"ท่านผู้ตรวจการพิเศษส่งใครมาไม่ทราบ... แต่ต่อให้เป็นเงาพญายมจากเมืองหลวง ก็คงต้องต่อคิวซื้อตั๋วแลกอาหารหลังตรอกนี้เสียก่อนค่ะ"
หลินเฟยหรานกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมดุจใบมีดที่เพิ่งผ่านการลับ ดวงตากลมโตคู่สวยไม่ได้ฉายแววตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เธอยืนนิ่งสงอยู่หน้าเตาถ่านที่คุโชนไปด้วยเปลวไฟสีส้มอมแดง บนตะแกรงเหล็กเวลานี้ หมูสามชั้นหั่นหนากำลังถูกย่างจนหนังกรอบเกรียม ไขมันส่วนเกินหยดลงบนถ่านส่งเสียง *ฉ่า* พร้อมกับกลิ่นหอมของเครื่องเทศจีนโบราณที่ลอยตลบอบอวลไปทั่วโกดังร้างหลังตลาดมืด
ผู้มาเยือนในชุดเสื้อคลุมกันหนาวสีเทาเข้มสะบัดชายเสื้อเล็กน้อย รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง ใบหน้าคมคายสะดุดตา ดวงตาคมกริบราวเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองไปทั่วบริเวณ ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างเพรียวบางของหญิงสาว
"ฝีมือการพูดจาคมคายสมคำร่ำลือจริงๆ นะคะ คุณแม่บ้านกู้... เกรงว่า 'ท่านผู้ตรวจการ' คนนี้ คงไม่ได้มาเพื่อตรวจตั๋วอาหารกระดาษพวกนั้นหรอกค่ะ"
เสียงทุ้มต่ำแต่กังวานเอ่ยขึ้นอย่างติดจะเย้าแหย่เล็กน้อย ทว่าบรรยากาศรอบตัวกลับกดดันขึ้นมาทันตาเห็น ทว่าในวินาทีที่สถานการณ์กำลังตึงเครียด กู้ฉางจวิน สามีร่างสูงใหญ่ของเธอที่ยืนเงียบราวกับเงามาตลอด ก้าวเท้าเข้ามาบังหน้าภรรยาเอาไว้ครึ่งก้าว ไหล่กว้างแผ่ซ่านไอสังหารจางๆ แบบฉบับทหารผ่านศึกที่ผ่านสนามรบมาโชกโชน มือหนากำด้ามมีดสับกระดูกในมือแน่นขึ้นโดยสัญชาตญาณ
"ถ้าไม่ใช่เรื่องตรวจตั๋ว แล้วคุณต้องการอะไรจากภรรยาผม" กู้ฉางจวินเอ่ยถามเสียงต่ำ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกับอากาศเย็นยามค่ำคืนจนกลายเป็นไอสีขาว
หลินเฟยหรานเอื้อมมือเรียวไปแตะแขนแกร่งของสามีเบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม เธอยกยิ้มมุมปาก พลิกชิ้นหมูสามชั้นบนตะแกรงด้วยตะเกียบไม้ไผ่ยาวอย่างใจเย็น ควันหอมกรุ่นของซีอิ๊วหมักโบราณและน้ำตาลกรวดที่เคี่ยวจนเหนียวข้นโชยเข้าจมูกยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวชวนน้ำลายสอสวนทางกับความตึงเครียดเมื่อครู่
"ใจเย็นก่อนค่ะพี่ฉางจวิน..." เธอกระซิบเสียงนุ่ม ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับชายแปลกหน้าผู้มาเยือนอย่างไม่เกรงกลัว "ในเมื่อคุณอุตส่าห์ดั้นด้นมาถึงตลาดมืดเขตสามในช่วงเวลาวิกาลเช่นนี้ ย่อมไม่ใช่เพราะกลิ่นหอมของหมูย่างสามชั้นนี่เป็นแน่... เชิญพูดธุระของคุณมาเถอะค่ะ หรือไม่... ก็ลองชิมฝีมือข้าพเจ้าดูก่อนสักคำ เผื่อว่าข้อเสนอของคุณจะน่าฟังขึ้นอีกเป็นกอง"
หญิงสาวคีบชิ้นหมูย่างที่เคลือบด้วยซอสสูตรลับเงางาม วางลงบนใบตองสะอาดส่งกลิ่นหอมยวนใจ ชายหนุ่มผู้มาเยือนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาฉายแววทึ่งระคนประหลาดใจ เขาไม่คาดคิดว่าท่ามกลางยุคสมัยที่ข้าวยากหมากแพง ผู้คนต่างหลบซ่อนความอดอยาก หญิงสาวตรงหน้ากลับกล้าเปิดเตาย่างเนื้อขายในตลาดมืดแถมยังมีท่าทีสุขุมเยือกเย็นถึงเพียงนี้
เขายื่นมือไปหยิบตะเกียบไม้ที่วางอยู่ข้างๆ คีบชิ้นหมูเข้าปากอย่างไม่ลังเล
เพียงสัมผัสแรกที่ฟันกระทบลงบนหนังหมูกรอบกรุบ ตามด้วยความนุ่มละมุนของชั้นไขมันที่ละลายในปาก ผสมผสานกับรสชาติเค็มหวานกลมกล่อมและกลิ่นหอมของเครื่องเทศที่ซึมลึกถึงเนื้อใน ดวงตาของชายหนุ่มก็เป็นประกายขึ้นวับหนึ่ง รสชาตินี้... ไม่ใช่สิ่งที่หาได้ทั่วไปในยุคสมัยนี้อย่างแน่นอน มันคือรสชาติแห่งความหรูหราที่สูญหายไปนานแล้ว
