สูตรลับฉบับยอดแม่ครัวในยุคที่ข้าวปลาขาดแคลน•ตอนที่ 4

สามีผู้เงียบขรึมกับกำแพงที่ค่อยๆ พังทลาย

ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
คราบเขม่าสีดำบนเตาอั้งโล่ดินเหนียวถูกเช็ดจนสะอาดเอี่ยม ร่องรอยความยากจนข้นแค้นที่เคยกัดกินบ้านหลังน้อยหลังนี้เริ่มเลือนหายไปทีละน้อย ทว่าสิ่งที่ยังคงอบอวลอยู่ภายในห้องครัวแคบๆ กลับไม่ใช่กลิ่นอับชื้นของยุคสมัยที่ข้าวปลาขาดแคลน หากแต่เป็นกลิ่นหอมหวลอันลึกล้ำของแป้งหมักยีสต์ธรรมชาติ ผสมผสานกับกลิ่นหอมละมุนของหมูสามชั้นตุ๋นซีอิ๊วขาวและสมุนไพรจีนที่เคี่ยวจนเปื่อยนุ่มละลายในปาก "กลิ่นหอมนี่... หรือว่านี่คือ 'ซาลาเปาสืบสานตำนานราชสำนัก' ที่หายสาบสูญไปเมื่อสามสิบปีก่อน?!" เสียงพึมพำด้วยความตกตะลึงดังมาจากหน้าต่างครัว หลินเฟยหรานชะงักมือที่กำลังนวดแป้งบนเขียงไม้ไผ่ นางกวาดสายตาคมกริบมองลอดผ่านกรอบหน้าต่างไม้เก่าๆ ไปยังร่างสูงใหญ่ของสามีที่ยืนนิ่งค้างอยู่ กู้ฉางจวินในยามนี้ไม่ได้มีท่าทีแข็งทื่อไร้ความรู้สึกเช่นวันวาน ดวงตาคมกราบกร้านผ่านศึกสงครามของอดีตทหารผ่านศึกคู่นั้นกำลังเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย จ้องมองแผ่นแป้งสีขาวนวลในมือของนางราวกับกำลังส่องสมบัติล้ำค่าที่หลงยุค เขารู้จักกลิ่นนี้... กลิ่นอายโบราณที่บรรพบุรุษตระกูลกู้เคยเล่าขานผ่านตำนานพื้นบ้าน เป็นรสชาติที่แม้แต่ขุนนางในเมืองหลวงยุคก่อนยังต้องยอมก้มหัวให้ แต่วันนี้มันกลับลอยออกมาจากห้องครัวของภรรยาผู้เคยถูกตราหน้าว่าอ่อนแอและไร้ประโยชน์ เฟยหรานคลี่ยิ้มบางที่มุมปาก รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจและเย้ายวนใจอย่างประหลาด นางไม่ได้เอ่ยคำแก้ตัวหรือรีบปิดบังฝีมืออันน่าตื่นตะลึงนี้ เพราะในยุคที่ความหิวโหยคืบคลานเข้าประชิดคอหอยเช่นนี้ การซ่อนคมย่อมไม่ใช่หนทางรอด แต่เป็นการ "แสดงอำนาจ" ผ่านปลายจวักต่างหากที่จะทำให้คนตระกูลใหญ่ที่คอยสูบเลือดสูบเนื้อต้องสั่นสะทวน "ถ้าท่านพี่คิดว่ามันเป็นเพียงแค่ซาลาเปาธรรมดา ท่านคงต้องประเมินฝีมือภรรยาคนนี้ต่ำไปเสียแล้วล่ะค่ะ" เฟยหรานเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าแฝงความทรงพลัง ชวนให้ผู้ฟังต้องหยุดหายใจ กู้ฉางจวินก้าวเท้าเข้ามาในห้องครัวอย่างเงียบเชียบ ฝีเท้าของอดีตทหารหน่วยรบพิเศษเบาเสียยิ่งกว่าเสียงแมวเดิน ร่างสูงใหญ่ของเขาทำให้ห้องครัวแคบๆ ดูคับแคบลงถนัดตา ไอความร้อนจากเตาไฟสะท้อนกระทบใบหน้าคมเข้มที่มีรอยแผลเป็นจางๆ ยิ่งขับเน้นความดุดัน น่าเกรงขาม ทว่าในยามนี้ แววตาดุคู่นั้นกลับทอดมองภรรยาด้วยความซับซ้อน ระคนความรู้สึกทึ่งและหวาดหวั่นลึกๆ เขาไม่เคยรู้จักผู้หญิงคนนี้เลย... หลินเฟยหรานคนเดิมที่เอาแต้มก้มหน้าร้องไห้และยอมให้คนบ้านใหญ่รังแก หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ตั้งแต่วันที่นางฟื้นขึ้นมาจากไข้ป่า แววตาคู่นั้นก็เปลี่ยนไป มันฉลาดเฉลียว เด็ดเดี่ยว และเต็มไปด้วยสติปัญญาที่เหนือล้ำราวกับมองทะลุปรุโปร่งทุกสิ่ง "เจ้า... ไปเอาสูตรลับนี้มาจากไหน?" กู้ฉางจวินเอ่ยถาม เสียงทุ้มต่ำของเขาแหบพร่าเล็กน้อย ความระแวดระวังตามสัญชาตญาณของคนผ่านโลกมามากยังคงทำงาน แต่ลึก and ลงไปในอกข้างซ้าย หัวใจกลับเต้นรัวผิดจังหวะด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด เฟยหรานหยุดมือจากการพับจีบแป้งซาลาเปา นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ ดวงตากลมโตเป็นประกายราวกับดวงดาวในคืนเดือนมืด ไม่มีร่องรอยความหวาดกลัวหรือความลับลวงใดๆ ในแววตานั้น มีเพียงความท้าทายเย้ายวนที่ทำให้อดีตทหารผู้แข็งกระด้างถึงกับหายใจติดขัด "ความลับค่ะ..." นางแย้มยิ้มพลางขยับกายเข้าไปใกล้เขาอีกนิด กลิ่นหอมสะอาดจากตัวนางผสมผสานกับกลิ่นแป้งนุ่มๆ ลอยเข้าจมูกของกู้ฉางจวินจนสติเกือบหลุดลอย "โลกใบนี้มีความลับอีกมากที่ท่านยังไม่รู้ ท่านพี่... ท่านอยากลองชิมดูก่อนไหมล่ะคะ ว่าฝีมือของภรรยาคนนี้ จะมัดใจทหารผู้เกรียงไกรอย่างท่านได้หรือเปล่า" คำพูดหยอกเย้าแต่นัยน์ตาจริงจังทำให้กู้ฉางจวินรู้สึกเหมือนถูกศรปักเข้าที่กลางใจ กำแพงน้ำแข็งหนาเตอะที่เขาใช้กั้นความรู้สึกมาตลอดหลายปี เริ่มมีรอยร้าวลึกปรากฏขึ้นทีละน้อย ความรู้สึกผิดบาปที่เขาเคยปล่อยให้นางต้องเผชิญชะตากรรมลำพังในบ้านหลังนี้ ถูกความอบอุ่นจากกลิ่นอายอาหารและรอยยิ้มของนางหลอมละลายลงอย่างช้าๆ มือหนาหยาบกร้านยื่นออกไปโดยไม่รู้ตัว ปลายนิ้วสัมผัสเบาๆ ที่พนักเขียงไม้ใกล้กับมือเรียวของนาง ผิวสัมผัสอุ่นร้อนจากร่างกายของเขาทำให้บรรยากาศรอบตัวราวกับมีประกายไฟประทุเงียบๆ "ข้าไม่เคยกลัวความลับ..." กู้ฉางจวินโน้มใบหน้าลงมาเล็กน้อย ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตานาง น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและจริงจังอย่างยิ่งยวด "แต่ข้ากลัวว่า... ถ้าข้าหลงใหลรสชาตินี้เข้าจริงๆ ข้าจะไม่มีวันปล่อยให้เจ้าไปจากชีวิตข้าอีกเลย" คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากชายหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าเงียบขรึมและไร้หัวใจ ทำให้หลินเฟยหรานถึงกับชะงัก หัวใจที่เคยด้านชาจากการต่อสู้ดิ้นรนในวังหลวงและข้ามภพมาเผชิญความยากลำบาก กลับกระตุกวูบอย่างแรง เคมีระหว่างคนทั้งสองพุ่งทะยานสูงขึ้นท่ามกลางไอความร้อนของเตาถ่าน นางกำลังจะเอ่ยปากหยอกล้อเขากลับ ทันใดนั้นเอง— *ปัง! ปัง! ปัง!* เสียงทุบประตูรั้วไม้หน้าบ้านดังสนั่นหวั่นไหวราวกับคนจะพังเข้ามา พร้อมกับเสียงแหลมแสบแก้วหูของ "หลี่ชุ่ยฮวา" ป้าสะใภ้ตัวแสบที่ตะโกนแผดเสียงก้องไปทั่วทั้งตรอกซอกซอย "หลินเฟยหราน! นังตัวดี! แกแอบซุกซ่อนอะไรไว้ในบ้าน กลิ่นหอมชวนกินนี่มันอะไรกัน! ส่งของพวกนั้นออกมาเดี๋ยวนี้! ถือว่าแกเป็นสะใภ้ตระกูลกู้ ของทุกอย่างในบ้านหลังนี้ต้องเป็นของบ้านใหญ่ครึ่งหนึ่ง!" รอยยิ้มบนใบหน้าของหลินเฟยหรานจางหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยแววตาเย็นเยียบดุจน้ำแข็งขั้วโลก นางหันไปสบตากับสามี พบว่าในดวงตาของกู้ฉางจวินไม่มีความลังเลหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงประกายความดุร้ายของพยัคฆ์หนุ่มที่พร้อมจะขยี้ศัตรูให้แหลکคามือผู้บังอาจมารบกวนเวลาของพวกเขา กู้ฉางจวินขยับตัวยืนตรงเต็มความสูง รัศมีความกดดันแผ่ซ่านไปทั่วห้องครัว เขาเอื้อมมือไปจับข้อมือนางไว้เบาๆ บีบกระชับให้ความมั่นใจ ก่อนจะเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟันด้วยความเย็นชา "อยู่ที่นี่... รอข้าเดี๋ยวเดียว เดี๋ยวข้าไปจัดการพวกสุนัขเรื้อรังที่เห่าหอนหน้าบ้านให้เอง" ทว่า ก่อนที่กู้ฉางจวินจะก้าวออกไปจากห้องครัว ประตูไม้หน้าบ้านที่ถูกทุบอย่างรุนแรงก็ส่งเสียง *โครม!* ดังสนั่น บานประตูผุพังพังทลายลงต่อหน้าต่อตา เผยให้เห็นร่างอ้วนท้วนของป้าสะใภ้ที่ถือไม้หน้าสามบุกเข้ามา พร้อมกับชายฉกรรจ์ร่างยักษ์แปลกหน้าสองคนที่ส่งยิ้มพาลูกสมุนตามหลังมาด้วยแววตาหื่นกระหายและชั่วร้าย! "หึ... ผัวเมียคู่นี้คิดจะแอบกินของดีคนเดียวสินะ วันนี้ต่อให้พวกแกคุกเข่ากราบตีนฉัน ของในครัวนี้ก็ต้องตกเป็นของฉันทั้งหมด!" ป้าสะใภ้ยกยิ้มเยาะด้วยความสะใจ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้อาหารจานเด็ดจานนี้หอมกรุ่นไปด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับยอดแม่ครัวในยุคที่ข้าวปลาขาดแคลน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%