“ตำแหน่งนี้... ต่อให้ต้องแลกด้วยการไม่ได้หลับไม่ได้นอน พี่ก็ต้องทำใช่หรือไม่?”
หลินเฟยหรานวางตะหลิวไม้ในมือลงบนขอบกระทะเหล็กที่กำลังส่งเสียงฉ่า กลิ่นหอมของน้ำมันหมูเจียวกับกระเทียมโทนฟุ้งกระจายไปทั่วห้องครัวขนาดเล็ก เธอไม่ได้หันไปมองคนด้านหลัง ทว่าสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากแผ่นหลังกว้างที่ก้าวเข้ามาประชิด ลมหายใจของกู้ฉางจวินรินรดอยู่ที่ซอกคอของเธอ แฝงไว้ด้วยความหนักอึ้งที่ปิดไม่มิด
“หน่วยงานบริหารส่วนตำบลต้องการคนที่มีประวัติสะอาดและผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี ในยุคสมัยที่การจัดระเบียบสินค้าเกษตรเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องดึงตัวคนที่ไว้ใจได้ที่สุดเข้าไป” เสียงทุ้มต่ำของกู้ฉางจวินตอบกลับ แขนแกร่งตวัดโอบเอวภรรยาไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะละลายหายไปกับไอควัน “หรานเอ๋อร์... พี่อาจจะไม่ได้อยู่ช่วยงานที่ฟาร์มเหมือนทุกวันแล้ว”
หลินเฟยหรานหันกลับมา เผชิญหน้ากับดวงตาคมกริบที่เคยฉายแววเพียงความอ่อนโยนยามอยู่กับเธอ แต่ยามนี้แววตานั้นกลับแฝงด้วยความกังวลลึกๆ เธอเอื้อมมือไปจัดปกเสื้อแจ็คเก็ตสีซีดให้สามีอย่างใจเย็น “การเมืองในยุค 70 คือหลุมพรางที่ลึกที่สุด พี่ไปอยู่ตรงนั้น ก็เหมือนก้าวขาข้างหนึ่งเข้าสู่กองไฟ การที่พวกเขาเสนอตำแหน่งนี้มาให้ ไม่ใช่เพราะเขาเมตตา แต่เพราะเขาต้องการ ‘โล่’ ให้กับความผิดพลาดที่จะเกิดขึ้นในอนาคตต่างหาก”
กู้ฉางจวินนิ่งงันไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยกยิ้มที่มุมปาก “รู้ทันคนไปเสียทุกเรื่องจริงๆ นะแม่คุณ ถ้าพี่ไม่รับ... ตระกูลกู้ที่คอยจ้องจะแทะเนื้อเรา ก็จะใช้เรื่องนี้ไปเป่าหูผู้ใหญ่บ้านว่าพี่ ‘ขัดขืนคำสั่งส่วนรวม’”
“นั่นสินะ” หลินเฟยหรานแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่สวยเปล่งประกายคมปลาบ “งั้นก็รับไปเถอะค่ะ แต่ต้องทำในแบบของพี่ ให้พวกมันรู้ว่าคนอย่างกู้ฉางจวินไม่ใช่เบี้ยให้ใครเดินเล่น ใครที่คิดจะใช้พี่เป็นโล่ ก็จงเตรียมตัวรับแรงกระแทกให้ดี”
บทสนทนาหยุดลงเพียงเท่านั้น เมื่อเสียงเคาะประตูรั้วหน้าบ้านดังขึ้นอย่างเร่งร้อน กู้ฉางจวินจำต้องผละออกจากอ้อมกอดภรรยาไปจัดการสิ่งที่รออยู่เบื้องหน้า หลินเฟยหรานสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นหอมของเนื้อตุ๋นซีอิ๊วสูตรลับประจำตระกูลที่เธอเคี่ยวมาค่อนวันกำลังได้ที่ เธอรู้ดีว่านี่คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ งานหนักของสามีเพิ่งจะเริ่มต้น แต่สำหรับเธอ... นี่คือสนามรบที่เธอถนัดที่สุด
ตลอดช่วงบ่าย หลินเฟยหรานใช้เวลาอยู่กับแผนผังธุรกิจในมิติฟาร์ม เมล็ดพันธุ์พืชเมืองหนาวที่เธอเพาะไว้กำลังเติบโตได้ที่ หากกู้ฉางจวินเข้าไปมีตำแหน่งในหน่วยงานรัฐ การกระจายสินค้าและการกักตุนเสบียงย่อมต้องระมัดระวังมากขึ้น เธอไม่ได้กลัวความลำบาก แต่เธอเกลียดการถูกจ้องมองจากพวกเหลือบไรในหมู่บ้าน
กระทั่งเวลาตะวันคล้อยต่ำ กู้ฉางจวินกลับมาพร้อมกับเอกสารตราประทับสีแดงสดในมือ เขาทรุดตัวลงนั่งข้างเตาไฟ ใบหน้าที่เคยนิ่งสงบกลับมีร่องรอยของความเหนื่อยล้าชัดเจน
“เป็นอย่างไรบ้างคะ?” หลินเฟยหรานรินชาสมุนไพรอุ่นๆ ยื่นให้
“คนพวกนั้นเริ่มรุกคืบแล้ว” กู้ฉางจวินรับชาไปดื่ม ก่อนจะวางเอกสารลงบนโต๊ะ “พรุ่งนี้เช้าจะมีตัวแทนจากอำเภอลงมาตรวจสอบบัญชีเสบียงที่เก็บในยุ้งฉางส่วนกลาง พวกเขาต้องการ ‘ตรวจนับ’ สิ่งที่เราเพิ่งส่งเข้าคลังไป... ทั้งที่ทุกคนก็รู้ว่าคลังนั้นว่างเปล่ามานานนับเดือน”
หลินเฟยหรานเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ความแค้นที่ถูกสั่งสมจากการถูกเอาเปรียบมานับครั้งไม่ถ้วนพุ่งขึ้นมาในใจ “ตรวจสอบคลังเปล่า? หึ... ต้องการจะยัดเยียดความผิดให้เราล่ะสิว่า ‘ยักยอกเสบียงของรัฐ’ ถ้าตรวจสอบแล้วไม่พบของ ก็จะหาว่าเราเอาไปขายตลาดมืด แผนการตื้นๆ นี้ใครเป็นคนคิดกัน?”
