สูตรลับฉบับยอดแม่ครัวในยุคที่ข้าวปลาขาดแคลน•ตอนที่ 11

ก้าวแรกสู่เมืองใหญ่

ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
กลิ่นหอมเอียนของน้ำมันหมูเก่าและเสียงกระทะเหล็กกระทบตะหลิวของบ้านรองแม่สามีดังเล็ดลอดข้ามรั้วดินอัดมาเป็นระดู ทว่าหลินเฟยหรานหาได้ใส่ใจไม่ ปลายนิ้วเรียวสวยภายใต้เสื้อกันหนาวไหมพรมถักสีตุ่นกำลังบรรจงห่อแป้งสาลีนวดมือแผ่นสุดท้ายลงบนเขียงไม้ไผ่ ไส้หมูสับผสมเห็ดหอมป่าและกุ้ยฉ่ายในอ่างเคลือบส่งกลิ่นหอมยวนใจจนเจ้าตัวเล็กสองคนแอบกลืนน้ำลายเอื้อมมือมาแตะขอบโต๊ะอยู่หลายครา "แม่จ๋า ในเมืองใหญ่จะมีซาลาเปาไส้แน่นๆ แบบนี้ขายไหมคะ" เสียงใสของเด็กหญิงเอ่ยถามพลางดวงตากลมโตเป็นประกายความคาดหวัง หลินเฟยหรานแย้มรอยยิ้มบางๆ วางแป้งในมือลงแล้วใช้หลังมือเกลี่ยแก้มนุ่มของบุตรสาวอย่างอ่อนโยน "ในเมืองใหญ่น่ะมีอะไรมากกว่าที่ลูกคิดเยอะค่ะ... แต่รับรองว่าฝีมือแม่ ไม่มีทางพ่ายแพ้ให้กับภัตตาคารไหนในมณฑลแน่นอน" ดวงตาคมกริบของเชฟอัจฉริยะจากวังหลวงกวาดมองไปรอบห้องโถงที่บัดนี้ลังไม้สนและหีบสัมภาระถูกจัดวางเป็นระเบียบเรียบร้อย การตัดสินใจหอบหิ้วครอบครัวย้ายสำมะโนครัวเข้าสู่ตัวเมืองชิงหยางไม่ใช่เรื่องง่าย ท่าเสียงคัดค้านของเครือญาติจอมสูบเลือดสูบเนื้อที่แห่กันมาหน้าบ้านเมื่อวานยังคงดังสะท้อนในโสตประสาท พวกเขาต่างพากันหัวเยาะเย้ยหยันว่าคนบ้านรองที่เคยตกอับจะไปรอดในเมืองใหญ่ได้อย่างไร คงไม่พ้นหอบผ้ากลับมาซมซานในอีกไม่กี่เดือน แต่มีหรือที่หลินเฟยหรานจะใส่ใจเสียงนกเสียงกาพวกนั้น ในเมื่อมิติฟาร์มในห้วงจิตสำนึกของนางเพิ่งปลดล็อกแปลงสมุนไพรหายากและคลังวัตถุดิบระดับพรีเมียม การก้าวออกไปเผชิญโลกกว้างในยุค 70-80 นี้ คือเวทีทองคำที่จะทำให้นางสร้างอาณาจักรธุรกิจอาหารขึ้นมาด้วยสองมือ "เฟยหราน รถบรรทุกของสหกรณ์มาจอดรอหน้าปากซอยแล้ว" เสียงทุ้มต่ำแต่หนักแน่นดังขึ้นจากประตูห้อง กู้ฉางจวินก้าวเข้ามาด้วยร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อแจ็กเก็ตทหารสีเขียวเข้ม ใบหน้าคมคายมีร่องรอยความเหนื่อยล้าจากการติดต่อประสานงาน แต่แววตาที่มองภรรยาและลูกกลับเต็มเปี่ยมไปด้วยความอบอุ่นและพลังปกป้อง ชายหนุ่มไม่ได้เอ่ยคำหวานเลี่ยน ทว่าการที่เขายื่นมือมาช่วยยกหีบไม้ใบใหญ่ขึ้นบ่าอย่างไร้ความลังเล พร้อมทั้งใช้มืออีกข้างกุมมือเรียวของนางไว้แน่น คือคำมั่นสัญญาที่ชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดร้อยแปดพันเก้า "พี่ฉางจวิน ทางนั้นจัดการเรียบร้อยแล้วใช่ไหมคะ" หลินเฟยหรานเงยหน้าสบตาผู้เป็นสามี สัมผัสอุ่นจัดจากฝ่ามือหนาช่วยขับไล่ความตึงเครียดในใจให้มลายหายไปสิ้น "อืม เรียบร้อยดี ห้องแถวไม้สองชั้นย่านตลาดเก่าที่เราเช่าไว้ แม้จะเก่าไปหน่อย แต่ด้านล่างกว้างขวางพอจะเปิดเป็นร้านขายอาหารเล็กๆ ได้ ส่วนด้านบนสะอาดสะอ้าน ลูกๆ จะได้มีที่นอนสบายๆ" กู้ฉางจวินพยักหน้ารับ แววตาฉายประกายมุ่งมั่นไม่แพ้กัน "ผมจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาเอาเปรียบพวกเราได้อีกเด็ดขาด" การเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองในยุคที่การคมนาคมยังจำกัดเต็มไปด้วยความโยกเยกและฝุ่นตลบ ตลอดเส้นทางผ่านทุ่งนาสีทองอร่ามและโรงงานอุตสาหกรรมควันโขมง หลินเฟยหรานเหม่อมองทิวทัศน์นอกหน้าต่างรถบรรทุก สมองขบคิดถึงแผนการตลาดขั้นแรก เมนูเด็ดที่จะใช้เปิดหัวใจชาวเมืองชิงหยางต้องไม่ใช่แค่รสชาติอร่อย แต่ต้องสะท้อนความประณีตที่หาไม่ได้จากที่อื่น 'บะหมี่น้ำซุปกระดูกเคี่ยวตุ๋นยาจีนสูตรลับเฉพาะ' จะต้องเป็นหมุดหมายแรกที่สั่นสะเทือนวงการค้าขายในย่านนั้น เมื่อรถบรรทุกแล่นเลี้ยวเข้าสู่ซอยแคบๆ ของตลาดเก่าในตัวเมืองชิงหยาง กลิ่นอายความเจริญผสมผสานกับกลิ่นอายความชื้นของตึกเก่าปูนปั้นก็โชยปะทะจมูก บ้านแถวไม้สองชั้นหมายเลข 42 ปรากฏอยู่ตรงหน้า ตัวอาคารแม้จะมีร่องรอยกาลเวลาแต่ก็แข็งแรงทนทาน เหมาะแก่การเริ่มต้นชีวิตใหม่และการสร้างอาณาจักรธุรกิจของสองสามีภรรยา กู้ฉางจวินจัดการไขกุญแจประตูไม้หนາ เสียงกลอนขึ้นสนิมดังเอี๊ยดอ๊าดก่อนที่บานประตูจะเปิดออกเผยให้เห็นพื้นที่ภายในที่แม้จะมีฝุ่นหนาเตอะ แต่โครงสร้างกลับกว้างขวางกว่าที่คาดคิด หลินเฟยหรานก้าวเท้าเข้ามาเป็นคนแรก สูดกลิ่นอายของบ้านหลังใหม่ลึก ทว่า ในขณะที่ทั้งครอบครัวกำลังช่วยกันยกสัมภาระชิ้นสุดท้ายลงจากรถ และหลินเฟยหรานกำลังจะหยิบผ้าชุบน้ำมาเช็ดทำความสะอาดเคาน์เตอร์ไม้เก่าหน้าร้าน เสียงเคาะประตูรั้วด้านนอกก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน—ก๊อก ก๊อก ก๊อก! ไม่ใช่เสียงเคาะแบบคนส่งของหรือเพื่อนบ้านทั่วไป แต่เป็นจังหวะเคาะที่แฝงไว้ด้วยความหยิ่งผยองและคุ้นเคยอย่างประหลาด กู้ฉางจวินขมวดคิ้วมุ่น รีบก้าวออกไปเปิดประตูรั้วไม้หน้าบ้านทันที ร่างของสตรีวัยกลางคนสวมเสื้อคลุมผ้าสักหลาดเนื้อดี ใบเชิดรั้นที่เต็มไปด้วยรอยย่นแห่งความเจ้าเล่ห์ปรากฏแก่สายตา นางคือ 'ป้าสะใภ้ใหญ่' จอมหน้าเลือดจากหมู่บ้านเดิม ที่เคยยกพวกมาโวยวายแย่งส่วนแบ่งเงินขายสมุนไพรของพวกเขานั่นเอง! "แหมๆ หลบหนีความยากจนมาซุกหัวนอนถึงในเมืองเชียวรึ เจ้าพวกอกตัญญู นึกว่าจะหนีพ้นเงื้อมมือพวกฉันรึไง!" เสียงแหลมสูงกรีดแทรกบรรยากาศยามบ่าย ท่าทางกร่างระรานทำให้สองพี่น้องตัวน้อยรีบวิ่งมาหลบหลังมารดาด้วยความหวาดกลัว หลินเฟยหรานค่อยๆ วางผ้าในมือลง รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นที่มุมปากอย่างช้าๆ นางมิได้ตกใจตื่นกลัวแม้แต่น้อย กลับรู้สึกราวกับเหยื่อเดินมาติดกับดักเองเสียด้วยซ้ำ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไป๋เป่าเปาคนนี้ด้วยนะคะ รี้ดที่รักทุกท่าน!
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับยอดแม่ครัวในยุคที่ข้าวปลาขาดแคลน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%