"อร่อย..." เขาพึมพำออกมาเบาๆ ก่อนจะหัวسराนในลำคอ "สมคำร่ำลือจริงๆ ครับ คุณหลิน... ไม่สิ ต้องเรียกว่า 'เชฟเฟยหราน' แห่งตระกูลหลินในอดีตต่างหาก"
หลินเฟยหรานหรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีความระแวดระวังแผ่ออกมาจากตัวเธอทันทีที่ได้ยินคำว่า *ตระกูลหลินในอดีต* อดีตชาติและชาติภพก่อนที่เธอเก็บซ่อนไว้ ความลับเรื่องสูตรอาหารในตำนานที่เกือบจะถูกกลบฝังไปพร้อมกับตระกูลที่ล่มสลาย เหตุใดชายคนนี้จึงรู้ลึกซึ้งถึงเพียงนี้
"ดูท่าทางคุณจะทำการบ้านมาดีนะคะ..." หลินเฟยหรานวางตะเกียบลง เสียงหวานเอื้อnเอ่ยด้วยรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา "แต่การรู้ความลับของคนอื่น โดยเฉพาะในยุคที่ความหิวกระหายครอบงำผู้คนเช่นนี้ ไม่ใช่เรื่องฉลาดเลยสักนิดค่ะ"
"ผมไม่ได้มาเพื่อเปิดโปง..." ชายหนุ่มยกมือขึ้นเป็นเชิงยอมจำนน รอยยิ้มบนใบหน้าเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้น "แต่ผมมาเพื่อ 'ลงทุน' ต่างหากล่ะครับ"
"ลงทุน?" กู้ฉางจวินทวนคำ เสียงทุ้มห้วนเจือความไม่ไว้วางใจอย่างชัดเจน
"ใช่ครับ..." ชายหนุ่มก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะขายอาหารอีกนิด ลดเสียงลงกระซิบให้ได้ยินกันเพียงสามคน "ผมมีทั้งวัตถุดิบชั้นดีที่พวกคุณหาไม่ได้ในตลาดทั่วไป มีเส้นสายในการกระจายสินค้า และที่สำคัญ... ผมมี 'เงินทุน' ที่จะทำให้ธุรกิจในตลาดมืดแห่งนี้ของคุณ ขยายใหญ่โตจนทางการต้องยอมหลับตาข้างหนึ่ง... แลกกับการที่ผมขอส่วนแบ่งสูตรอาหารลับนี้ครึ่งหนึ่ง... ว่าอย่างไรล่ะครับ คุณเฟยหราน?"
ข้อเสนอนี้ช่างหอมหวานและอันตรายในเวลาเดียวกัน หลินเฟยหรานเงียบไป ชั่วขณะนั้นเสียงลมหนาวพัดหวีดหวิวผ่านซอกตึก สมองของเธอประมวลผลอย่างรวดเร็ว การมีพันธมิตรย่อมดีกว่าการเป็นศัตรู แต่การร่วมมือกับคนแปลกหน้าที่มาพร้อมกับความลับ ย่อมมีความเสี่ยงมหาศาล
เธอยื่นมือออกไปหยิบถุงผ้าใบเล็กที่บรรจุเหรียญและตั๋วแลกอาหารที่เพิ่งขายได้ในค่ำคืนนี้ใส่ลงในย่ามของสามี ก่อนจะเงยหน้าสบตากลมโตกับผู้มาเยือนอย่างแน่วแน่
"ครึ่งหนึ่งมันมากเกินไปสำหรับคนแปลกหน้าที่เพิ่งรู้จักกันแค่สิบนาทีค่ะ..." หลินเฟยหรานกล่าวเสียงเรียบ เจือรอยยิ้มเยارที่มุมปาก "แต่อם... ถ้าคุณอยากร่วมวงจริงๆ ฉันมีเงื่อนไขเดียว..."
เธอยังไม่ทันได้เอ่ยเงื่อนไขนั้นออกไป เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่พร้อมกับแสงไฟฉายสาดส่องเข้ามาจากปากตรอกมืดก็ดังขึ้นตัดจังหวะเสียก่อน
*“ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองและเจ้าหน้าที่ควบคุมตลาดมืด! ทุกคนห้ามขยับ ใครขยับยิง!”*
เสียงตะโกนก้องกังวานทำลายบรรยากาศการเจรจาลงในพริบตา กู้ฉางจวินหน้าเปลี่ยนสีทันที เขารวบเอวภรรยาเข้าหาตัวด้วยสัญชาตญาณ ป้องกันเธอไว้ด้านหลัง ทว่าชายหนุ่มผู้มาเยือนกลับไม่มีทีท่าตกใจแม้แต่น้อย เขายกยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น ชำเลืองมองมาที่หลินเฟยหรานแล้วกระซิบเบาๆ ข้างหูเธอท่ามกลางความโกลาหล
"ดูเหมือนว่า... 'ผู้ตรวจการ' ตัวจริงเสียงจริง มาเร็วกว่าที่คิดไว้นะครับ คุณภรรยา..."
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาร่วมชิมรสชาติชีวิตและเอาใจช่วยน้องเฟยหรานกับสามีสายซัพพอร์ตของเรานะคะ ไว้พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สูตรลับฉบับยอดแม่ครัวในยุคที่ข้าวปลาขาดแคลน•ตอนที่ 7
การลงทุนครั้งแรก แลกมาด้วยหยาดเหงื่อ
ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับยอดแม่ครัวในยุคที่ข้าวปลาขาดแคลน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!