้นติดมันที่ถูกตุ๋นจนนุ่มละมุนด้วยไฟอ่อน ในยุคที่ข้าวยากหมากแพงเช่นนี้ การจะหาวัตถุดิบชั้นดีมาทำ "ของว่างล่อใจ" ย่อมเป็นเรื่องยากยิ่ง แต่นั่นแหละคือ "เหยื่อ" ชั้นดีที่จะทำให้ปลาตัวใหญ่ยอมโผล่หัวขึ้นมาจากน้ำ
ก้าวเท้าสืบเข้ามาในครัวเงียบเชียบ ร่างสูงใหญ่ของกู้ฉางจวินก็ปรากฏขึ้นด้านหลังอย่างเงียบเชุป เขามิได้เอ่ยคำใดให้เสียบรรยากาศ เพียงแต่เอื้อมมือหนามาช่วยยกกระทะเหล็กใบใหญ่อย่างรู้ใจ ดวงตาคมกริบของอดีตทหารผ่านศึกกวาดมองภรรยาด้วยความห่วงใยระคนชื่นชม สายตาที่มักจะเย็นชาต่อคนนอกกลับอ่อนแสงลงยามทอดมองสตรีตรงหน้า
"ระวังมือค่ะ กลิ่นพริกคั่วมันฉุน เดี๋ยวจะแสบตาเอา" กู้ฉางจวินเอמהนเสียงทุ้มต่ำ เคลื่อนกายเข้ามาบังลมหนาวที่พัดลอดช่องหน้าต่างให้โดยอัตโนมัติ
"ฉันระวังอยู่แล้วค่ะพี่ฉางจวิน..." หลินเฟยหรานช้อนสายตาขึ้นสบมองสามี มุมปากยกยิ้มพราย เคมีที่อบอุ่นและรู้ใจของคนทั้งคู่ราวกับสร้างเกราะคุ้ม AURA ป้องกันความโสมมจากภายนอก "แต่คนที่ควรจะระวังตัวในตอนนี้... น่าจะเป็นแขกไม่ได้รับเชิญที่แอบซุ่มอยู่หลังกำแพงต่างหากค่ะ"
วันนี้ หลินเฟยหรานจงใจปล่อยข่าวลือเรื่อง "ซาลาเปาไส้หมูสามชั้นสูตรลับวังหลวง" และ "เกี๊ยวทอดกรอบราดน้ำพริกเผาโบราณ" ที่ทำขึ้นจากเสบียงก้นครัวในมิติลับ กลิ่นหอมฟุ้งของเครื่องเทศและเนื้อสัตว์ที่ถูกเคี่ยวจนน้ำมันแตกตัวลอยละลิ่วไปทั่วตรอกซอกซอยของหมู่บ้าน สะท้านสะเทือนจมูกของคนตระกูลกู้สายรองและพวกหน้าเนื้อใจเสือที่คอยจ้องจะสูบเลือดสูบเนื้อพวกเขามานานแรมปี
หลินเฟยหรานลงมือปั้นแป้งด้วยความคล่องแคล่ว ท่วงท่ารำแพนราวกับเซียนปรุงอาหาร กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งในร่างของสะใภ้รองผู้ถูกรังแก เธอนำเกี๊ยวแป้งบางเฉียบห่อไส้หมูปรุงรสด้วยพริกเสฉวนและน้ำมันงา ลงทอดในน้ำมันร้อนๆ จนส่งเสียงซู่ซ่า สีเหลืองทองกรอบอร่อยล่อตาล่อใจ ก่อนจะตักขึ้นมาวางเรียงรายบนจานกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาดตา
ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าเร่งAร้อนและเสียงกลืนน้ำลายดังเอือกก็ดังขึ้นที่หน้าประตูรั้วบ้าน
"กลิ่นอะไรวะ... หอมชิบหาย! นังสะใภ้รองมันเอาเงินที่ไหนมาซื้อเนื้อหมูทำอาหารกินกันวะเนี่ย!" เสียงแหบพร่าของป้าสะใภ้ใหญ่ผู้โลภมากดังลอดเข้ามา พร้อมกับเงาร่างผอมแห้งที่พยายามชะเง้อคอมองผ่านร่องไม้ไผ่สาน
หลินเฟยหรานส่งสัญญาณสายตากับกู้ฉางจวิน ทั้งคู่รู้หน้าที่ทันที ฝ่ายสามีเดินเลี่ยงไปซุ่มรอจังหวะที่มุมมืดด้านหลังเรือน ส่วนภรรยาแกล้งทำเป็นยกจานเกี๊ยวทอดส่งกลิ่นหอมกรุ่นเดินมาวางไว้ที่โต๊ะไม้หน้าบ้าน พร้อมกับส่งเสียงรำพึงรำพันราวกับพูดคนเดียว
"โอייה... เกี๊ยวทอดกรอบนอกนุ่มในราดน้ำพริกเผาสูตรพิเศษ หอมเย้ายวนใจถึงเพียงนี้ ถ้าใครได้กินเข้าไปสักคำ รับรองว่าติดใจจนลืมไม่ลงแน่ๆ เสียดายจัง... ทำไว้ตั้งเยอะ กินคนเดียวไม่หมดหรอก ใครนะช่างโชคดีถ้าได้แอบหยิบไปกินสักชิ้นสองชิ้น..."
