แฟ้มเอกสารสีน้ำตาลหนาปึ้กถูกกระแทกลงบนโต๊ะหินอ่อนราคาแพงในห้องนั่งเล่นด้วยแรงที่มากพอจะทำให้คนใจเสาะสะดุ้ง แต่รันนารีไม่ใช่คนประเภทนั้น สถาปนิกสาวเพียงแค่เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มองกระดาษแผ่นสุดท้ายของสัญญาฉบับพิมพ์ใหม่ที่เพิ่งถูกเลื่อนมาตรงหน้า ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้ชายที่ยืนกอดอกตีสีหน้าเย็นชาอยู่ตรงข้าม
"คุณกำลังเล่นตลกอะไรของคุณคะ คิมหันต์"
น้ำเสียงของรันนารีเรียաբเรื่อย ทว่าแฝงความเฉียบคมเอาไว้ทุกอณู ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาดีไซน์เฉี่ยวจ้องมองซีอีโอหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลแห่งอาณาจักรคิมนต์กรุ๊ปอย่างไม่เกรงกลัว แม้ว่าอีกฝ่ายจะสูงโปร่งและแผ่รังสีความกดดันออกมาเสียจนห้องชุดเพนต์เฮาส์สุดหรูดูแคบลงไปถนัดตา
"ผมไม่ได้เล่นตลก และทุกอย่างในสัญญานี้ก็ผ่านการไตร่ตรองมาอย่างดีแล้ว" คิรากรตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ใบหน้าหล่อเหลาไร้รอยยิ้ม ดวงตาคมกริบกวาดมองร่างบางในชุดเสื้อเชิร์ตสีขาวกับกางเกงสแลคเข้ารูปที่ดูคล่องตัว "ในเมื่อเราแต่งงานกันในนามเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ และคุณต้องย้ายมาอยู่ที่นี่ตามข้อตกลง... กฎการอยู่ร่วมกันก็ต้องชัดเจน"
รันนารีแค่นหัวเราะในลำคอ เธอก้มลงอ่านข้อความที่ถูกเติมเข้ามาด้วยลายมือหมึกซึมสีดำอย่างถือวิสาสะ
*ข้อ 5.1 ห้ามล้ำเส้นเข้ามาในเขตห้องนอนใหญ่ฝั่งทิศตะวันออกเด็ดขาด*
*ข้อ 5.2 พื้นที่ส่วนกลางยกเว้นห้องครัวและห้องนั่งเล่น ต้องได้รับการอนุญาตก่อนใช้งาน*
*ข้อ 5.3 ห้ามนำสิ่งของส่วนตัวหรือกลิ่นอับชื้นใดๆ มาปะปนในพื้นที่ของผม*
"นี่มันไม่ใช่สัญญาแต่งงานแล้วค่ะคุณคิมหันต์ มันคือสัญญาทาสชัดๆ!" รันนารีปัดแฟ้มเอกสารนั้นออกห่างตัวอย่างหมดความอดทน เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้ส่วนสูงจะน้อยกว่าเขาอยู่หลายช่วงตัว แต่รัศมีออร่าความมั่นใจไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเลยสักนิด "ฉันเป็นสถาปนิกนะคะ ไม่ใช่นักโทษประหารที่จะต้องมาถูกตีตารางอาณาเขตเหมือนในเรือนจำแบบนี้"
"ถ้าไม่อยากเป็นนักโทษ คุณก็ควรหัดอ่านหนังสือให้ละเอียดก่อนจะเซ็นชื่อลงไปตั้งแต่แรก" คิรากรก้าวเข้าไปประชิดตัวทีละน้อย กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นอายความเย็นชาเฉพาะตัวโชยเข้าแตะจมูกจนรันนารีต้องผถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยอัตโนมัติ "นี่คือคอนโดของผม เงินเดือนที่คุณจะได้จากโปรเจกต์นี้ก็มาจากกระเป๋าผม บ้านหลังนี้ทุกตารางเมตรเป็นกรรมสิทธิ์ของผม... เพราะฉะนั้น กฎก็คือผม"
"คุณมัน..." รันนารีกัดริมฝีปากแน่นด้วยความเจ็บใจ ปากคอเราะร้ายแบบนี้สินะที่ทำเอาสาวๆ ในสังคมไฮโซต่างพากันกุมขมับ แต่สำหรับเธอ... มันน่าเอาคัตเตอร์กรีดหน้าให้หายปากดีนัก "หลงตัวเองเป็นที่สุด! คิดว่ามีเงินแล้วจะทำอะไรก็ได้งั้นเหรอคะ? ถ้ารู้ว่าต้องมาเจอผู้ชายประสาทกินเรื่องมากแบบคุณ ฉันยอมเสียค่าปรับยกเลิกสัญญาแล้วเดินออกจากที่นี่ตั้งแต่ห้านาทีแรกดีกว่า!"
