“คุณจะให้ฉันไปร่วมทีมกับคนไร้หัวนอนปลายเท้าอย่างนั้นเหรอ คีย์? อย่าล้อเล่นให้มันมากนักเลย”
เรนนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ไม้เก่าๆ ในมุมมืดของโรงเตี๊ยมท้ายเมือง ‘เธรดเฮเวน’ แสงเทียนวูบไหวสะท้อนนัยน์ตาเรียวคมที่จ้องมองผมราวกับจะทะลุเข้าไปถึงก้นบึ้งของความคิด เธอวางปืนสไนเปอร์กระบอกโต—อาวุธระดับตำนานที่หาได้ยากยิ่ง—ลงบนโต๊ะไม้จนเกิดเสียงดังปัง สั่นสะเทือนไปถึงแก้วเหล้าที่วางอยู่ข้างๆ
ผมไม่ตอบโต้ทันที ผมหยิบแผนที่โลกของเกม ‘Aetheria Online’ ขึ้นมาคลี่ออก บนโต๊ะเต็มไปด้วยจุดเครื่องหมายที่ผมร่างขึ้นเอง มันคือแผนผังของ ‘ทัวร์นาเมนต์สมัครเล่นแห่งอาณาจักร’ รายการที่จะกลายเป็นประตูบานแรกสู่การทำลายกำแพงที่พวกอีลีทกิลด์สร้างเอาไว้
“ไร้หัวนอนปลายเท้า… ก็อาจจะจริง” ผมตอบพลางขยับรอยยิ้มจางๆ “แต่เรน คุณรู้อยู่แก่ใจว่าในโลกของอีสปอร์ต ความเก่งกาจไม่ได้วัดกันที่ยศถาบรรดาศักดิ์ของกิลด์ แต่มันวัดกันที่ว่า เมื่อถึงเวลาคับขัน ใครจะเป็นคนที่ยังยืนอยู่บนสมรภูมิเป็นคนสุดท้ายต่างหาก”
เรนแค่นหัวเราะในลำคอ “ความมั่นใจของคุณมันน่าหมั่นไส้เหมือนเดิม คีย์ แต่จำได้ไหมว่าครั้งสุดท้ายที่คุณเชื่อใจคนอื่น ผลลัพธ์มันคืออะไร?”
คำพูดของเธอกรีดแทงลงมาตรงจุดที่ผมพยายามฝังกลบมันไว้ในใจเสมอ การถูกเพื่อนร่วมทีมเก่าหักหลังกลางเวทีชิงแชมป์โลกเมื่อสามปีก่อน คือรอยแผลที่ยังคงมีเลือดซึมออกมาทุกครั้งที่ผมได้ยินคำว่า ‘ทีมเวิร์ก’ แต่ครั้งนี้มันต่างออกไป เพราะผมไม่ได้มาเพื่อหาเพื่อนเล่นเกม แต่ผมมาเพื่อสร้างตำนานที่พวกมันต้องจดจำ
“นั่นคือเหตุผลที่ผมต้องการคุณ” ผมโน้มตัวไปข้างหน้า เสียงของผมจริงจังและต่ำลง “เรน ผมไม่ได้ต้องการแค่คนที่เก่ง ผมต้องการคนที่มองเห็นชัยชนะในแบบที่ผมเห็น ผมรู้ว่าคุณเบื่อหน่ายกับการต้องคอยเก็บกวาดความผิดพลาดของคนอื่นในกิลด์เดิมเต็มทีแล้ว”
ความเงียบเข้าปกคลุมบทสนทนา เรนไม่ตอบ เธอหยิบปืนขึ้นมาตรวจเช็กกลไกอย่างประณีต มือของเธอไม่สั่นแม้แต่นิดเดียว นั่นคือสัญชาตญาณของมือสไนเปอร์ที่ผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน
“เรามีเวลาไม่ถึงเจ็ดวันก่อนรอบคัดเลือกจะเริ่ม” ผมพูดต่อ พลางวางชื่อของผู้สมัครคนสุดท้ายลงบนโต๊ะ “ถ้าเราตั้งกิลด์ม้ามืดขึ้นมาตอนนี้ อย่างน้อยเราก็จะมีฐานที่มั่น เราจะมีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลของคู่แข่ง และที่สำคัญ... เราจะสามารถกำหนดทิศทางของเกมได้เอง ไม่ใช่ทำตามคำสั่งของพวกที่เอาแต่กอบโกยผลประโยชน์”
เรนเลิกคิ้วมองชื่อในกระดาษ “คนนี้เนี่ยนะ? คุณกล้าให้เขาเป็นแทงค์หลักจริงๆ เหรอ? ฝีมือเขาน่ะพอได้ แต่ความใจร้อนของเขามันพร้อมจะทำให้แผนการพังพินาศได้ทุกเมื่อ”
“ความใจร้อนคือจุดอ่อนของมือสมัครเล่น แต่จะเป็นอาวุธร้ายแรงถ้าเราวางตำแหน่งให้ถูก” ผมอธิบายด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น “ผมจะคุมจังหวะของเกม ส่วนคุณคุมระยะห่าง และเขา... จะเป็นคนที่บดขยี้แนวหน้าของศัตรูให้แตกกระเจิง”
เรนถอนหายใจยาว ก่อนจะยอมเก็บปืนเข้าซองที่สะพายหลัง “ถ้าคุณจะทำ ก็เอาเลยคีย์ แต่จำไว้ว่าถ้ากิลด์นี้พังลงเพราะการตัดสินใจงี่เง่าของคุณ ฉันจะเป็นคนแรกที่หันกระบอกปืนใส่คุณเอง”
