“ถ้าทักษะการใช้ชีวิตของคุณคิมหันต์มันติดลบขนาดนี้ แนะนำว่าจ้างแม่บ้านฟิลิปปินส์เถอะค่ะ จะได้ไม่ต้องมานั่งทำหน้าเครียดหน้าเตาแก๊สจนคิ้วขมวดเป็นปมขนาดนั้น”
เสียงหวานใสที่เจือความเย้าแหย่อย่างจงใจดังขึ้นกลางห้องครัวสไตล์โมเดิร์นคุมโทนสีเทาดำ รันนารีพิงสะโพกกับเคาน์เตอร์หินอ่อน มือเรียวกอดอกมองผู้ชายร่างสูงในชุดสูทเนื้อดีที่กำลังยืนจ้องมองกล่องบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในมือด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ราวกับมันเป็นเอกสารสัญญาธุรกิจมูลค่าพันล้านที่กำลังจะล่มสลาย
คิรากรเงยหน้าขึ้นจากกล่องบะหมี่ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายฉายแววหงุดหงิดระคนไว้ฟอร์มจัด ดวงตาสมาร์ทคมกริบกวาดตามองภรรยาในนามตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาประเมิน “รันนารี คุณช่วยหุบปากแล้วออกไปนั่งรอเงียบๆ ที่โซฟาจะดีกว่าไหมคะ ก่อนที่ผมจะหมดความอดทนกับความปากดีของคุณ”
“อ้าว พูดแบบนี้ก็ไม่สวยสิคะคุณสามี” รันก้าวเท้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด แววตาดื้อรั้นเป็นประกายวิบวับอย่างคนไม่เคยกลัวเกรง “ฉันแค่หวังดีกลัวว่าห้องครัวราคาเจ็ดหลักของคุณจะระเบิด เพราะซีอีโอผู้ยิ่งใหญ่พยายามต้มไข่ให้สุกโดยไม่ยอมแกะเปลือกต่างหากล่ะคะ”
“ผมเป็นนักธุรกิจร้อยล้านพันล้าน เรื่องแค่นี้ทำไมผมจะทำไม่ได้” คิมหันต์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะกระฟัดกระเฟียดเล็กน้อยอย่างคนเสียฟอร์ม เขาเม้มปากเป็นเส้นตรงเมื่อถูกจับไต๋ได้ว่ากำลังยืนงงกับวิธีการเปิดเตาแม่เหล็กไฟฟ้าอยู่จริงๆ
“ค่ะ พ่อคนเก่ง พ่อคนโปรไฟล์เลิศหรู” รันหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างหมั่นไส้ เธอขยับเข้าไปเบียดชิดร่างสูงจนไหล่ชนกัน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสานกับกลิ่นอายความเยือกเย็นที่เป็นเอกลักษณ์ของเขาลอยเข้าแตะจมูกจนหัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่ง แต่หญิงสาวก็รีบเก็บอาการซ่อนความหวั่นไหวไว้ภายใต้รอยยิ้มเย้าแหย่ “หลบไปค่ะ เดี๋ยวฉันจะทำให้ดูว่าคนทำอาหารเป็นกับคนทำอาหารไม่เป็น... เขาต่างกันตรงไหน”
คิมหันต์ไม่ได้ขยับหนີ เขากลับยิ่งลดระยะห่างลงด้วยการใช้ท่อนแขนแกร่งยันเคาน์เตอร์กักตัวเธอไว้ตรงกลาง ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตอย่างต้องการกดดัน “ปากเก่งนักนะรันนารี ระวังตัวไว้เถอะ... ถ้าทำไม่อร่อยอย่างที่คุย ผมจะลงโทษคุณด้วยวิธีที่ไม่อินซอยด์แน่ๆ”
รันชะงักไปเล็กน้อยกับประโยคกำกวมและระยะห่างที่ใกล้จนเกินงาม ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปัดผ่านแก้มทำให้ผิวเนื้อบริเวณนั้นร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ แต่มีหรือที่คนอย่างรันนารีจะยอมเสียฟอร์มให้เขาง่ายๆ หญิงสาวเชิดหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ ไม่หลบเลี่ยง
“เชิญลงโทษตามสบายเลยค่ะคุณคิมหันต์ แต่บอกไว้ก่อนนะ... ถ้าฝีมือการทำอาหารของฉันมันมัดใจคุณได้จนถอนตัวไม่ขึ้น ถึงตอนนั้น... อย่ามาขอร้องให้ฉันทำให้กินทุกวันก็แล้วกัน”
พูดจบรันก็เอื้อมมือไปหยิบตะหลิวและวัตถุดิบตรงหน้าอย่างคล่องแคล่ว ทิ้งให้คิมหันต์ยืนมองตามด้วยสายตาซับซ้อน ปากร้ายปฏิเสธเสียงแข็ง แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นรัวแรงจนน่าโมโหทุกครั้งที่เธอต่อปากต่อคำด้วยแบบนี้