คำพูดนั้นทำให้ดวงตาคมกริบของคิมหันต์ไหววูบไปชั่วขณะ กรามแกร่งขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน ความโกรธระอุขึ้นในอกไม่ใช่เพราะถูกต่อว่า แต่เป็นเพราะคำว่า 'อยากเดินออกจากที่นี่' ต่างหากที่มันบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของคนฟอร์มจัด
มือหนาเอื้อมคว้าข้อมือเรียวเล็กเอาไว้ทันทีที่ร่างบางหมุนตัวเตรียมจะเดินไปหยิบกระเป๋าเป้ใบเก่ง แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนถึงขั้นเจ็บ แต่กักขังไม่ให้เธอหนีไปไหนได้
"ปล่อยนะคะ!" รันนารีสะบัดข้อมือหนี แต่ยิ่งดึงก็เหมือนยิ่งเข้าทางเมื่อร่างของเธอถูกดึงเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างโดยไม่ทันตั้งตัว ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนหัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ
"จะไปไหนล่ะครับ หืม?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยชิดริมหู น้ำเสียงนั้นเปลี่ยนเป็นความเย้าแหย่แกแกมเอาชนะอย่างรวดเร็ว "ไหนว่าจะพิสูจน์ให้เห็นไงว่าสถาปนิกมือหนึ่งอย่างคุณบริหารจัดการพื้นที่เก่งนัก... แค่จัดการแบ่งเขตห้องนอนกับสามีตัวเองแค่นี้ ทำเป็นปอดแหกหนีซะแล้วเหรอ?"
"ฉันไม่ได้ปอดแหก!" รันนารีเงยหน้าเถียงกลับทันควัน ดวงตากลมโตโกรธขึงจนแก้มเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความฮึดฮัด "แต่ฉันรังเกียจคนไม่มีมารยาทต่างหาก ปล่อยมือเดี๋ยวนี้เลยนะคิมหันต์!"
"ถ้าไม่ปล่อย... คุณจะทำไมล่ะ?" คิมหันต์โน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้น แกล้งทำเป็นมองสำรวจริมฝีปากอิ่มที่กำลังเม้มเข้าหากันด้วยความขัดเคือง แววตาซึนๆ ที่ซ่อนความคลั่งรักเอาไว้ภายใต้ความกวนประสาทกำลังทำงานอย่างเต็มที่ เขากำลังสนุกที่ได้เห็นยัยตัวแสบปากเก่งคนนี้จนมุมในอ้อมแขนของเขา
รันนารีหายใจติดขัด สมองที่เคยประมวลผลแปลนอาคารได้อย่างรวดเร็วกลับว่างเปล่าลงเสียดื้อๆ เมื่อระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงแค่คืบเดียว กลิ่นกายสะอาดและไอร้อนจากตัวเขาทำให้สติของเธอเริ่มกระเจิดกระเจิง เธอรู้ดีว่าถ้าปล่อยให้สถานการณ์นี้ดำเนินต่อไป คนที่จะพ่ายแพ้ไม่ใช่ใครอื่น... แต่เป็นหัวใจของเธอเองต่างหากที่ดูท่าจะควบคุมยากขึ้นทุกที
"ฉันจะ..."
*กริ๊งงงงง!*
เสียงกริ่งประตูหน้าห้องดังขึ้นแทรกกลางจังหวะหัวใจที่เต้นรัวผิดจังหวะเสียก่อน รันนารีใช้จังหวะชุลมุนนั้นออกแรงผลักอกแกร่งเต็มแรงจนคิมหันต์เซถอยหลังไปสองก้าว หญิงสาวรีบจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ ใบหน้าร้อนผ่าวด้วยความเขินอายปนหงุดหงิดที่เกือบจะเสียท่าให้สามีในนามเข้าให้แล้ว
คิมหันต์สบถในลำคออย่างขัดใจ ใบหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นทันทีเมื่อถูกขัดจังหวะ ใครหน้าไหนมันกล้ามากดกริ่งเวลานี้วะ!
ร่างสูงเดินกระแทกส้นเท้าไปที่ประตูหน้าด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะกระชากเปิดออกด้วยใบหน้าถมึงทึงหวังจะไล่ตะเพิดแขกไม่ได้รับเชิญให้พ้นทาง
แต่ทว่า... ภาพของชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งในชุดสูทสากลเนี้ยบกริบ พร้อมกับช่อดอกไม้ช่อใหญ่ในมือ และรอยยิ้มพราวเสน่ห์ที่ส่งตรงมาให้คนที่ยืนอยู่ด้านหลังเขา กลับทำให้ดวงตาของซีอีโอหนุ่มวาวโรจน์ขึ้นด้วยเพลิงโทสะและอาการหึงหวงที่พุ่งทะยานจนฉุดไม่อยู่
"สวัสดีครับคุณรัน พอดีผมผ่านมารับแถวนี้ เลยแวะเอาชานมร้านโปรดมาฝาก... เอ๊ะ หรือว่าผมมารบกวนเวลาส่วนตัวของคุณกับคุณสามีหรือเปล่าครับเนี่ย?"
ภาคินเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าสายตาที่มองข้ามไหล่คิมหันต์ไปหารันนารีกลับเต็มไปด้วยความท้าทาย
คิมหันต์แค่นยิ้มมุมปาก ดวงตาคมกริบหรี่ลงอันตราย มือหนากำหมัดแน่นข้างลำตัวเมื่อตระหนักได้ว่า... สงครามประสาทในเรือนหอแห่งนี้ เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริงแล้ว!
***
*ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาร่วมวงความแซ่บและลุ้นไปกับความปากแข็งของพ่อคุณคิมหันต์กับยัยตัวแสบของเรานะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!* - **กลิ่นลิลลี่สีขาว**
ดีลลับฉบับยัยตัวแสบ•ตอนที่ 2
ย้ายเข้าเรือนหอ (ที่ไม่น่าอยู่)
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับยัยตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!