กลิ่นอายจางๆ ของน้ำมันหมูเคี่ยวกับพริกเสฉวนคั่วแห้งลอยอบอวลอยู่หลังห้องครัวบ้านตระกูลกู้ ทว่าบรรยากาศภายในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ กลับเย็นยะเยือกเสียยิ่งกว่าน้ำค้างกลางฤดูหนาว
หลินเฟยหรานปรายตามองเงาร่างสูงโปร่งในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวมะกอกที่ยืนกอดอกพิงวงกบประตู กู้ฉางหยวน น้องสามีผู้จากบ้านไปเติบโตในเมืองหลวง บัดนี้กลับมาพร้อมยศนายสิบตรีและแววตาที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยานจนแทบทะลักล้น
"พี่สะใภ้ทำอะไรอยู่หรือครับ? กลิ่นหอมฟุ้งไปถึงหน้าปากซอยเชียว"
น้ำเสียงนั้นเอ่ยทักทายราวกับน้องชายผู้แสนดี ทว่าดวงตากลับกวาดมองหม้อดินเคลือบที่ตั้งอยู่บนเตาถ่านด้วยความโลภระคนสงสัย หลินเฟยหรานไม่ได้ตอบทันที นางเพียงใช้ทัพพีไม้คนน้ำซอสพะโล้สูตรลับโบราณที่เคี่ยวจนเหนียวข้น สีน้ำตาลเข้มมันวาวส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลจนกระเพาะของใครหลายคนต้องส่งเสียงประท้วง
"ก็แค่ทำอาหารเก็บไว้กินในครอบครัว... น้องสามีเพิ่งกลับมาเหนื่อยๆ ไم่ออกไปพักผ่อนที่ห้องโถงเล่า มายืนดมกลิ่นควันไฟตรงนี้ทำไมกันคะ" หลินเฟยหรานเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่มือที่ถือทัพพีกลับมั่นคง ไม่มีอาการสั่นเทาแม้แต่น้อย
กู้ฉางหยวนแค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้ามาใกล้เตาไฟทีละน้อยจนเกือบจะประชิดตัวนาง "ครอบครัว? หึ... พี่สะใภ้พูดคำนี้มันดูห่างเหินเกินไปหน่อยกระมังครับ บ้านตระกูลกู้เราตอนนี้ใครๆ ก็รู้ว่าท่านเป็นคนกุมกระเป๋าเงิน และที่สำคัญ... สูตรอาหารที่ทำให้ร้านค้าในอำเภอแย่งกันซื้อจนเงินทองไหลมาเทมา มันก็น่าจะเป็นสมบัติของตระกูลกู้เราทุกคน ไม่ใช่หรือครับ?"
คำพูดนั้นชัดเจนเสียยิ่งกว่าใบประกาศจับ กู้ฉางหยวนไม่ได้กลับมาเยี่ยมบ้านด้วยความคิดถึง แต่เขากลับมาเพื่อ "สูตรลับ" ที่จะนำไปต่อยอดอนาคตของตัวเองในเมืองหลวง!
ในขณะเดียวกัน ที่มุมมืดหลังหน้าต่าง กู้ฉางจวิน สามีร่างสูงใหญ่ของนางที่เพิ่งกลับจากการแบกฟืน กำลังยืนกำขวานในมือแน่นจนข้อต่อปูดโปน ดวงตาคมกلامดดุดันจับจ้องน้องชายแท้ๆ ของตนเองเขม็ง รังสีความกดดันแผ่ซ่านออกมาจนอากาศรอบตัวแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง เขาก้าวเท้าจะพุ่งเข้าไปจัดการไอ้น้องชายตัวดีที่บังaชาญกล้ามาลูบคมภรรยาของเขา แต่หลินเฟยหรานกลับส่งสัญญาณห้ามด้วยหางตา นางยังต้องการเล่นสนุกกับงูพิษตัวนี้อีกสักหน่อย
"สมบัติของตระกูลกู้?" หลินเฟยหรานทวนคำ นางวางทัพพีลงกระทบขอบหม้อเสียงดัง *กริ๊ง* ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับชายหนุ่มผู้มีศักดิ์เป็นน้องสามี รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก แต่นัยน์ตากลับไร้ซึ่งความรู้สึก "น้องสามี... ตอนที่บ้านเราแทบไม่มีข้าวกรอกหม้อ ตอนที่ท่านแม่กับฉันต้องอดมื้อกินมื้อเพื่อส่งเงินให้คุณไปเรียนและสอบเข้ากองทัพในเมืองหลวง ตอนนั้น... คุณเคยจำได้ไหมคะว่าคำว่า 'ครอบครัว' มันสะกดอย่างไร?"
กู้ฉางหยวนชะงักไปชั่วขณะ สีหน้าเปลี่ยนสีวูบหนึ่งด้วยความกระอักกระอ่วน แต่ความโลภมีอำนาจเหนือกว่าสำนึกบุญคุณ เขาปรับสีหน้าให้กลับมาแข็งกร้าวขึ้น "นั่นมันเรื่องอดีต! ตอนนี้ผมเป็นทหารมีหน้ามีตาในเมืองหลวง ถ้าผมได้สูตรอาหารและน้ำซอสพวกนี้ไปต่อยอด รับรองว่าตระกูลกู้ของเราจะได้ดิบได้ดีกว่าการมานั่งหลังขดหลังแข็งขายของป่าในหมู่บ้านชนบทนี่แน่!"
