"แปะ... แปะ..."
เสียงธนบัตรใบละหนึ่งเหมาและห้าเหมาที่ถูกนับเรียงซ้อนกันบนโต๊ะไม้เนื้อหยาบ ดังสะท้อนก้องอยู่ในความเงียบของห้องครัวเล็กๆ บ้านตระกูลกู้ กลิ่นหอมจางๆ ของน้ำมันหมูและซีอิ๊วขาวที่อบอวลอยู่ตามซอกฝาผนัง ยังคงเป็นพยานปากเอกถึงศึกยามวิกาลเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน
หลินเฟยหรานใช้ปลายนิ้วเรียวสวยปัดกองเงินตรงหน้าให้เป็นระเบียบ ดวงตากลมโตภายใต้แพขนตางอนงามกวาดมองตัวเลขรวมในสมุดบัญชีเล่มเก่าด้วยความสงบเยือกเย็น ตัวเลขสามสิบหยวนกับอีกแปดเหมา... สำหรับยุคสมัยที่ข้าวสารหนึ่งชั่งราคาไม่ถึงสองเหมา เงินจำนวนนี้มากพอจะซื้อแป้งสาลีชั้นดีและเนื้อหมูติดมันสามชั้นได้เป็นสุนทรกรีย์ของครอบครัวไปอีกหลายเดือน
"เฟยเฟย... ทั้งหมดนี่..." กู้ฉางจวินที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเตี้ย เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ดวงตาคมกริบของอดีตทหารผ่านศึกทอดมองภรรยาด้วยความรู้สึกที่ยากจะหาคำ ภายในอกของเขารู้สึกเหมือนมีคลื่นความอุ่นซัดสาดจนปั่นป่วน มือหนาที่ผ่านการจับปืนและไถนามาอย่างโชกโชน วางนิ่งอยู่บนตักราวกับไม่กล้าแม้แต่จะเอื้อมไปสัมผัสความมั่งคั่งตรงหน้า ที่เกิดจากหยาดเหงื่อและมันสมองของหญิงสาวผู้นี้
"นี่คือผลลัพธ์จากการลงทุนลงแรงของเราค่ะ พี่ฉางจวิน" เฟยหรานเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มบางๆ ให้สามี รอยยิ้มนั้นไม่ได้ระ1เริดไปด้วยความโลภ แต่เปี่ยมด้วยความมั่นใจในวิถีทางที่นางกำลังก้าวเดิน "จำคำที่ฉันบอกได้ไหมคะ? ในยุคที่ข้าวยากหมากแพง คนเราอาจยอมอดอยากเรื่องเสื้อผ้า แต่ไม่มีทางทนหิวท้องได้นานหรอกค่ะ"
คำพูดเรียบง่ายแต่เฉียบคมนี้ ทำให้กู้ฉางจวินแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างนับถือ ภรรยาตัวน้อยของเขาคนนี้ ช่างมีความเด็ดเดี่ยวและมองการณ์ไกลราวกับเซียนวางหมากกระดานใหญ่ ใครจะคาดคิดเล่าว่า ซาลาเปาสอดไส้สูตรลับและหมูพะโล้ตุ๋นยาจีนที่นางพลิกแพลงทำขึ้นจากวัตถุดิบในมิติฟาร์ม จะสามารถกวาดเงินหยวนจากตลาดมืดและพ่อค้าคนกลางในอำเภอจนเกลี้ยงเข่งได้ภายในเวลาไม่ถึงสองชั่วยาม
ทว่า ความสำเร็จย่อมมาพร้อมกับสายตาที่จ้องมองด้วยความอิจฉาริษยา
"ตึง! ตึง! ตึง!"
เสียงทุบประตูด้านนอกดังขึ้นอย่างหยาบโลน ทำลายบรรยากาศเงียบสงบในยามสายทันที ตามมาด้วยเสียงแหลมแสบแก้วหูของสะใภ้รองหลี่ว์ซื่อที่แผดลعنดังลั่นบ้าน
"ไอ้บ้านี่! หลินเฟยหราน! กู้ฉางจวิน! พวกแกซ่อนหัวหัวหดอะไรกันอยู่ข้างใน! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! อย่าคิดว่ากลิ่นหอมของกินเมื่อคืนที่ลอยโชว์หึ่งไปทั่วหมู่บ้านจะปิดบังคนอื่นได้นะยะ! บ้านรองเขาอดอยากปากแห้งกันจะตายอยู่แล้ว พวกแกยังมีหน้ามาแอบซุกซ่อนของดีไว้กินกันเองรึ!"