บรรยากาศในห้องครัวตึงเครียดแต่เจือความหวานล้ำอย่างประหลาด กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารเริ่มโชยตีจมูก รันขยับตัวทำอาหารอย่างทะมัดทะแมงโดยมีสายตาคมกริบของซีอีโอหนุ่มคอยจับจ้องมองทุกอิริยาบถ คิมหันต์ยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นทีละน้อยโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่า สายตาที่เขามองเธอมันเต็มไปด้วยความคลั่งรักและเอ็นดูมากแค่ไหน
ทว่า... ช่วงเวลาแห่งความสงบสุขและบรรยากาศชวนจิ้นกำลังจะดำเนินต่อไป กลับต้องสะดุดลงเมื่อเสียงกริ่งหน้าห้องชุดเพนท์เฮาส์หรูดังขึ้นอย่างกะทันหัน
*ติ๊ง... ต่อง!*
ทั้งคู่หันไปมองหน้าประตูพร้อมกัน รันขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย ส่วนคิมหันต์ใบหน้าหล่อเหลากลับตึงเครียดขึ้นมาทันทีเมื่อนึกขึ้นได้ว่าใครคือผู้มาเยือนยามวิกาลแบบนี้
รันกำลังจะเดินไปเปิดประตู แต่คิมหันต์กลับคว้าข้อมือเธอไว้แน่น ดวงตาคมกริบฉายแววหวงแหนและหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด “ไม่ต้องไป... เดี๋ยวผมจัดการเอง”
เขาก้าวเท้ายาวๆ ไปที่ประตูกระจกนิรภัยแล้วผลักเปิดออก ปรากฏร่างสูงโปรดของ ‘ภาคิน’ หนุ่มหล่อโปรไฟล์ดีคู่แข่งทางธุรกิจที่ตามตื้อรันไม่เลิก ยืนส่งยิ้มพราวเสน่ห์มาให้พร้อมกับช่อดอกไม้ช่อใหญ่ในมือ
“สวัสดีครับคุณคิมหันต์ ผมผ่านมาแถวนี้เลยแวะเอาเอกสารโปรเจกต์สำคัญมาให้คุณรันนารีน่ะครับ หวังว่าผมคงไม่มารบกวนเวลากินมื้อค่ำของคุณสองคนหรอกนะ” ภาคินพูดด้วยน้ำเสียงกวนประสาทที่จงใจเน้นย้ำคำว่า ‘เวลากินมื้อค่ำของคุณสองคน’ อย่างท้าทาย
คิมหันต์แค่นIเสียงหึในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงทันที รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากตัวซีอีโอหนุ่มจนน่ากลัว
“ดึกดื่นค่ำคืนแบบนี้ แฟนชาวบ้านเขาจะทำอะไรกัน มันไม่ใช่ธุระกงการอะไรที่คุณจะต้องมาใส่ใจนะฃคุณภาคิน” คิมหันต์กดเสียงต่ำลอดไรฟัน สายตาดุดันจ้องมองช่อดอกไม้ในมืออีกฝ่ายราวกับอยากจะขยี้มันให้แหลกคาตา
รันที่เดินตามมาสมทบเบิกตากว้างเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าใครมาเยือน เธอกำลังจะอ้าปากปฏิเสธและไล่ภาคินกลับไป แต่คิมหันต์กลับทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด...
ร่างสูงตัดสินใจดึงเอวบางของรันเข้ามาชิดติดลำตัวอย่างรวดเร็ว พร้อมกับก้มลงกดจูบลงบนขมับอิ่มของเธอต่อหน้าต่อตาภาคินอย่างอุกอาจ!
รันสะดุ้งสุดตัว ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ ใบหน้าเห่อร้อนขึ้นสีแดงจัดจนลามไปถึงใบหู สมองขาวโพลนไปหมดกับสัมผัสวาบหวามที่เขาจงใจแสดงความเป็นเจ้าของแบบไร้ทางหนี
คิมหันต์เหลือบสายตากลับไปมองภาคินที่หน้าถอดสีลงถนัดตา มุมปากหยักเหยียดยิ้มเย็นเยือกอย่างผู้ชนะ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำเอาคนฟังแทบคลั่ง
“เห็นแล้วใช่ไหมคะคุณภาคิน ว่าภรรยาผมเขามีคนดูแลดีอยู่แล้ว... เชิญกลับไปได้แล้วค่ะ เพราะพวกเรา ‘กำลังจะไปต่อกันบนเตียง’ พอดี”
*ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาจิกหมอนและลุ้นไปกับความหึงหน้ามืดของพ่อคุณคิมหันต์กับยัยตัวแสบของเรานะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!* - **กลิ่นลิลลี่สีขาว**
ดีลลับฉบับยัยตัวแสบ•ตอนที่ 3
ปากร้ายให้สุดแล้วหยุดที่เธอ
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับยัยตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!