สูตรลับฉบับยอดแม่ครัวในยุคที่ข้าวปลาขาดแคลน•ตอนที่ 3

ข้าวสารก้นถังกับวิชาลับจากมิติ

ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
เสียงทุบประตูไม้สนเก่าๆ ดังสนั่นหวั่นไหวราวกับจะพังลงมาให้ได้ พร้อมกับเสียงแหลมสูงของป้าสะใภ้ใหญ่จางที่แผดแผดเผาบรรยากาศยามสายให้ร้อนระอุยิ่งกว่าเตาฟืน "หลินเฟยหราน! นังตัวดี! แกซ่อนอะไรไว้ข้างใน ทำไมกลิ่นมันถึงได้หอมเย้ายวนชวนน้ำลายสอขนาดนี้! บ้านอื่นเขากินแค่หัวมันต้มกับน้ำแกงผักป่าจนลิ้นขมปี๋ แต่พวกแกแอบซ่อนเนื้อสัตว์ไว้กินกันตามลำพังงั้นรึ! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ถ้าไม่เปิดฉันจะไปตามหัวหน้าหมู่บ้านมาพังประตูค้นบ้านแล้วนะ!" หลังบานประตูกั้น สายตาทุกคู่ไม่ได้ฉายแววหวาดกลัวอย่างที่ควรจะเป็น หลินเฟยหรานปัดเศษแป้งสีขาวบริสุทธิ์ออกจากเรียวแขนอย่างใจเย็น ดวงหน้าเรียวรูปไข่ประดับด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ยากจะคาดเดา ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววเจ้าเล่ห์และเยือกเย็นราวกับเซียนหมากรุกผู้ถือไพ่เหนือกว่า ท่าทางสง่างามไร้ที่ติของเธอมิได้บ่งบอกถึงความเดเนื้อร้อนใจแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... เธอกำลังใช้ปลายนิ้วเรียวมนเคาะโต๊ะไม้เบาๆ เป็นจังหวะ ราวกับกำลังรอคอยให้ปลาว่ายเข้ามาติดเบ็ดด้วยความสมัครใจ กู้ฉางจวินก้าวเข้ามาประชิดร่างบางโดยไม่ต้องเอ่ยคำใด ฝ่ามือหนากรำศึกและผ่านงานหนักมาโชกโชนวางลงบนไหล่บอบบางอย่างมั่นคง ไออุ่นจากร่างกายของชายหนุ่มแผ่ซ่านเข้ามาฮีลใจดวงน้อยที่เพิ่งผ่านพ้นคืนอันเหน็ดเหนื่อย ทว่าแววตาคมกริบของอดีตทหารผ่านศึกกลับกวาดมองไปที่บานประตูด้วยประกายตาดุดันน่าเกรงขาม "ปล่อยให้พวกมันเห่าไปเถอะค่ะภรรยา" เสียงทุบทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบข้างใบหู พร้อมกับปลายนิ้วใหญ่ที่ช่วยปัดปอยผมที่หลุดลุ่ยให้อย่างเบามือ "ถ้าพวกมันกล้าพังเข้ามา ผมจะหักขาพวกมันทีละคน" "อย่าเพิ่งใจร้อนสิคะคุณสามี..." เฟยหรานเอטיยเสียงหวาน นัยน์ตาระยิบระยับด้วยประกายแห่งแผนการร้ายกาจ "สุนัขที่กำลังหิวโซ ยิ่งปล่อยให้มันได้กลิ่นหอมนานเท่าไหร่ เมื่อไม่ได้กิน มันก็จะยิ่งคลุ้มคลั่งและทำลายตัวเองได้เร็วขึ้นเท่านั้น ข้าวสารก้นถังที่พวกเขากล่าวหาน่ะเหรอคะ? หึ... วันนี้ฉันจะทำให้คนตระกูลจางและชาวบ้านตาถั่วพวกนี้ ได้รู้ซึ้งถึงคำว่า 'ความต่างชั้น' ผ่านกระทะเหล็กใบน้อยของฉันเอง" เมื่อคืนนี้ หลังจากความวุ่นวายสงบลง เฟยหรานได้แอบเข้าไปใน 'มิติฟาร์ม' ที่ติดตัวมาจากการทะลุมิติ พื้นที่ดินดำอุดมสมบูรณ์และสายน้ำทิพย์บริสุทธิ์ทำให้พืชผลเติบโตเร็วกว่าโลกภายนอกนับร้อยเท่า ข้าวสาลีพันธุ์ดี เมล็ดถั่วเหลืองอวบอ้วน และเครื่องเทศหายากถูกเก็บเกี่ยวและแปรรูปด้วยความเร็วสูง กลิ่นหอมกรุ่นของแป้งสาลีหมักยีสต์ธรรมชาติและน้ำซุปกระดูกตุ๋นยาจีนจึงไม่ใช่กลิ่นของอาหารธรรมดา แต่มันคือ 'อาวุธทางจิตวิทยา' ชั้นยอดในยุคที่ผู้คนอดอยากปากแห้ง *ปัง! ปัง! ปัง!