“ผมจะถือว่านั่นเป็นคำมั่นสัญญาครับ”
ผมหยิบ ‘ศิลาตราประทับกิลด์’ ออกมาจากกระเป๋ามิติ มันเป็นวัตถุสีเงินที่มีลวดลายอักขระโบราณเรืองแสงจางๆ การสร้างกิลด์ในเกมนี้ไม่ใช่แค่การตั้งชื่อ แต่คือการผูกมัดจิตวิญญาณของผู้เล่นเข้าด้วยกันภายใต้เป้าหมายเดียว
ผมกดเปิดหน้าต่างระบบขึ้นมา:
[แจ้งเตือน: คุณต้องการจัดตั้งกิลด์? โปรดระบุชื่อกิลด์ของคุณ]
ผมนึกถึงภาพของผมในอดีต ภาพความพ่ายแพ้ที่ถูกเหยียบย่ำ และความมุ่งมั่นที่จะกลับขึ้นไปยืนบนจุดสูงสุดอีกครั้ง ผมไม่ได้มาเพื่อแก้แค้นให้ตัวเอง แต่มาเพื่อพิสูจน์ว่ากลยุทธ์ที่แท้จริงนั้นอยู่เหนือกว่าเงินทุนมหาศาล
“ชื่อกิลด์... ‘Zero-Point’ ” ผมเอ่ยเบาๆ
[ระบบ: ชื่อกิลด์ ‘Zero-Point’ ได้รับการยอมรับ คุณคือหัวหน้ากิลด์คนแรก ขอให้ท่านนำพาความรุ่งโรจน์มาสู่สมาชิกของท่าน]
ทันใดนั้น แสงสีทองสว่างวาบขึ้นทั่วทั้งโรงเตี๊ยม ก่อนจะจางหายไปทิ้งไว้เพียงตราสัญลักษณ์รูปนาฬิกาทรายที่ไม่มีวันไหลย้อนกลับปรากฏอยู่บนหน้าต่างสถานะของผมและเรน
แต่ทว่า ในจังหวะที่ผมกำลังจะกดรับสมาชิกคนที่สามเข้ากิลด์ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางเข้าโรงเตี๊ยม เงาดำทอดยาวผ่านประตูเข้ามา บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน เรนคว้าปืนขึ้นมาทันทีโดยไม่ต้องหันไปมอง
“ดูเหมือนว่าจะมีแขกไม่ได้รับเชิญแวะมาต้อนรับกิลด์ใหม่ของเรานะ” เรนกระซิบ เสียงของเธอเต็มไปด้วยความระแวดระวัง
ชายร่างใหญ่ในชุดเกราะหนักสลักตรากิลด์ ‘Iron Vanguard’ ก้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าโต๊ะของเรา เขาไม่ได้มาเพื่อดื่มเบียร์ แต่สายตาที่เขามองมานั้นเต็มไปด้วยการข่มขู่
“คีย์... อดีตโปรเพลเยอร์ผู้โด่งดัง” ชายคนนั้นกล่าวพลางยิ้มแสยะ “นายคงคิดว่าตัวเองกำลังทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่สินะ แต่ขอบอกอะไรให้นะ... ที่แห่งนี้ไม่มีที่ว่างสำหรับพวกม้ามืดที่ชอบหลอกตัวเองหรอก กลับไปเป็นหมาข้างถนนเหมือนเดิมซะ ก่อนที่พวกเราจะทำให้กิลด์ของนายกลายเป็นแค่ประวัติศาสตร์หน้าสั้นๆ ในวันนี้”
เขาวางเอกสารบางอย่างลงบนโต๊ะ มันคือคำสั่งยุบกิลด์กึ่งบังคับที่ออกโดยสมาคมผู้เล่น
ผมมองเอกสารนั้น แล้วเงยหน้าขึ้นสบตาชายร่างยักษ์ด้วยสายตาที่นิ่งสนิท “กิลด์ของผมเพิ่งก่อตั้งเมื่อสามวินาทีที่แล้ว แต่ดูเหมือนพวกคุณจะทำงานเร็วกว่าระบบเกมเสียอีกนะครับ... น่าสนใจดี”
ในเสี้ยววินาทีนั้น ผมเห็นประกายบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในเงามืดข้างหลังชายคนนั้น... มันไม่ใช่ผู้เล่นทั่วไป แต่มันคือ ‘เงา’ ของใครบางคนที่ผมรู้จักดีที่สุดคนหนึ่งในวงการ
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับผมในเส้นทางสายอีสปอร์ตนี้ และอย่าลืมติดตามว่าคีย์จะเผชิญหน้ากับความลับที่ถูกเปิดเผยในตอนถัดไปอย่างไรนะครับ
แม็กซ์ลุยศึกอีสปอร์ต
GLORY ASCENDANT: ผนึกกำลังพลิกโลกอีสปอร์ต•ตอนที่ 5
การจัดตั้งกิลด์ม้ามืด
ผลงานโดย แม็กซ์ลุยศึกอีสปอร์ต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แม็กซ์ลุยศึกอีสปอร์ต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง GLORY ASCENDANT: ผนึกกำลังพลิกโลกอีสปอร์ต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!