GLORY ASCENDANT: ผนึกกำลังพลิกโลกอีสปอร์ต•ตอนที่ 13

กับดักในป่าทมิฬ

ผลงานโดย แม็กซ์ลุยศึกอีสปอร์ต
"ถ้าจะมาเพื่อข่มขู่ ก็ถือว่าเสียเวลาเปล่าครับ เพราะผมไม่มีอารมณ์มาเล่นเกมแมวไล่จับกับพวกกิลด์ใหญ่ในตอนที่กำลังหิวแบบนี้" ผมพูดขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงของผมราบเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยความเฉียบคมที่ตั้งใจให้มันบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของชายตรงหน้า 'ไคเซอร์' รองหัวหน้ากิลด์อันดับหนึ่งที่ขึ้นชื่อเรื่องความเหี้ยมโหดและวิธีการเล่นที่สกปรกที่สุดในวงการ VRMMO เขายืนกอดอกพิงผนังห้องซ้อมด้วยท่าทีผ่อนคลายเกินเหตุ แววตาคมกริบดุจเหยี่ยวของเขากำลังกวาดมองไปที่เรน ก่อนจะเลื่อนกลับมาสบตากับผม เรนยืนนิ่งสนิทราวกับรูปปั้น มือขวาของเธอวางพาดอยู่บนปลอกปืนสไนเปอร์ข้างตัวโดยสัญชาตญาณ แม้ภายนอกจะดูสงบ แต่ผมสัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อที่เกร็งตัวพร้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉินทุกเมื่อ "หิวเหรอ? ก็น่าเห็นใจนะ" ไคเซอร์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเหมือนเสียงแก้วแตกละเอียด "แต่สำหรับพวกแกที่กล้าเข้าไปแตะต้องไอเทมในพื้นที่หวงห้ามของกิลด์เรา... ฉันว่าความหิวมันยังเป็นเรื่องเล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับสิ่งที่พวกแกกำลังจะสูญเสียในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า" "คุณหมายถึงการดักซุ่มนอกเขตปลอดภัยงั้นเหรอครับ?" ผมเลิกคิ้วมองเขาอย่างท้าทาย "ผิดวิสัยมืออาชีพไปหน่อยนะที่ต้องลงมือกับผู้เล่นเลเวลต่ำกว่าเพื่อแย่งชิงไอเทมชิ้นเดียว" "ในสงคราม ไม่มีคำว่าเลเวลต่ำหรือสูง มีแค่ผู้ล่ากับผู้ถูกล่า" ไคเซอร์ขยับตัวก้าวเข้ามาหนึ่งก้าว พลังกดดันมหาศาลจากค่าสถานะที่สูงลิ่วของเขากระจายออกมาจนอากาศรอบข้างดูเหมือนจะหนักอึ้งขึ้น "ฉันให้โอกาสพวกแกสองคน ส่งของชิ้นนั้นมา แล้วฉันจะปล่อยให้พวกแกได้เล่นเกมนี้ต่อไปในฐานะ 'คนธรรมดา' ที่ไร้ชื่อเสียง... แต่ถ้าไม่..." เขายังพูดไม่ทันขาดคำ ผมก็ตัดสินใจขัดจังหวะด้วยรอยยิ้มมุมปาก "ถ้าไม่... ก็คงต้องลองดูว่าพื้นที่ 'ป่าทมิฬ' ที่คุณอ้างว่ามันเป็นของกิลด์คุณเนี่ย มันจะรับมือกับ 'กับดัก' ที่ผมวางไว้ได้นานแค่ไหน" คำพูดของผมทำให้คิ้วของไคเซอร์ขมวดเข้าหากันเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่เขาจะหันหลังเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงประโยคสุดท้ายที่ดังก้องอยู่ในหัว "งั้นก็เชิญสนุกกับความพินาศในป่าทมิฬได้เลย... อย่าตายก่อนที่จะได้เห็นหน้าฉันอีกล่ะ คีย์" ทันทีที่เขาลับตาไป เรนก็ถอนหายใจยาว ความตึงเครียดที่สะสมมาตลอดสิบนาทีสลายตัวลงอย่างรวดเร็ว เธอหันมามองผมด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม "เรากำลังเล่นกับไฟนะคีย์ กิลด์ 'เนเมซิส' ไม่ได้มีแค่คนเดียว" เรนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นแต่ชัดเจน "ถ้าเราออกไปที่ป่าทมิฬตอนนี้ เท่ากับเราเดินเข้าปากเสือ" "นั่นแหละคือสิ่งที่ผมต้องการ" ผมเดินไปที่โต๊ะวางแผนการรบ จอโฮโลแกรมปรากฏขึ้นแสดงแผนที่สามมิติของพื้นที่ป่าทมิฬ "ไคเซอร์มันมั่นใจในพลังของพวกมันจนประมาท มันคิดว่าเราจะหนี แต่ถ้าเราเปลี่ยน 'ที่ล่า' ให้กลายเป็น 'สนามสังหาร' โดยที่มันไม่รู้ตัวล่ะ?" เรนเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะขยับเข้ามาใกล้หน้าจอ สายตาของเธอวิเคราะห์จุดยุทธศาสตร์อย่างแม่นยำ "นายจะใช้กลยุทธ์ 'การล่อลวงในเงา' ใช่ไหม? ให้ฉันคุมระยะไกล แล้วนายใช้การโจมตีแบบป่าเถื่อนดึงความสนใจพวกมันเข้าสู่กับดักกับดักระเบิดหนาม?" "ถูกต้องครับ" ผมพยักหน้า "แต่มันไม่จบแค่นั้น เรน... การจะเอาชนะกิลด์ใหญ่ เราต้องทำลาย 'ความมั่นใจ' ของพวกมันตั้งแต่ด่านแรก" ... เวลาผ่านไปไม่กี่ชั่วโมง เราทั้งสองคนมายืนอยู่หน้าทางเข้าป่าทมิฬ พื้นที่ที่ปกคลุมด้วยหมอกสีม่วงหนาทึบจนมองไม่เห็นแม้แต่ปลายเท้า ต้นไม้สูงตระหง่านกิ่งก้านคดเคี้ยวราวกับปีศาจที่พร้อมจะรัดคอผู้บุกรุก บรรยากาศเงียบสงัดผิดปกติ จนกระทั่งเสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มคนเริ่มดังแว่วมาจากทิศตะวันออก "พวกมันมาแล้ว เรน... ขึ้นประจำตำแหน่ง" ผมกระซิบเบาๆ ก่อนจะหายตัวเข้าไปในพงหญ้าที่รกชัฏ เรนพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะกระโดดขึ้นไปบนกิ่งไม้สูงชัน ร่างของเธอหายไปในความมืดราวกับเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ ไคเซอร์เดินนำกลุ่มผู้เล่นชุดเกราะสีดำสนิทเข้ามา พวกมันคือหน่วยล่าสังหารชั้นยอดของเนเมซิส ทุกคนถืออาวุธระดับแรร์ที่เรืองแสงวาบหวามในความมืด พวกมันมั่นใจมากจนแทบไม่ได้ตรวจสอบรอบข้าง "กระจายกำลัง! ค้นหาทุกตารางนิ้ว ถ้าเจอตัวมัน ให้ตัดมือที่ถืออาวุธทิ้งซะ แล้วค่อยลากมาหาฉัน" เสียงสั่งการของไคเซอร์ดังก้องไปทั่วป่า ผมแอบยิ้มอยู่หลังโคนไม้ใหญ่ ในมือผมไม่ได้ถือดาบ แต่ถือ 'รีโมทจุดระเบิด' ที่ผมแอบติดตั้งไว้เมื่อตอนช่วงเช้าที่ผมล่วงหน้ามาก่อน เมื่อกลุ่มผู้เล่นของเนเมซิสเดินเข้ามาถึงจุดกึ่งกลางของวงล้อม ผมกดปุ่มทันที! *ตู้ม!* เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหว ดินโคลนและหนามแหลมพุ่งกระจัดกระจายขึ้นสู่ท้องฟ้า ผู้เล่นระดับสูงของกิลด์เนเมซิสสามคนล้มลงทันทีด้วยสถานะติดพิษรุนแรง "ดักซุ่ม! ป้องกันตัวเร็วเข้า!" ไคเซอร์ตะโกนลั่นด้วยความเกรี้ยวกราด แต่ในจังหวะนั้นเอง กระสุนนัดเดียวที่แหวกอากาศด้วยความเร็วเหนือเสียงก็พุ่งเข้าใส่โล่ของไคเซอร์จนกระเด็นหลุดมือ เป็นฝีมือของเรนที่เล็งเป้าหมายได้แม่นยำดุจจับวาง "ตอนนี้แหละ!" ผมพุ่งตัวออกมาจากเงามืด ดาบในมือผมวาดเป็นวงโค้งสีเงิน ตัดผ่านเกราะของผู้เล่นที่อยู่ใกล้ที่สุดจนเลือดกระฉูด เราไล่ต้อนพวกมันเข้าสู่กับดักที่ซ้อนทับกันไว้ถึงสามชั้น ความวุ่นวายเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว กิลด์อันดับหนึ่งที่เคยหยิ่งผยองบัดนี้กลับแตกพ่ายเพราะความประมาทและแผนการที่ไม่มีใครคาดคิด ทว่า ท่ามกลางความชุลมุน ผมกลับสังเกตเห็นบางอย่าง... ไคเซอร์ไม่ได้ตกใจอย่างที่ควรจะเป็น เขายืนนิ่งอยู่กลางวงล้อม แววตาที่จ้องมาที่ผมไม่ได้เต็มไปด้วยความโกรธ แต่มันคือความพึงพอใจ "นายทำได้ดีมาก คีย์... สมกับที่เป็นอดีตโปรเพลเยอร์ที่ฉันเคยยกย่อง" ไคเซอร์พูดพลางดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว พื้นดินใต้เท้าผมและเรนก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ไม่ใช่กับดักของผม แต่มันคือกลไกของแผนที่ที่ถูก 'ใครบางคน' ควบคุมอยู่ กรงเหล็กขนาดยักษ์ตกลงมาจากยอดไม้ ล้อมเราไว้มิดชิด และจากเงามืดด้านหลังไคเซอร์ ร่างของชายอีกคนหนึ่งที่ผมคุ้นเคยดีก็ก้าวออกมา... ชายคนที่ผมเคยไว้ใจที่สุด และเป็นคนที่หักหลังผมในอดีตจนต้องออกจากวงการ "ไม่ได้เจอกันนานนะ คีย์... หวังว่าการต้อนรับของฉันจะถูกใจนายนะ" ผมกำหมัดแน่นเมื่อเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยนั่น... เกมนี้ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของกิลด์ แต่คนตรงหน้าคือจุดเริ่มต้นของฝันร้ายทั้งหมดที่ผมพยายามจะลืมมาโดยตลอด ความหวังที่จะพลิกสถานการณ์พังทลายลงในพริบตา เมื่อผมเห็นชื่อที่ปรากฏอยู่บนเหนือหัวของเขามันไม่ใช่ชื่อของคนในกิลด์เนเมซิส แต่มันคือชื่อของ 'กิลด์เงา' ที่ถูกประกาศว่าล่มสลายไปแล้วเมื่อสามปีก่อน! ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามร่วมลุ้นไปกับการเดินทางของผมในโลกแห่งอีสปอร์ตนะครับ แม็กซ์ลุยศึกอีสปอร์ตครับ
สารจากนักเขียน (แม็กซ์ลุยศึกอีสปอร์ต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง GLORY ASCENDANT: ผนึกกำลังพลิกโลกอีสปอร์ต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%