“ขยับไปทางซ้ายอีกสามองศา... นั่นแหละ ถ้าพลาดอีกวินาทีเดียว เราทั้งคู่ได้ไปเกิดใหม่ที่จุดเซฟแน่นอน”
เสียงของผมเรียบเฉย แฝงด้วยกระแสคำสั่งที่เฉียบขาด ในขณะที่นิ้วของผมยังคงรัวลงบนคีย์บอร์ดเสมือนจริงเพื่อสร้างแนวป้องกันเวทมนตร์ระดับต่ำ ท่ามกลางความมืดมิดในชั้นใต้ดินของดันเจี้ยน ‘ซากปรักหักพังแห่งผู้ถูกลืม’ กลิ่นอับชื้นของหินโบราณและกลิ่นโลหะจากคมดาบที่ปะทะกันอบอวลไปทั่ว
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของมอนสเตอร์ประเภท ‘อัศวินไร้หัว’ ดังก้องสะท้อนผนังถ้ำ มันคือบอสลับของดันเจี้ยนระดับเริ่มต้นที่ใครต่อใครต่างบอกว่าแค่หลบให้พ้นก็พอ แต่สำหรับผม... การหลบไม่ใช่กลยุทธ์ของคนที่ต้องการทวงคืนบัลลังก์
“จะยิงรึยังครับ?” ผมถามสั้นๆ โดยไม่หันไปมอง
ข้างกายผมคือร่างของหญิงสาวในชุดคลุมสีเทาเข้ม เธอคือ ‘เรน’ ผู้เล่นปริศนาที่ผมบังเอิญเจอในโถงทางเดินเมื่อสิบนาทีก่อน เธอไม่ได้พูดจาโต้ตอบอะไรตั้งแต่ร่วมทีมกันมา นอกจากเสียงคันชักธนูที่ดึงตึงจนแทบจะขาด
“รอให้ช่องว่างของเกราะปรากฏ... จังหวะที่มันเหวี่ยงขวานนั่นแหละ” เสียงของเธอเย็นเยียบและนิ่งสงบราวกับน้ำแข็งที่ไม่เคยถูกรบกวน
ผมยิ้มมุมปาก ความรู้สึกคุ้นเคยบางอย่างแล่นผ่านใจ การควบคุมจังหวะหายใจของเธอ ความนิ่งของมือที่ไม่สั่นไหวแม้จะถูกแรงกดดันจากมอนสเตอร์ระดับสูงข่มขวัญ นี่ไม่ใช่แค่มือสมัครเล่นที่เข้ามาเดินเล่นในเกม แต่นี่คือสัญชาตญาณของนักล่ามือฉมังที่หาได้ยากยิ่งในยุคสมัยนี้
ทันใดนั้น อัศวินไร้หัวก็คำรามก้อง มันยกขวานยักษ์ขึ้นเหนือหัวเพื่อกระแทกพื้น นี่คือจังหวะที่ผมรอคอย
“ตอนนี้!”
ผมพุ่งตัวออกไปด้านหน้า เบี่ยงเบนความสนใจด้วยทักษะ ‘ยั่วยุ’ ชั่วคราว ร่างกายของมอนสเตอร์เสียหลักเล็กน้อย และในวินาทีนั้นเอง... ลูกธนูแสงสีฟ้าดุจประกายดาวพุ่งทะลุผ่านความมืด ราวกับสายฟ้าที่แหวกว่ายผ่านกลุ่มเมฆ มันปักเข้าที่ช่องว่างระหว่างแผ่นเกราะตรงหัวใจพอดีเป๊ะ
ฉึก!
เสียงคมศรปะทะโลหะดังกังวาน มันไม่เพียงแค่สร้างความเสียหาย แต่ยังหยุดการเคลื่อนไหวของมอนสเตอร์ได้สนิทราวกับถูกสาป
ผมหันไปมองเรน เธอไม่ได้แสดงท่าทีดีใจหรือโอ้อวด ดวงตาคู่สวยภายใต้ฮู้ดนั่นเพียงแค่มองนิ่งมาที่ร่างที่กำลังสลายไปของบอส เธอลดคันธนูลงอย่างช้าๆ ท่าทีนั้นดูเหมือนคนที่เพิ่งทำกิจวัตรประจำวันเสร็จสิ้น ไม่ใช่คนที่เพิ่งล้มบอสลับได้ด้วยการยิงเพียงนัดเดียว
“ปฏิกิริยาตอบสนองระดับ 0.2 วินาที...” ผมพึมพำเบาๆ ขณะเดินเข้าไปหา “คุณไม่ได้แค่ยิงธนูแม่นครับเรน แต่คุณกำลังอ่าน ‘วิถีของข้อมูล’ ที่ไหลเวียนอยู่ในระบบเกมนี้อยู่”
เรนเงยหน้าขึ้นมองผม สายตาของเธอมีความลังเลฉายชัดอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความเรียบเฉยตามเดิม “คุณสังเกตเห็นด้วยเหรอ? นึกว่าคนที่สนใจแค่เรื่อง ‘ชนะ’ จะไม่มองรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ พวกนี้เสียอีก”
น้ำเสียงของเธอมีร่องรอยของการประชดประชันเล็กน้อย แต่มันกลับทำให้ผมรู้สึกทึ่งมากขึ้นไปอีก เธอไม่ใช่คนแปลกหน้าที่ไร้เดียงสา เธอเป็นผู้เล่นที่มีประสบการณ์สูง... สูงเกินกว่าจะมาติดอยู่ในดันเจี้ยนเลเวลต่ำแบบนี้
“ผมสนใจแค่การชนะครับ แต่ถ้าชนะโดยไม่มี ‘เพื่อนร่วมทีม’ ที่อ่านใจกันได้... การคว้าถ้วยรางวัลก็คงเป็นแค่เรื่องน่าเบื่อ” ผมหยิบเหรียญตราไอเทมที่บอสดรอปออกมา “คุณต้องการเหตุผลอะไรถึงมาอยู่ที่นี่? อย่าบอกนะว่ามาเก็บเลเวลแก้เบื่อ”
เรนขยับตัวเล็กน้อย เธอเดินมาหยุดข้างๆ ผม สายตามองไปยังเส้นทางลึกเข้าไปในดันเจี้ยนที่แสงสว่างเริ่มเลือนหายไปทุกที “ถ้าฉันบอกว่าฉันกำลังมองหาใครบางคน ที่หายไปจากวงการเมื่อสองปีก่อน... คุณจะเชื่อไหม?”