* เสียงทุบประตูดังขึ้นอีกระลอก พร้อมกับเสียงเอะอะโวยวายของชาวบ้านที่เริ่มมารุมล้อมมุงดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น ความอดอยากในยุค 70 ทำให้จมูกของคนเหล่านี้ไวต่อกลิ่นอาหารยิ่งกว่าสุนัขล่าเนื้อ "เปิด! บอกให้เปิดไง!" เสียงของจางไห่ ลูกพี่ลูกน้องตัวแสบตะโกนแทรกขึ้นมา "คนบ้านกู้กล้าดียังไงกินของดีลับหลังคอมมูน! ถ้าไม่แบ่งออกมาตรวจยึดเป็นของส่วนรวม พวกเราจะแจ้งความว่าพวกแกกักตุนเสบียงและลักลอบค้ากำไรเกินควร!" หลินเฟยหรานแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เธอหันไปพยักหน้าให้กู้ฉางจวิน ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะเดินไปปลดกลอนประตูไม้ด้วยท่าทีองอาจราวกับพญาเสือเตรียมขย้ำเหยื่อ ทันทีที่บานประตูเปิดออก กลิ่นหอมล้ำลึกของ 'ซาลาเปาไส้หมูสับน้ำซุปทะลัก' และกลิ่นหอมกรุ่นของโจ๊กธัญพืชตุ๋นโสมก็พวยพุ่งกระแทกเข้าจมูกของทุกคนที่ยืนอยู่หน้าบ้านจนเต็มแรง บรรดาชาวบ้านที่อ้างว่ามาทวงความยุติธรรมถึงกับกลืนน้ำลายเอื้อมคอตามกลิ่น ดวงตาเบิกโพลงด้วยความหิวกระหาย สติสตางค์ที่เคยมีหลุดลอยไปตามควันหอมกรุ่นที่ลอยละล่อง ป้าสะใภ้ใหญ่จางที่อ้าปากเตรียมจะด่าทอ ถึงกับสำลักน้ำลายตัวเอง หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความริษยาและตะกละตะกลาม นางพยายามจะแทรกตัวเข้ามาในบ้าน แต่กู้ฉางจวินกลับกางแขนออกกั้นขวางไว้ราวกับภูเขาผา ท่อนแขนกำยำเต็มไปด้วยเส้นเลือดปูดโปนสร้างความยำเกรงจนนางต้องถอยกรูด "พวก... พวกแกเอาวัตถุดิบมาจากไหน! กล้าดียังไงเอาอาหารฟุ่มเฟือยมาทำกินกันเองในยุคที่บ้านเมืองกำลังยากลำบากแบบนี้!" ป้าสะใภ้ใหญ่แผדเสียงแหลมกลบเกลื่อนความอาย ขณะที่สายตากวาดมองเข้าไปในครัว เห็นเข่งไม้ไผ่ที่เต็มไปด้วยซาลาเปาสีขาวอวบอ้วนเรียงรายเป็นระเบียบ เนื้อหมูสีชมพูฉ่ำมันที่ซ่อนอยู่ใต้ใบตองทำให้หัวใจของนางเต้นรัวด้วยความโลภ หลินเฟยหรานก้าวเท้าช้าๆ ออกมาเผชิญหน้า ร่างอรชรในชุดผ้าฝ้ายเก่าซีดแต่มือไม้สะอาดสะอ้าน ใบหน้างามสงบเยือกเย็นจนน่ากลัว เธอยกมือขึ้นกอดอก ปรายตามองหญิงแก่รุ่นราวคราวป้าด้วยแววตาดุจพญาหงส์มองหนอนแมลง "ป้าสะใภ้ใหญ่คะ เสียงโวยวายเมื่อครู่นี้ทำให้ชาวบ้านแถวนี้ตกใจหมด อาหารในบ้านฉัน จะเป็นข้าวสารก้นถังหรือก้อนหินต้ม มันก็เป็นสิทธิส่วนบุคคลของเรา ไม่ทราบว่ามันไปหนักส่วนไหนบนหลังคาบ้านท่านหรือคะ หรือว่า... สมองของท่านฝ่อลงจนแยกแยะไม่ออกว่าอะไรคือบ้านตัวเอง