ใบหน้าของกู้ฉางจวินมืดครึ้มลงทันที รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากร่างกำยำจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลง เขาขยับตัวลุกขึ้นยืนเตรียมจะออกไปจัดการปัญหาเรื้อรังที่หน้าบ้านด้วยความรำคาญใจ
ทว่า... มือเรียวบางกลับเอื้อมไปแตะท่อนแขนแกร่งของเขาไว้เสียก่อน
เฟยหรานส่ายหน้าช้าๆ ดวงตาคู่สวยประกายแสงวาววับราวกับจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ที่รอเหยื่อเดินเข้ากรง "ใจเย็นๆ สิคะพี่ฉางจวิน... คนพวกนี้วิ่งกระหืดกระหอบมาหาเรื่องถึงที่ แปลว่ากลิ่นเงินมันหอมยวนใจพวกเขายิ่งกว่ากลิ่นอาหารเสียอีกค่ะ ไหนๆ พวกเขาก็อยากรู้ความลับในครัวของเรานัก... เราก็ควรจะต้อนรับขับสู้ให้สมเกียรติสักหน่อยไม่ใช่หรือคะ?"
เมื่อสิ้นคำพูดนั้น เฟยหรานก็กวาดเงินบนโต๊ะเก็บใส่ซองผ้าอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินนำหน้าสามีออกไปยังประตูบ้านด้วยท่าทีสง่างาม ไม่มีความหวาดกลัวเจือปนแม้แต่น้อย
แอ๊ด...
เสียงบานประตูไม้เก่าแก่เปิดออก เผยให้เห็นร่างอวบอ้วนของหลี่ว์ซื่อที่ยืนเท้าสะเอวใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว ด้านข้างยังมีแม่สามี (นางโจว) ยืนหน้าตาถมึงทึงถือไม้เท้าเคาะพื้นปึงปังด้วยความขัดเคืองไม่แพ้กัน
"อ้าว... พี่สะใภ้รอง ลมอะไรหอบท่านมาแต่เช้าคะเนี่ย?" เฟยหรานเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รอยยิ้มบนใบหน้ามีความเย้ยหยันซ่อนอยู่จางๆ จนแทบมองไม่เห็น
"นังตัวดี!" หลี่ว์ซื่อพุ่งเข้ามาหมายจะชี้หน้าด่าทอ แต่ทว่ายังไม่ทันได้แตะตัว เฟยหรานก็ก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวอย่างมีชั้นเชิง พร้อมกับที่กู้ฉางจวินก้าวเข้ามาขวางหน้าไว้เป็นโล่กำบัง ร่างสูงใหญ่กดสายตาดุร้ายมองกดลงมา จนสะใภ้รองต้องผงะถอยหลังไปครึ่งก้าวด้วยความหวาดกลัวสัญชาตญาณ
"วะ... ไว้อำนาจอะไรกันยะ!" หลี่ว์ซื่อกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แต่ความโลภบังตาทำให้หล่อนกล้าแผดเสียงต่อ "พวกแกสองคนผัวเมียทำมาหากินอะไรลับหลังครอบครัว! เมื่อคืนฉันได้กลิ่นเนื้อตุ๋นลอยข้ามกำแพงมาถึงบ้าน แถมยังมีชาวบ้านเห็นพวกแกหอบหิ้วตะกร้าใหญ่เข้าเมืองแต่เช้าตรู่! ของดีพวกนั้นเอามาจากไหน? เงินทองที่ได้มาต้องเอามาแบ่งให้ครอบครัวใหญ่ใช้ร่วมกันสิ! พวกแกมันพวกอกตัญญู เห็นแก่ตัว!"
คำกล่าวหาที่ตะโกนเสียงดัง ทำให้ชาวบ้านเริ่มเปิดประตูบ้านออกมามุงดูเหตุการณ์ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เสียงซุบซิบนินทาดังขึ้นระงม
นางโจว แม่สามีผู้ลำเอียง เคาะไม้เท้ากับพื้นเสียงดังสนั่น ดวงตาขุ่นคลั่กจ้องมองลูกชายคนรองและสะใภ้ด้วยความเกลียดชัง "ฉางจวิน! แกมันลูกเนรคุณ! เมียแกมันตัวหายนะ! หาเงินได้แล้วคิดจะเก็บกินกันเองสองคนหรือไง? ส่งเงินมาเดี๋ยวนี้! ไม่เช่นนั้นฉันจะไปฟ้องหัวหน้าหมู่บ้านว่าพวกแกแอบค้าขายผิดกฎหมาย!"
บรรยากาศหน้าบ้านตึงเครียดจนแทบขาดผึ่ง ทุกสายตาจับจ้องมาที่สองสามีภรรยา รอดูว่าพวกเขาจะรับมือกับข้อกล่าวหาและการรีดไถนี้อย่างไร
แต่ทว่า... หลินเฟยหรานกลับไม่ได้แสดงความตื่นตระหนกหรือหวาดกลัวแม้แต่น้อย นางแย้มยิ้มหวานหยาดเยิ้มออกมาอย่างใจเย็น ก่อนจะก้าวออกมาจากด้านหลังของสามี ยืนเผชิญหน้ากับแม่สามีและสะใภ้รองตรงๆ
"ท่านแม่พูดถูกแล้วค่ะ..." เสียงใสเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ ทุกคนต่างชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อได้ยินคำรับสารภาพที่ง่ายดายเช่นนั้น "การแอบซุกซ่อนทรัพย์สินในยุคสมัยนี้ ถือเป็นความผิดร้ายแรงจริงๆ ยิ่งถ้าเป็นการหาเงินด้วยวิธีที่ไม่ถูกต้องตามกฎของคอมมูน... ย่อมมีโทษหนักถึงขั้นยึดทรัพย์และส่งตัวไปใช้แรงงานใช่ไหมคะ?"
