สูตรลับฉบับยอดแม่ครัวในยุคที่ข้าวปลาขาดแคลน•ตอนที่ 17

มิติฟาร์มที่อัปเกรด แลกมาด้วยภารกิจสุดหิน

ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
เสียงทุบโต๊ะไม้สนดังสนั่นจนกาน้ำชาเคลือบกระเบื้องสั่นสะเทือน น้ำชาสีเข้มกระเซ็นเปรอะเปื้อนขอบถ้วย ทว่าหลินเฟยหรานกลับไม่แม้แต่จะปรายตามองมัน นางยังคงก้มหน้าก้มตาใช้มีดเหล็กกล้าเล่มบางเฉียบแล่เนื้อหมูสามชั้นติดมันสัดส่วนเจ็ดส่วนเนื้อสามส่วนอย่างประณีต ทุกรอยตัดเฉียบคมและแม่นยำ ราวกับผลงานศิลปะชิ้นเอกหาใช่การเตรียมวัตถุดิบทำอาหาร "หลินเฟยหราน! เจ้าหูหนวกไปแล้วหรือไง ข้าพูดอะไร ทำไมไม่ตอบ!" เสียงแหลมปรี๊ดของสะใภ้รองตระกูลกู้ดังแทรกเข้ามาในห้องครัวแคบๆ ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของเครื่องเทศเคี่ยว นางจانگซื่อ ยืนเท้าสะเอวใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาตี่เล็กกวาดมองตระกร้าไม้ไผ่ที่บรรจุซาลาเปาสอดไส้สูตรลับและหมูตุ๋นพะโล้สีอำพันเรียงรายอย่างเป็นระเบียบด้วยความโลภที่ปิดไม่มิด เฟยหรานวางมีดลงบนเขียงไม้ช้าๆ นางเงยหน้าขึ้นสบตากับอีกฝ่าย ใบหน้างามนิ่งสงบ ไร้ซึ่งร่องรอยความหวาดกลัวหรือความรำคาญใจ ดวงตาดอกท้อคู่สวยทอประกายความเย็นเยียบดุจน้ำแข็งพันปี ทำให้อีกฝ่ายสะดุ้งโหยงโดยไม่รู้ตัว "พี่สะใภ้รอง..." เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นเรียบเรื่อย ทว่าทรงพลังอำนาจจนคนฟังต้องหุบปากฉับ "ท่านแหกปากโวยวายตั้งแต่ไก่ยังไม่ขันเช่นนี้ เกรงว่าชาวบ้านทั่วทั้งคอมมูนจะเข้าใจผิดคิดว่าตระกูลกู้ของเรามีเรื่องเดือดร้อนถึงชีวิตเสียอีก หรือท่านร้อนเงินจนสติวิปลาสไปแล้ว ถึงได้มาทวงส่วนแบ่งการค้าที่พวกเราลงแรงหยาดเหงื่อแลกมาแต่เพียงผู้เดียว?" "นี่เจ้า! กล้าดียังไงมาว่าข้าวิปลาส!" จانگซื่อหน้าดำคร่ำเครียด ปรี่เข้ามาหมายจะคว้าจับแขนเสื้อของนาง "ของพวกนี้ถ้าไม่มีตระกูลกู้ออกหน้าช่วยเหลือ เจ้าจะเอาวัตถุดิบมาจากไหน! ข้าในฐานะพี่สะใภ้มีสิทธิ์ที่จะตรวจสอบและรับส่วนแบ่งล่วงหน้า!" หมับ! มือหยาบกร้านยังไม่ทันแตะต้องชายเสื้อของเฟยหราน ก็ถูกมือใหญ่หนาอีกข้างหนึ่งคว้าจับไว้เสียก่อนอย่างแน่นหนา ราวกับกรงเหล็กที่บดขยี้กระดูก จانگซื่อสูดปากด้วยความเจ็บปวด หันขวับไปมองผู้มาใหม่ด้วยความหวาดกลัว "อ... อาชาง..." กู้ฉางจวินยืนตระหง่านบังร่างเพรียวบางของภรรยาไว้มิดชิด ใบหน้าคมคายดุจสลักจากหินผาไร้ซึ่งความรู้สึก ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีจดจ้องมองพี่สะใภ้รองด้วยแววตากดดันจนอีกฝ่ายแทบจะทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น เขาไม่ได้กล่าววาจาใดๆ สักคำ ทว่าแรงกดดันจากสนามรบที่สะสมมานานนับปีแผ่ซ่านจนบรรยากาศในห้องเย็นยะเยือก "ถอยไป" น้ำเสียงทุบต่ำเอ่ยออกมาคำเดียว สั้น ห้วน และเด็ดขาด จانگซื่อหน้าซีดเผือด รีบสะบัดแขนออกจากการกุมมือแล้วถอยร่นไปสามก้าว นางเหลียวซ้ายแลขวาด้วยความคับแค้นใจ ก่อนจะกระแทกเสียงลอดไรฟัน "ดี! พวกเจ้าสองสามีภรรยาใจดำอำมหิตนัก! คิดจะผูกขาดความร่ำรวยไว้คนเดียวใช่ไหม? ระวังตัวไว้เถอะ ทางการกวาดล้างตลาดมืดเมื่อไหร่ หัวพวกเจ้าจะหลุดจากบ่า!" พูดจบ นางก็สะบัดก้นเดินหนีหายออกไปจากลานบ้านด้วยความคับแค้นใจ เฟยหรานมองตามหลังอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก นางหันกลับมาจัดเรียงห่ออาหารลงในตะกร้าสานใบใหญ่ พร้อมกับถอนหายใจเบาๆ "คนพวกนี้โลภมากไม่เคยเปลี่ยน" นางพึมพำ กู้ฉางจวินหันกลับมามองภรรยา ดวงตาที่ดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนล้ำลึกในพริบตา เขายื่นมือหนามาเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มเนียนของนางอย่างทะนุถนอม "เจ้าเหนื่อยเกินไปแล้ว เฟยเฟย ช่วงนี้ออเดอร์จากในเมืองเพิ่มขึ้นสามเท่า เจ้าโหมงานหนักติดต่อกันมาสามคืนแล้วนะ" สัมผัสอุ่นๆ จากฝ่ามือของสามีทำให้หัวใจดวงน้อยที่ตึงเครียดผ่อนคลายลงทันที เฟยหรานเอียงแก้มแนบฝ่ามือเขาเบาๆ อย่างออดอ้อน รอยยิ้มงดงามปรากฏขึ้นบนใบหน้า "ข้าไม่เป็นไรค่ะพี่ฉางจวิน... การค้ายุคนี้โอกาสทองมาไวไปไว ถ้าเราไม่รีบกอบโกยทุนเพื่อสร้างรากฐานให้มั่นคงก่อนที่นโยบายจะเปลี่ยนผ่าน แล้วเราจะเอาเงินที่ไหนไปซื้อที่ดินและสร้างบ้านหลังใหม่ให้ท่านล่ะคะ?" คำพูดของนางทำให้กู้ฉางจวินยิ้มบางๆ ออกมา เขารู้ดีว่าภรรยาตัวน้อยของเขามีแผนการใหญ่ในหัวเสมอ นางไม่เคยทำอะไรโดยปราศจากการคำนวณ "แต่ร่างกายของเจ้าไม่ใช่เหล็กไหล" สามีหนุ่มเอ่ยเสียงนุ่ม พร้อมกับโอบเอวบางเข้าหาตัวแนบชิด "เรื่องในครัววันนี้ ข้าจัดการเองได้ เจ้าไปพักผ่อนเสียเถอะ" "ไม่ได้ค่ะ!" เฟยหรานส่ายหน้าดลน้อย ดวงตากลมโตเป็นประกายมุ่งมั่น "มิติฟาร์มของเราเพิ่งจะอัปเกรดปลดล็อกแปลงปลูกสมุนไพรหายากระดับพรีเมียมเมื่อคืนนี้เองนะคะ ระบบแจ้งเตือนชัดเจนว่า