อะไรคือบ้านคนอื่น?" "นัง... นังเด็กปากดี!" ป้าสะใภ้หน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธจัด "แกกล้าด่าผู้หลักผู้ใหญ่เรอะ! บ้านแกมันยากจนข้นแค้น สามีแกก็แค่ทหารพิการปลดประจำการ จะเอาปัญญาที่ไหนมาซื้อแป้งขาวและเนื้อหมูชั้นดีแบบนี้! แกต้องขโมยของมาจากคลังเสบียงของคอมมูนแน่ๆ! ทุกคนดูสิครับ นังนี่มันเป็นภัยสังคม!" เสียงซุบซิบนินทาของชาวบ้านเริ่มดังระงับ หลายคนเริ่มคล้อยตามเพราะความอิจฉาตาร้อน ความหิวโหยทำให้มนุษย์พร้อมจะเชื่อในสิ่งที่อยากเชื่อเสมอ หลินเฟยหรานไม่สะทกสะทรานแม้แต่น้อย รอยยิ้มมุมปากของเธอกลับยิ่งทวีความเฉียบคม เธอหยิบซาลาเปาร้อนๆ ลูกหนึ่งขึ้นมาจากเข่ง กลิ่นหอมของแป้งหมักและน้ำซุปเข้มข้นยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดขึ้นถึงขีดสุด "อยากรู้ใช่ไหมคะว่าฉันเอามาจากไหน?" เฟยหรานกวาดสายตามองฝูงชนที่กำลังกลืนน้ำลายเอื๊อก "ในเมื่อพวกท่านสงสัยนัก... วันนี้ ฉัน หลินเฟยหราน จะเปิดตลาดเล็กๆ หน้าบ้าน ขายซาลาเปานี้ในราคาลูกละสองเหมากับตั๋วอาหารนิดหน่อย ใครมีเงินและตั๋ว เชิญต่อแถวซื้อได้เลยค่ะ แต่ถ้าใครไม่มี... ก็เชิญยืนดมกลิ่นแล้วกลืนน้ำลายกลับบ้านไปนอนฝันเอาเอง!" สิ้นคำพูดนั้น ความเงียบงันก็เข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่ความโกลาหลครั้งใหม่จะปะทุขึ้นเมื่อจางไห่พุ่งตัวเข้ามาหมายจะแย่งซาลาเปาในมือเธอ ทว่ายังไม่ทันแตะชายเสื้อ กู้ฉางจวินก็ขยับตัวด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ กระชากคอเสื้อของจางไห่แล้วเหวี่ยงกระเด็นออกไปกองกับพื้นอย่างไร้ความปรานี "ใครกล้าแตะต้องภรรยาผม... อย่าหาว่าผมไม่เตือน" เสียงทุบต่ำกังวานดุจเสียงคำรามของพยัคฆ์ทำเอาทุกคนสะดุ้งเฮือก หลินเฟยหรานยิ้มรับความอบอุ่นที่แผ่มาจากแผ่นหลังกว้างของสามี ก่อนจะหันไปหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมาติดไว้ที่หน้าประตู พร้อมกับประกาศกร้าวด้วยน้ำเสียงทรงพลัง "เปิดร้านวันแรก... สินค้ามีจำนวนจำกัด ช้าหมดอดกินนะคะ!" ท่ามกลางสายตาที่เต็มไปด้วยความโลภ ความอิจฉา และความตะกละตะกลามของชาวบ้าน ทันใดนั้นเอง... เสียงเกวียนม้าควบตะบึงฝุ่นตลบเข้ามาจอดเทียบหน้าบ้าน พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างในชุดสูทจีนสีเทาเรียบร้อย ใบหน้าเคร่งขรึมดูมีอำนาจ ผู้มาใหม่กวาดสายตามองซาลาเปาในเข่งด้วยความตกตะลึง ก่อนจะอุทานออกมาเสียงดังลั่น "กลิ่นหอมนี่... หรือว่านี่คือ 'ซาลาเปาสืบสานตำนานราชสำนัก' ที่หายสาบสูญไปเมื่อสามสิบปีก่อน?!" ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและลิ้มรสชาติชีวิตไปกับไป๋เป่าเปานะคะ
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับยอดแม่ครัวในยุคที่ข้าวปลาขาดแคลน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%