สิ้นเสียงยั่วเย้าของหลินเฟยหราน เงาตะคุ่มที่ซ่อนอยู่หลังพุ่มไม้ก็ขยับไหวทันที ความโลภบังตาจนลืมสิ้นความระแวดระวัง ป้าสะใภ้ใหญ่ผู้หิวกระหายแอบย่องเบาเข้ามาในเขตบ้านราวกับโจรย่องเบา มือเหี่ยวย่นเอื้อมคว้าหมับไปที่จานเกี๊ยวทอดบนโต๊ะอย่างรวดเร็วหมายจะหยิบยัดใส่ปาก
ทว่า... ในจังหวะนั้นเอง!
พรึบ!
แสงไฟจากคบเพลิงที่กู้ฉางจวินจุดขึ้นส่องสว่างวาบไปทั่วบริเวณ เผยให้เห็นภาพคาตาของป้าสะใภ้ใหญ่ที่มือข้างหนึ่งกำเกี๊ยวทอดร้อนๆ จนน้ำมันเยิ้มเลอะเต็มอุ้งมือ ปากยังอ้าค้างคาไว้ด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด
"อุ๊ย! ตายจริง..." หลินเฟยหรานแสร้งยกมือปิดปาก อุทานด้วยน้ำเสียงตกใจแต่ดวงตากลับพราวระยับด้วยรอยยิ้มสะใจ "ขโมยขึ้นบ้านกลางวันแสกๆ แถมยังมือไวใจเร็วเสียด้วยนะคะเนี่ย... ป้าสะใภ้ใหญ่ ท่านอยากกินเกี๊ยวทอดฝีมือฉันขนาดนี้เชียวหรือคะ ถึงขั้นต้องลงทุนปีนรั้วเข้ามาขโมยกันเลยทีเดียว?"
ป้าสะใภ้ใหญ่หน้าถอดสี อ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออก น้ำมันจากเกี๊ยวร้อนๆ ลวกมือจนแสบพะงาบ แต่ความตกใจกลัวทำให้ไม่กล้าแม้แต่จะร้องโอดครวญ ยิ่งเห็นสายตานิ่งสนิทแต่ทรงพลังราวกับพญาเสือโคร่งของกู้ฉางจวินที่ก้าวเข้ามาประชิดด้านหลัง นางก็ยิ่งตัวสั่นเทาเหมือนลูกนกตกน้ำ
"เจ้า... นังสะใภ้สารเลว แกกล้าเอาของกินมาวางล่อฉันรึ!" ป้าสะใภ้ใหญ่แผดเสียงแหลมกลบเกลื่อนความผิด
"ล่ออะไรกันคะ?" หลินเฟยหรานก้าวเข้าไปใกล้ ชEกหน้าขึ้นสบตาอย่างท้าทาย น้ำเสียงเยือกเย็นแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "ของทุกอย่างอยู่ในบ้านของฉัน ฉันจะวางไว้ตรงไหนมันก็สิทธิ์ของฉัน แต่คนที่เดินย่ำผงแป้งที่ฉันโรยไว้ และเอามือสกปรกมาหยิบจับทรัพย์สินของผู้อื่น... เขาเรียกว่า 'โจร' ค่ะ!"
ยังไม่ทันที่ป้าสะใภ้ใหญ่จะทันได้แก้ตัว เสียงเคาะประตูรั้วด้านนอกก็ดังขึ้นโครมคราม พร้อมกับเสียงตะโกนเอะอะโวยวายของหัวหน้าหมู่บ้านและชาวบ้านนับสิบคนที่ถูกดึงดูดด้วยกลิ่นหอมและแผนการที่หลินเฟยหรานวางหมากไว้ล่วงหน้า
"เกิดอะไรขึ้นที่นี่! เสียงเอะอะโวยวายอะไรกัน!" เสียงหัวหน้าหมู่บ้านดังลั่น พร้อมกับบานประตูรั้วที่ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง เผยให้เห็นร่างของพยานปากเอกและชาวบ้านที่ยืนอออยู่เต็มลานหน้าบ้าน
และในเสี้ยววินาทีนั้นเองที่หลินเฟยหรานซ่อนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ไว้ใต้ใบหน้าอันสงบเสงี่ยม เมื่อเธอมองเห็นร่างของใครอีกคน... บุคคลที่ไม่คาดฝันว่าจะโผล่มาในเวลานี้ ก้าวปะปนเข้ามาในกลุ่มชาวบ้านด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความริษยาและเล่ห์กลอันดำมืด!
ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไป๋เป่าเปาคนนี้ด้วยนะคะ รี้ดที่รักทุกท่าน!
สูตรลับฉบับยอดแม่ครัวในยุคที่ข้าวปลาขาดแคลน•ตอนที่ 10
กับดักที่วางไว้ ใครกันแน่ที่ติดกับ?
ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับยอดแม่ครัวในยุคที่ข้าวปลาขาดแคลน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!