หากต้องการเร่งเวลาเจริญเติบโตของโสมคนและเห็ดหลินจือพันปีเพื่อนำมาแปรรูปเป็นเมนูยาอายุวัฒนะส่งขายให้กลุ่มพ่อค้ากระเป๋าหนักในเมืองข้ามมณฑล ข้าจะต้องควบคุมอุณหภูมิและพลังงานจิตวิญญาณด้วยตัวเองอย่างต่อเนื่องทุกๆ สี่ชั่วโมง" เพียงแค่คิดถึง "มิติฟาร์ม" ในห้วงจิตนาการของตนเอง เฟยหรานก็รู้สึกฮึกเหิมขึ้นมาทันที นับตั้งแต่ทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างของสะใภ้อ่อนแอผู้นี้ นางใช้ประโยชน์จากระบบฟาร์มอัจฉริยะที่ติดตัวมาด้วยอย่างคุ้มค่า เปลี่ยนแปลงวัตถุดิบขาดแคลนในยุค 70 ให้กลายเป็นเมนูโอชาที่สร้างรายได้มหาศาล ทว่ายิ่งผลผลิตดีมากเท่าไหร่ ความต้องการของตลาดก็ยิ่งทะยานสูงขึ้นจนเกินกำลังการผลิตของมนุษย์คนเดียวจะรับไหว นี่คือโจทย์ยากที่นางต้องเร่งแก้ไข... "การรักษาสมดุลระหว่างการขายและการผลิต" หากขยายตลาดกว้างเกินไป ความลับเรื่องมิติฟาร์มอาจรั่วไหลและดึงดูดสายตาคนชั่ว แต่ถ้าหยุดขยาย โอกาสที่จะหลุดพ้นจากความยากจนข้นแค้นและสร้างอาณาจักรธุรกิจอาหารย่อมหลุดลอยไป "ถ้าเช่นนั้น..." กู้ฉางจวินเอ่ยขึ้นราวกับอ่านความคิดของนางออก "เราก็จ้างคนเพิ่ม" เฟยหรานชะงักเงยหน้ามองสามี "จ้างคน? ในยุคนี้เนี่ยนะ พี่ก็รู้ว่าคนในหมู่บ้านไว้ใจยากแค่ไหน หากพวกเขารู้ว่าเรามี..." "ไม่ต้องจ้างคนในหมู่บ้าน" กู้ฉางจวินกล่าวแทรกด้วยน้ำเสียงสุขุมลุ่มลึก ดวงตาสีเข้มทอประกายคมกริบ "สหายร่วมรบเก่าของข้าสามคนที่เพิ่งปลดประจำการและย้ายมาตั้งรกรากที่อำเภอข้างเคียง พวกเขาซื่อสัตย์ จงรักภักดี และกำลังตกงาน หากเราดึงตัวมาช่วยดูแลเรื่องการขนส่งและความปลอดภัย พร้อมกับให้ภรรยาของพวกเขามาช่วยงานในครัวภายใต้สัญญาผูกมัดทางกฎหมายและความลับขั้นสูงสุด... เจ้าคิดว่าอย่างไร?" ดวงตาดอกท้อของหลินเฟยหรานเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะโค้งงอเป็นรูปจันทร์เสี้ยวด้วยความพึงพอใจ สามีผู้นี้ช่างฉลาดเฉลียวและรู้ใจนางเสียยิ่งกว่าใคร! นี่ไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาเรื่องแรงงาน แต่เป็นการสร้างเครือข่ายพันธมิตรที่แข็งแกร่งเพื่อปกป้องครอบครัวจากพวกเหลือบไรในตระกูลกู้และสายตาคู่อื่นๆ ในคราวเดียว "ยอดเยี่ยมมากค่ะ!" เฟยหรานอุทานด้วยความยินดี เอื้อมมือไปโอบรอบลำคอแกร่งของสามีโดยไม่ทันระวังตัว ใบหน้าทั้งสองอยู่ห่างกันเพียงลมหายใจกั้น กลิ่นอายบุรุษเพศผสมกลิ่นหอมจางๆ ของสบู่สมุนไพรลอยเข้าแตะจมูกทำเอาใจนางเต้นระรัว