"ดีล่ะค่ะ..." หลินเฟยหรานพยักหน้ารับเบาๆ นางเดินเข้าไปหยิบขวดแก้วบรรจุน้ำซอสพะโล้สีเข้มข้นที่เพิ่งเคี่ยวเสร็จใหม่ๆ วางลงตรงหน้าเขา "ในเมื่อคุณอยากได้นัก ฉันก็จะยกให้... แต่วิธีทำน้ำซอสสูตรนี้มีขั้นตอนซับซ้อน ต้องใช้สมุนไพรหายากสิบสองชนิด และต้องเคี่ยวในยามดึกดื่นค่ำคืนตามอัตราส่วนที่แม่นยำ หากคุณคิดจะเอาไปทำขายส่งเดช รับรองว่ารสชาติจะผิดเพี้ยนจนกลายเป็นพิษได้เลยทีเดียวค่ะ"
กู้ฉางหยวนรีบคว้าขวดแก้วนั้นขึ้นมาเปิดดมกลิ่น กลิ่นหอมหวานปนเผ็ดร้อนของเครื่องเทศเตะจมูกจนเขาตาวาวโรจน์ ความระแวงที่มีมลายหายสิ้น เหลือเพียงความฮึกเหิมที่จะนำมันไปแสวงหาผลประโยชน์ "ฮ่าๆๆ! ขอบคุณมากครับพี่สะใภ้ วางใจเถอะ ผมจะเอาไปทำให้ตระกูลเรามีชื่อเสียงเอง!"
เขากำขวดน้ำซอสไว้แน่นแล้วหมุนตัวเดินจ้วงอ้าวออกไปจากห้องครัวอย่างรวดเร็ว โดยไม่ทันสังเกตเห็นรอยยิ้มลึกลับที่ระบายอยู่บนใบหน้าของหลินเฟยหราน รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความคมกริบราวกับคมมีดที่รอเวลาเชือดเฉือด
กู้ฉางจวินเดินเข้ามาสวมกอดเอวบางของภรรยาจากด้านหลัง ฝ่ามือหนาอุ่นจัดลูบไล้ต้นแขนของนางเบาๆ เพื่อปลอบประโลม น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยชิดริมใบหู "ทำไมปล่อยให้มันเอาไปง่ายๆ แบบนั้น? พี่หักขาไอ้เด็กนี่ตอนนี้ยังทันนะ"
หลินเฟยหรานเอนศีรษะพิงแผ่นอกกว้างของสามี พลางหัวเราะเบาๆ ในลำคอ "คุณสามีคะ... ใจร้อนเกินไปแล้ว น้ำซอสขวดนั้นน่ะ ฉันจงใจใส่ 'พริกหอมนรก' สองเท่า และเกลือทะเลป่นจนเค็มปี๋เข้าไปต่างหากล่ะคะ ใครกินเข้าไปรับรองว่าลิ้นชาไปสามวันเจ็ดวัน แถมถ้าเอาไปต้มตามใจชอบ มันจะส่งกลิ่นเหม็นไหม้ราวกับขยะเปียกเชียวค่ะ"
นางหันกลับมาสบตากับสามี รอยยิ้มซุกซนฉายชัดบนใบหน้าสวย "ปล่อยให้เขาเอาไปโชว์ความโง่เขลาต่อหน้าหัวหน้าทหารและสหายในกองร้อยเถอะค่ะ... ความโลภนี่แหละ คืออาวุธที่ดีที่สุดในการฆ่าคนโดยไม่ต้องใช้มือ"
กู้ฉางจวินมองภรรยาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักใคร่และระคนทึ่ง เขาก้มลงกดจูบที่หน้าผากมนของนางแผ่วเบา ขณะที่กลิ่นหอมกรุ่นของแป้งหมั่นโถวอบใหม่ๆ เริ่มลอยฟุ้งกลบกลิ่นควันไฟในห้องครัว ทว่า... ในจังหวะที่ทั้งสองกำลังดื่มด่ำกับความอบอุ่นนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็รัวดังขึ้นอย่างบ้าคลั่งจากหน้าบ้าน ตามมาด้วยเสียงตะโกนโหววกเหวกโวยวายของชาวบ้านที่วิ่งหน้าตื่นเข้ามา!
"แย่แล้ว! เกิดเรื่องใหญ่ที่ลานกลางหมู่บ้านแล้ว! คุณกู้! คุณเฟยหราน! รีบออกไปดูเร็วเข้า... มีคนจากสหกรณ์อำเภอบุกมาพังร้านค้าของพวกคุณแล้ว แถมยังบอกว่าสินค้าในร้านเป็น 'ของเถื่อนผิดกฎหมาย' ที่แอบลักลอบผลิต!!"
...
(ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไป๋เป่าเปาคนนี้ด้วยนะคะ รี้ดที่รักทุกท่าน!)
สูตรลับฉบับยอดแม่ครัวในยุคที่ข้าวปลาขาดแคลน•ตอนที่ 9
มือมืดที่จ้องทำลายจากภายใน
ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับยอดแม่ครัวในยุคที่ข้าวปลาขาดแคลน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!