หัวใจของผมกระตุกวูบ ความรู้สึกเหมือนถูกกระชากลงสู่ห้วงเหวแล่นผ่านกระดูกสันหลัง นี่มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างที่ผมคิดไว้ตอนแรก แต่ผมกำลังถูกจับตามอง หรือไม่ก็ถูก ‘ตามล่า’ ในฐานะอดีตตำนานที่ยังไม่ตาย
“สองปีก่อน?” ผมแค่นหัวเราะ “วงการนี้มีคนหายไปเยอะครับ แต่คนที่สำคัญพอจะให้คุณมาตามหาในที่แบบนี้... ผมว่าคุณคงไม่ได้มาดี”
เรนไม่ตอบ เธอคว้าคันธนูขึ้นมาพาดบ่า แล้วก้าวเดินต่อไปข้างหน้าโดยไม่รอผม “ตามมาสิ ถ้าคุณยังอยากจะรู้ว่าทำไม ‘กับดัก’ ที่คุณเพิ่งรู้สึกถึงในวันนี้ ถึงได้เริ่มทำงานตั้งแต่ตอนที่คุณล็อกอินเข้ามาครั้งแรก”
คำพูดนั้นทำให้ผมชะงักไปชั่วครู่ มือที่กำดาบไว้แน่นจนสั่น แสงจากไอเทมส่องสว่างบนฝ่ามือของผมสั่นไหวตามจังหวะชีพจรที่เต้นไม่เป็นจังหวะ ผมรู้ดีว่านี่คือจุดเริ่มต้นของเกมไล่ล่าที่ใหญ่กว่าการแข่งขันอีสปอร์ตใดๆ ที่ผมเคยผ่านมา แต่ผมไม่มีวันถอย
ผมก้าวตามหลังเธอไป ท่ามกลางเสียงหวีดหวิวของลมในดันเจี้ยนที่ดังขึ้นเรื่อยๆ ราวกับเสียงเตือนภัย
แต่ทว่า... เมื่อเราก้าวผ่านประตูหินบานใหญ่เข้าไป ผมกลับต้องหยุดกึก ร่างของเรนหยุดชะงักลงตรงหน้า เธอชี้ไปยังใจกลางห้องโถงที่ว่างเปล่า ที่นั่นไม่ได้มีศัตรู หรือสมบัติล้ำค่า... มีเพียง ‘หน้าจอโฮโลแกรม’ ขนาดมหึมาที่กำลังฉายภาพบันทึกการแข่งขันนัดสุดท้ายของผมเมื่อสองปีก่อน วนซ้ำไปมา
และบนเก้าอี้ใจกลางห้องโถงนั้น... มีร่างของชายคนหนึ่งนั่งไขว่ห้างรออยู่ เขาคนนั้นสวมหน้ากากสีเงินที่คุ้นตาที่สุดในประวัติศาสตร์วงการเกม
"ยินดีต้อนรับกลับสู่สนามรบ... เพื่อนเก่า" ชายคนนั้นกล่าวพลางลุกขึ้นยืน ไอเทมในมือของเขาเปล่งประกายสีดำมืดมิดที่เป็นเอกลักษณ์ของระบบ ‘ผู้คุมกฎ’ ที่ไม่มีผู้เล่นคนไหนควรจะมี
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับผมในตอนนี้นะครับ แม็กซ์ลุยศึกอีสปอร์ตจะพาทุกท่านไปสู่บทสรุปที่เข้มข้นยิ่งกว่าเดิมในตอนถัดไปครับ
GLORY ASCENDANT: ผนึกกำลังพลิกโลกอีสปอร์ต•ตอนที่ 3
พบกับเรน
ผลงานโดย แม็กซ์ลุยศึกอีสปอร์ต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แม็กซ์ลุยศึกอีสปอร์ต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง GLORY ASCENDANT: ผนึกกำลังพลิกโลกอีสปอร์ต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!