กู้ฉางจวินชะงักไปชั่วขณะ ก่อนที่แววตาจะลẫกซึ้งขึ้น เขารวบเอวบางของนางเข้ามาชิดแนบอกแกร่งอย่างไร้ช่องว่าง โน้มใบหน้าลงกระซิบข้างใบหูด้วยน้ำเสียงแหบพร่าชวนสั่นสะท้อน "ชมเชยสามีด้วยคำพูดอย่างเดียวไม่พอหรอFu นอกเหนือจากแผนธุรกิจนี้แล้ว... คืนนี้เจ้าต้องชดเชยให้ข้าด้วยอาหารจานพิเศษที่ทำเพื่อข้าคนเดียวเท่านั้น ตกลงไหม?" หัวใจของหลินเฟยหรานกระตุกวูบ ใบหน้างามแดงก่ำขึ้นสีระเรื่อทันที นางกำลังจะอ้าปากเอ่ยปฏิเสธความเจ้าเล่ห์ของสามีหนุ่มสายซัพพอร์ตผู้นี้ ปัง! ปัง! ปัง! เสียงทุบประตูรั้วหน้าบ้านดังสนั่นหวั่นไหว ตามมาด้วยเสียงโวยวายเอะอะโهاกของคนกลุ่มใหญ่ที่คุ้นเคยเป็นอย่างดี "หลินเฟยหราน! กู้ฉางจวิน! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! เจ้าซ่อนสินค้าหนีภาษีไว้ในบ้านใช่ไหม? เจ้าหน้าที่คอมมูนมาตรวจค้นแล้ว!" เสียงตะโกนก้องด้วยความสะใจของ "คุณชายรองหลิว" ลูกชายผู้ใหญ่บ้านผู้ไม่เคยลดละความพยายามที่จะกลั่นแกล้งพวกเขาก้องทะลุเข้ามาถึงในห้องครัว กู้ฉางจวินหรี่ตาลงทันที รัศมีสังหารแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาดุจพยัคฆ์ร้ายที่กำลังถูกรังควานอาณาเขต ทว่าหลินเฟยหรานกลับยกย่องมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบ น่าขนลุก นางเอื้อมมือไปหยิบห่อกระดาษไขบรรจุซาลาเปาสูตรลับล้ำค่าชิ้นสุดท้ายขึ้นมาถือไว้ ปลดปล่อยพลังงานจากมิติฟาร์มให้ไอความร้อนและกลิ่นหอมกรุ่นของเนื้อตุ๋นพะโล้เข้มข้นพวยพุ่งทะลักทะลายทะลุห่อกระดาษกระจายฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วทั้งบริเวณบ้าน ดึงดูดสติและยั่วยวนประสาทสัมผัสของทุกคนที่อยู่ด้านนอกให้กลืนน้ำลายเอื้อมตามทันที "มาเร็วเสียจริง..." เฟยหรานกระซิบเสียงแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของปีศาจสาวพราวเสน่ห์ "ในเมื่อพวกมันอยากเห็นนัก... ข้าก็จะจัดชุดใหญ่ให้พวกมันลิ้มลองจนลืมทางกลับบ้านเลยค่ะ" นางหันไปสบตากับสามี ทั้งคู่ส่งยิ้มให้กันอย่างรู้ใจ ก่อนที่กู้ฉางจวินจะเอื้อมมือไปปลดสลักประตูบ้านออกอย่างช้าๆ ท่ามกลางความตึงเครียดที่พุ่งสูงถึงขีดสุด— ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลิ้มรสความอร่อยไปกับไป๋เป่าเปานะคะ
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับยอดแม่ครัวในยุคที่ข้าวปลาขาดแคลน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%