หลี่ว์ซื่อได้ยินดังนั้นก็ยิ้มแป้นด้วยความลำพองใจ คิดว่านังสะใภ้สามคนนี้คงหวาดกลัวจนมุมแล้ว รีบเสริมขึ้นทันที "ใช่แล้ว! ถ้ารู้ตัวก็รีบส่งเงินทั้งหมดมาซะดีๆ ไม่อย่างนั้นฉันจะตะโกนให้คนทั้งหมู่บ้านแห่กันมาเอาของพวกแกไปให้หมด!"
"แต่ว่านะ... พี่สะใภ้รองคะ" เฟยหรานหรี่ตามองอีกฝ่าย รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปาก "เงินที่พวกเราหามาได้เมื่อคืนนี้... มันแลกมาด้วยการเอาสูตรลับน้ำซุปกระดูกหมูตุ๋นยาจีน ที่ฉันอุตส่าห์คิดค้นขึ้นด้วยหยาดเหงื่อแรงกาย ไปแลกเปลี่ยนกับพ่อค้าในตลาดมืดมาอย่างยากลำบาก... และที่สำคัญ..."
นางจงใจเว้นจังหวะ เลื่อนสายตากวาดมองไปยังชาวบ้านที่มุงดูอยู่รอบๆ ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงกังวานชัดถ้อยชัดคำ
"สูตรอาหารจานนี้... เป็นทรัพย์สินส่วนตัวที่ฉันจดทะเบียนสิทธิ์ไว้ในความดูแลของตัวเองแต่เพียงผู้เดียว หากใครก็ตามที่พยายามจะเข้ามาแย่งชิง ปล้นสะดม หรือรีดไถทรัพย์สินนี้ไปโดยไม่ได้รับอนุญาต... ไม่เพียงแต่จะมีความผิดฐานกรรโชกทรัพย์ตามกฎหมายอาญาฉบับใหม่เท่านั้น..."
เฟยหรานก้าวเข้าไปใกล้หลี่ว์ซื่อกระซิบด้วยเสียงที่ได้ยินกันแค่สองคน แต่เยือกเย็นจนสะใภ้รองสันหลังวาบ
"แต่ต่อให้พวกท่านแย่งสูตรนี้ไป... ก็ไม่มีทางปรุงรสชาติให้อร่อยเหมือนเดิมได้หรอกค่ะ เพราะส่วนผสมลับตัวสุดท้าย... อยู่ที่เลือดเนื้อเชื้อไขของสกุลกู้คนนี้ต่างหาก"
ขณะที่ความโกลาหลและความโลภกำลังปะทะกันอย่างดุเดือดที่หน้าบ้าน ประตูรั้วไม้ไผ่ด้านข้างที่ควรจะปิดสนิท กลับถูกผลักเปิดออกช้าๆ โดยฝีมือของใครบางคน
ร่างสูงโปรสง่าในชุดเสื้อโค้ทกันหนาวสีเขียวเข้มแบบนายทหารนอกราชการ ก้าวเข้ามาในลานบ้านอย่างเงียบเชเชียบ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายแต่เย็นชาไร้ความรู้สึก ดวงตาคมปลาบกวาดมองกลุ่มคนที่กำลังรุมล้อมพี่ชายและพี่สะใภ้ด้วยรัศมีกดดันที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่ากู้ฉางจวินเสียอีก
"พี่ใหญ่... พี่รอง... พวกท่านกำลังทำอะไรกันเสียงดังแต่เช้า?"
น้ำเสียงทุ้มนุ่มทรงอำนาจดังขึ้น ทำเอาทุกคนในลานบ้านถึงกับแข็งค้าง หลี่ว์ซื่อที่กำลังอ้าปากจะโวยวายถึงกับสำลักน้ำลายตัวเอง หน้าถอดสีทันทีเมื่อหันไปเห็นว่าผู้มาใหม่คือใคร
กู้ฉางหยวน... น้องชายคนเล็กของบ้านตระกูลกู้ ผู้ที่ไปรับราชการทหารในเมืองหลวงและหายตัวไปนานหลายปี บัดนี้... เขากลับมาแล้ว และสายตาที่เขากำลังมองมาที่แม่กับพี่สะใภ้... ก็เต็มไปด้วยความเย็นเยียบที่ไม่มีใครคาดคิด!
**************************************
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมกำลังใจให้ "ไป๋เป่าเปาของแม่" เสมอนะคะ!
สูตรลับฉบับยอดแม่ครัวในยุคที่ข้าวปลาขาดแคลน•ตอนที่ 8
เมื่อความลับในครัวกลายเป็นทรัพย์สิน
ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับยอดแม่ครัวในยุคที่ข้าวปลาขาดแคลน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!