“เลขาจาง... ร่วมกับพี่ชายของกู้ฉางหลิง”
กู้ฉางจวินเอ่ยชื่อออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าหลินเฟยหรานรู้ดีว่าภายใต้ความเงียบนั้นคือคลื่นใต้น้ำที่รอวันปะทุ เธอหยิบโถแก้วใส่น้ำพริกผัดสามรสสูตรเด็ดที่เพิ่งทำเสร็จออกมาวางไว้กลางโต๊ะ กลิ่นหอมเผ็ดร้อนจัดจ้านอบอวลไปทั่วห้อง ตัดกับบรรยากาศเคร่งเครียดได้อย่างประหลาด
“ในเมื่อพวกมันอยาก ‘ตรวจสอบ’ เราก็ต้องจัดให้ตามคำขอ” หลินเฟยหรานหยิบกระดาษจดบันทึกมาเขียนรายการวัตถุดิบด้วยลายมือสวยงาม “พรุ่งนี้พี่ไม่ต้องกังวลเรื่องในคลัง เดี๋ยวฉันจะจัดการให้เอง แต่ก่อนอื่น... คืนนี้เรามาทานมื้อเย็นให้มีความสุขกันก่อนเถอะค่ะ กลิ่นหมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงที่พี่ชอบ จะทำให้สมองโลดแล่นขึ้นนะ”
เธอยกจานอาหารวางลงตรงหน้าสามี ไอความร้อนกรุ่นๆ ลอยขึ้นมา กู้ฉางจวินจ้องมองภรรยาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรักและเลื่อมใส เขารู้ดีว่าภรรยาตัวน้อยของเขามีแผนการบางอย่างที่เหนือชั้นกว่าศัตรูเหล่านั้นหลายขุม
แต่ในจังหวะที่กู้ฉางจวินกำลังจะคีบหมูตุ๋นชิ้นนั้นเข้าปาก เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่เสียงเคาะธรรมดา แต่เป็นการกระแทกประตูด้วยพละกำลังจนบานไม้เก่าๆ สั่นสะท้าน
“เปิดประตู! กู้ฉางจวิน! เราได้รับรายงานว่าแกมีส่วนพัวพันกับการลักลอบค้าสินค้าต้องห้าม!”
เสียงแผดกร้าวของเลขาจางดังแทรกเข้ามาในห้องครัว ทำให้กู้ฉางจวินชะงักตะเกียบในมือ หลินเฟยหรานวางช้อนลงช้าๆ นัยน์ตาคมกริบของเธอวาวโรจน์ขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของยามค่ำคืน
“ดูท่าแขกไม่ได้รับเชิญจะใจร้อนเกินไปหน่อยนะคะ” เธอเอ่ยเสียงเรียบพลางเดินไปหยิบกุญแจคลังเก็บของที่ซ่อนอยู่ใต้เตาไฟขึ้นมา “ไปเปิดประตูเถอะค่ะ... แล้วมาดูกันว่าพรุ่งนี้เช้า ใครกันแน่ที่จะต้องเป็นฝ่ายคุกเข่าขอโทษเรา”
ทว่าเมื่อกู้ฉางจวินแง้มประตูออก สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าไม่ใช่เพียงเลขาจางกับพวกพ้อง แต่มันคือเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานส่วนกลางในชุดเครื่องแบบเต็มยศ พร้อมกับเอกสารคำสั่งจับกุมที่ระบุชื่อของ ‘หลินเฟยหราน’ อยู่ในบรรทัดสุดท้าย!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลิ้มรสความอร่อยไปกับไป๋เป่าเปานะคะ
สูตรลับฉบับยอดแม่ครัวในยุคที่ข้าวปลาขาดแคลน•ตอนที่ 18
สามีได้รับตำแหน่งใหม่ งานหนักจึงเริ่มขึ้น
ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับยอดแม่ครัวในยุคที่ข้าวปลาขาดแคลน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!