"ถ้าพวกท่านคิดว่าเศษกระดูกติดหนังคอหมูต้มเค็มชามนี้ คือความปรานีสูงสุดที่สะใภ้รองอย่างฉันจะหยิบยื่นให้ได้ล่ะก็... เชิญกลับออกไปทางเดิมได้เลยค่ะ"
น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมดุจใบมีดโกนของหลินเฟยหราน ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงไม้เก่าคร่ำคร่าที่เพิ่งถูกรีโนเวทใหม่จนสะอาดสะอ้าน กลิ่นหอมอวลของเครื่องเทศจีนโบราณสี่ชนิด ทั้งโป๊ยกั๊ก อบเชย ลูกผักชี และพริกไทยเสฉวน ลอยอบอวลผสมผสานกับกลิ่นไอน้ำร้อนจัดจากหม้อดินเผาใบใหญ่ กลบกลิ่นอับชื้นของยุคสมัยที่ข้าวยากหมากแพงไปจนสิ้นซาก
สะใภ้ใหญ่ตระกูลกู้หน้าเจื่อนลงทันที นางกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อดวงตากลมโตคู่สวยที่เปี่ยมด้วยประกายปัญญาของหลินเฟยหรานกวาดมองมาที่ตน มือหยาบกร้านที่เคยถือวิสาสะจะเปิดฝาหม้อน้ำซุปชะงักค้างกลางอากาศ
"เฟยหราน... พวกเราก็แค่คนกันเอง จะเคี่ยวเข็ญอะไรกันนักหนาเล่า? อีกอย่าง นี่มันยุคข้าวยากหมากแพงนะ เจ้าเปิดร้านอาหารเล็กๆ แอบซ่อนในตรอกซอกซอยแบบนี้ ระวังจะโดนข้อหากำไรเกินควรจากคณะกรรมการหมู่บ้านเข้าสักวัน!" สะใภ้ใหญ่เค้นเสียงขู่ฟ่อเพื่อกลบเกลื่อนความอยากอาหารที่พวยพุ่งขึ้นมาจนน้ำลายสอ
หลินเฟยหรานไม่แม้แต่จะชายตากลมโตคู่นั้นมองคู่สนทนา นางใช้กระบวยไม้เนื้อดีคนน้ำซุปกระดูกหมูเคี่ยวไฟอ่อนข้ามคืนช้าๆ ท่วงท่าสง่างามราวนางพญาในห้องเครื่องหลวงที่หลุดเข้ามาในโลกยุค 70 หาใช่หญิงชาวบ้านธรรมดาไม่
"กฎของร้านฉันมีอยู่สามข้อ... ข้อแรก ห้ามต่อรองราคา ข้อที่สอง ห้ามส่งเสียงดังรบกวนแขกท่านอื่น และข้อสุดท้าย..." หลินเฟยหรานเงยหน้าขึ้น สบตากับสะใภ้ใหญ่ตรงๆ รอยยิ้มมุมปากเยียบเย็นจนอีกฝ่ายสันหลังวาบ "คนตระกูลกู้สายหลัก... ไม่อยู่ในรายชื่อผู้มีสิทธิ์ลิ้มลองอาหารร้าน 'รสทิพย์ลอยลม' แห่งนี้ค่ะ"
เพล้ง!
เสียงชามกระเบื้องในมือสะใภ้ใหญ่สั่นสะท้านเกือบหล่นร่วง นางกัดฟันกรอดด้วยความแค้นเคือง แต่ทว่ายังไม่ทันได้เอאวาจาใดโต้
ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อแจ็กเกตสีเขียวทหารเซอร์ๆ แต่สะอาดสะอ้านก็ก้าวเข้ามาประชิดด้านหลังภรรยา กู้ฉางจวินไม่พูดพร่ำทำเพลง มือหนาหนาบึกบึนวางถังน้ำมันพืชล็อตใหม่ที่เพิ่งขนมาจากมิติลับลงบนพื้นไม้เสียงดังตุ้บ แรงกดดันจากอดีตทหารผ่านศึกแผ่ซ่านจนสะใภ้ใหญ่ต้องถอยกรูดโดยอัตโนมัติ
"ภรรยาฉันพูดชัดเจนแล้ว เชิญ" กู้ฉางจวินเอמהเสียงทุ้มต่ำ กรามขบเข้าหากันแน่น สายตาคมกริบดุจพญาอินทรีมองไปยังผู้บุกรุกราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ใครหน้าไหนก็ช่าง หากกล้ามาหาเรื่องหลินเฟยหรานในอาณาเขตของเขา มันผู้นั้นต้องเดินออกไปพร้อมกับรอยแผลในใจเสมอ
สะใภ้ใหญ่หน้าเสียถอยหลังกรูดออกไปจากร้านอย่างไม่เป็นขบวน ทิ้งไว้เพียงเสียงฮึดฮัดด้วยความเจ็บใจที่ดังลอดมาจากนอกประตู
เมื่อความวุ่นวายสงบลง กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารก็กลับมาทวงคืนพื้นที่ หลินเฟยหรานผ่อนลมหายใจยาว มือกำลังจะจัดเตรียมจานชามสำหรับลูกค้ารายแรกที่ยืนรออยู่หน้าร้านอย่างอดทน แต่ทว่า ก่อนที่ก้าวแรกของลูกค้าคนสำคัญจะก้าวข้ามธรณีประตู...
เงาร่างสูงโปรดปรานในชุดสูทจีนสีเทาเข้มสะอาดตา พร้อมแว่นตากรอบทองที่สะท้อนแสงไฟตะเกียง ก็ปรากฏขึ้นพร้อมรอยยิ้มลึกลับที่มุมปาก
"สวัสดีครับ แม่เชฟคนเก่ง... ผมได้ยินกิตติศัพท์ความอร่อยของร้าน 'รสทิพย์ลอยลม' จนทนไม่ไหว ถึงกับต้องเดินทางข้ามอำเภอมาเพื่อพิสูจน์ด้วยตัวเองเลยนะเนี่ย"
ชายแปลกหน้าผู้มาเยือนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความนัยบางอย่างที่ทำให้กู้ฉางจวินหรี่ตามองอย่างระแวดระวังทันที ในขณะที่หลินเฟยหรานชะงักมือที่ถือตะหลิว หัวใจกระตุกวูบเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันตรายที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มนั้น
ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไป๋เป่าเปาคนนี้ด้วยนะคะ รี้ดที่รักทุกท่าน!
สูตรลับฉบับยอดแม่ครัวในยุคที่ข้าวปลาขาดแคลน•ตอนที่ 12
ร้านอาหารแห่งแรกกับป้ายต้อนรับ
ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับยอดแม่ครัวในยุคที่ข้าวปลาขาดแคลน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!