"บอกฉันทีสิว่านี่เป็นแค่ความผิดพลาดของระบบรันไทม์... ไม่ใช่ฝีมือของพวกสติเฟื่องที่ไหนสักแห่ง!"
เสียงทุบโต๊ะทำงานไม้โอ๊กเนื้อหนาจนก้องกังวานในห้องปฏิบัติการใต้ดินของหอคอยเวทมนตร์หลวงไม่ได้ทำให้รินดาละสายตาไปจากหน้าจอสีฟ้าเรืองแสงได้เลย นิ้วเรียวยาวของเธอยังคงรัวอยู่บนแป้นพิมพ์คริสตัลด้วยความเร็วสูงราวกับนักเปียโนมืออาชีพที่กำลังบรรเลงบทเพลงแห่งความเป็นความตาย บรรทัดโค้ดอักขระเวทนับหมื่นแถวไหลผ่านดวงตาสองชั้นที่ฉายแววเคร่งเครียด ตัวอักษรสีแดงฉานยังคงกะพริบเตือนเด่นหร่าตรงมุมขวาล่าง—ชื่อของเธอเอง... 'รินดา วาริส' ปรากฏหราในฐานะสถาปนิกหลักผู้ลงนามอนุมัติชุดคำสั่งล้างบางมหานครแห่งนี้
ทั้งที่เธอใช้เวลาสามปีเต็มในการเขียนโค้ดป้องกันและปรับแต่งสถาปัตยกรรมเวทมนตร์ให้เสถียรที่สุดด้วยความระมัดระวัง
"ใจเย็นก่อนสิแม่สาวเนิร์ด ถ้ามัวแต่นั่งจ้องหน้าจอจนตาแตกแบบนั้น เมืองทั้งเมืองก็ไม่กลับมาสมบูรณ์ขึ้นหรอกนะ"
เสียงห้าวทุบทำลายสมาธิ พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อคลุมหนังลุยป่าเปอะเปื้อนฝุ่นควันและคราบเขม่าที่ก้าวเข้ามาอย่างไร้ความเกรงใจ คีริน—จอมเวทสายพละกำลังผู้ขึ้นชื่อเรื่องการใช้หมัดซัดประตูพังมากกว่าการร่ายคาถาเปิดประตู—ทิ้งตัวลงนั่งบนพนักเก้าอี้ของเธออย่างไร้มารยาท ดวงตาสสีอำพันกวาดมองหน้าจอโฮโลแกรมด้วยความสนใจใคร่รู้ราวกับกำลังมองดูของเล่นชิ้นใหม่ มากกว่าจะเป็นภัยพิบัติระดับล้างโลก
รินดาหยุดมือลงช้าๆ เธอหันกลับไปมองชายหนุ่มที่ถือวิสาสะเข้ามาในเขตหวงห้ามด้วยแววตาเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก
"คุณเข้ามาในนี้ได้ยังไง คีริน? เขตนี้ถูกล็อกด้วยรหัสผ่านความปลอดภัยระดับ S มาตรการป้องกันการบุกรุกน่าจะซัดคุณกระเด็นไปตั้งแต่ระยะสามร้อยเมตรแล้วด้วยซ้ำ" น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิท ทว่าแฝงไปด้วยความคมกริบที่พร้อมจะเชือดเฉือนทุกเมื่อ
คีรินหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มกวนประสาทปรากฏขึ้นที่มุมปากหนา เขาชูกำปั้นขวาที่ยังมีกระแสเวทสีทองประกายจางๆ ห่อหุ้มอยู่ให้เธอเห็น "ก็แค่ใช้ 'สัญชาตญาณ' กับหมัดหนักๆ กระแทกเข้าที่จุดอับของบาเรียเวท... อ่า พูดตามตรง โค้ดป้องกันของคุณมันสมบูรณ์แบบไร้ที่ติเลยนะรินดา ยกเว้นจุดที่ว่ามันแข็งทื่อเกินไป ไร้ชีวิตชีวา เหมือนหุ่นยนต์ไม่มีผิด เลยโดนหมัดของฉันเจาะเข้ามาได้ง่ายๆ ไงล่ะ"
รินดาขบกรามแน่น ความเยือกเย็นที่เธอพยายามรักษาไว้เริ่มสั่นคลอนด้วยความหงุดหงิด เธอเกลียดพวกจอมเวทที่ใช้พละกำลังและสัญชาตญาณเหนือเหตุผลเป็นที่สุด โดยเฉพาะผู้ชายคนนี้ที่มักจะทำลายทฤษฎีและตรรกะอันแม่นยำของเธอด้วยความบ้าระห่ำอยู่เรื่อย
"ระบบป้องกันความปลอดภัยของฉันถูกออกแบบตามหลักคณิตศาสตร์เวทชั้นสูง ไม่ใช่สนามเด็กเล่นที่คุณจะใช้กำปั้นมาตัดสิน!" รินดาตอกกลับเสียงแข็ง ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเพื่อกดดันให้อีกฝ่ายถอยออกไป "แล้วที่สำคัญ... คุณเห็นไอ้บรรทัดนั้นไหม?" เธอชี้เรียวนิ้วไปยังหน้าจอหลัก "ชื่อของฉันกำลังถูกใช้เป็นแพะรับบาปในแผนการก่อวินาศกรรมระบบโครงข่ายเวทของเมืองหลวง ถ้าฉันถูกจับข้อหากบฏเพราะความหละหลวมของระบบ คุณนั่นแหละที่จะไม่ได้กินสตูเนื้อร้านโปรดไปตลอดชีวิต เพราะไม่มีใครคอยอัปเดตแพตช์เวทให้คุณใช้ฟรีๆ อีกแล้ว!"
คีรินไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด เขายื่นใบหน้าเข้ามาใกล้จนรินดารับรู้ได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายของนักรบที่ผ่านการต่อสู้มาอย่างโชกโชน ดวงตาสีอำพันคู่นั้นพินิจพิเคราะห์ใบหน้าที่ตึงเครียดของเธออย่างลึกซึ้ง ไม่ใช่การมองแบบสำรวจศัตรู แต่เป็นการมองที่เต็มไปด้วยความทึ่งและความเข้าใจในบางสิ่งที่เธอพยายามซ่อนไว้
"เธอกลัว..." คีรินเอ่ยขึ้นเบาๆ น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นอย่างกะทันหัน จนรินดาชะงักไป "เธอไม่ได้กลัวข้อหากบฏหรอกรินดา เพราะเธ้ารู้ดีที่สุดว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่... แต่เธอกลัวว่า 'ความผิดพลาด' จากอดีตที่เคยทำลายห้องทดลองเวทเมื่อสามปีก่อน มันกำลังจะย้อนกลับมาหลอกหลอนเธออีกครั้งต่างหาก"
คำพูดนั้นราวกับลูกศรที่พุ่งตรงปักเข้ากลางใจดำ รินดาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความสั่นไหวในอก ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยก่อนจะกลับมาเย็นชาดังเดิม เธอถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่าง
"คุณไม่รู้อะไรเลย คีริน" เธอเค้นเสียงลอดไรฟัน "โลกของเวทมนตร์ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความรู้สึกบ้าบิ่นแบบที่คุณเป็น ทุกอย่างต้องคำนวณ แม่นยำ และไร้ที่ติ..."
"แต่มันไร้หัวใจ" คีรินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาทรงพลังและหนักแน่นพอที่จะหยุดยั้งทุกคำพูดที่เหลือของเธอได้ "โค้ดที่เธอเขียนมันงดงามมากนะรินดา มันเหมือนบทกวีที่ร้อยเรียงด้วยตัวเลขและอักขระเวท... แต่มันเศร้าชะมัด เพราะมันไม่มีที่ว่างให้ความผิดพลาด ไม่มีที่ว่างให้อภัย และไม่มีตัวเธอatจริง ๆ อยู่ในนั้นเลยสักบรรทัดเดียว"
บรรยากาศในห้องปฏิบัติการเงียบงันลงทันที มีเพียงเสียงพัดลมระบายอากาศของเซิร์ฟเวอร์เวทมนตร์ที่ยังคงส่งเสียงหึ่งต่ำๆ รินดานิ่งอึ้ง เธอมองสบตากับจอมเวทหนุ่มผู้มีวิถีชีวิตต่างจากเธอราวฟ้ากับเหว ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างตีรวนขึ้นในอก ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความอึดอัดที่อธิบายไม่ถูก
ก่อนที่ใครจะได้เอื้อnเอวาจาใดออกมาทำลายความเงียบ เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานก็พลันดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งหอคอย หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าทั้งหมดดับวูบลงชั่วขณะ ก่อนจะติดขึ้นมาใหม่อย่างกะทันหัน พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนระบบภารกิจระดับ SSS ที่ปรากฏเด่นหร่าด้วยตัวอักษรสีดำสนิทบนพื้นหลังสีเลือด
[แจ้งเตือนระบบหลัก: ตรวจพบการเข้าถึงรหัสผ่านระดับรากเหง้า (Root Access) จากบุคคลภายนอก]
[เป้าหมาย: ปลดล็อกประตูผนึกผนังกั้นมิติชั้นที่ 13]
[คำเตือน: สิ่งที่ถูกกักขังไว้กำลังจะตื่นจากการหลับใหล... และมันรู้จักชื่อของ "รินดา" เป็นอย่างดี]
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของยัยนักเขียนโค้ดและจอมเวทสายลุยคนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะคะ!
อัลกอริทึมรักฉบับอัปเลเวลของยัยนักเขียนโค้ด•ตอนที่ 2
จอมเวทสายลุยกับสาวเนิร์ดโลกส่วนตัวสูง
ผลงานโดย ดาริกาส่องแสง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาริกาส่องแสง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมรักฉบับอัปเลเวลของยัยนักเขียนโค้ด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!