“ถ้าคุณยังก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ฉันจะถือว่าคุณรุกล้ำอาณาเขตส่วนตัว และเราคงต้องคุยกันยาวเรื่องมารยาททางธุรกิจนะคะ คุณคิรากร”
เสียงหวานใสติดจะรำคาญใจเล็กน้อยดังขึ้นทันทีที่แผ่นหลังบางชนเข้ากับชั้นวางหนังสือไม้สักทองในห้องทำงานส่วนตัว รันนารีเชิดหน้าขึ้นสู้สายตาคมกริบของสามีในนามที่ตอนนี้จงใจใช้ความสูงและไหล่กว้างกักตัวเธอไว้ระหว่างแขนทั้งสองข้าง กลิ่นอายความเป็นผู้ชายและความเย่อหยิ่งอันเป็นเอกลักษณ์ของคิมหันต์กำลังโอบล้อมเธอไว้จนพื้นที่อากาศรอบตัวแทบจะหมดลง
ให้ตายเถอะ ผู้ชายคนนี้อันตรายต่อจังหวะการเต้นของหัวใจเกินไปแล้ว
“มารยาททางธุรกิจเหรอครับรัน… แต่ที่เรากำลังคุยกันอยู่ตอนนี้ มันคือเรื่อง ‘สามีภรรยา’ ต่างหากล่ะ” คิมหันต์โน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะแตะกัน ดวงตาคมดุพราวระยับด้วยความท้าทาย ปากหยักสวยยกยิ้มมุมปากในแบบที่รันนารีอยากจะยกแฟ้มเอกสารฟาดหน้าหล่อๆ นั้นสักทีสองทีให้หายหมั่นไส้
“สามีภรรยาในนามค่ะ กรุณาจำขอบเขตนั้นให้ขึ้นใจด้วยนะคะ” รันนารีสวนกลับทันควัน มือเรียวเล็กพยายามดันแผงอกกว้างออกห่าง แต่มีหรือที่ซีอีโอหนุ่มผู้เอาแต่ใจจะขยับ เขากลับยิ่งก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวมากขึ้นจนเนื้อแนบเนื้อ
จังหวะนั้นเอง... ปลายส้นสูงทรงสวยของรันนารีเกิดสะดุดเข้ากับพรมขนสัตว์หนานุ่มใต้ฝ่าเท้าเข้าอย่างจัง!
“อุ๊ย!”
อุบัติเหตุเกิดขึ้นเร็วกว่าความคิด ร่างเพรียวบางเซถลาล้มลงไปข้างหลังตามแรงโน้มถ่วง ทว่าคิมหันต์ไวกว่า เขาคว้าเอวคอดกิ่วของเธอไว้ได้ทันท่วงที พร้อมกับดึงเข้าหาตัวอย่างแรงจนร่างทั้งร่างปะทะเข้ากับอกแกร่งเต็มรัก แรงกระแทกนั้นทำให้ลมหายใจของทั้งคู่สะดุดกึก โลกทั้งใบคล้ายหยุดหมุนไปชั่วขณะ
รันนารีหลับตาปี๋ด้วยความตกใจ มือทั้งสองข้างกำเสื้อสูทราคาแพงของเขาไว้แน่นจนยับยู่ยี่ ส่วนคิมหันต์เองก็ชะงักไปชั่ววินาทีเมื่อความนุ่มหยุ่นและกลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวหญิงสาวพุ่งเข้าปะทะประสาทสัมผัสเต็มๆ
ไอร้อนจากฝ่ามือหนาที่โอบกระชับรอบเอวบางส่งผ่านเนื้อผ้าเข้ามาจนผิวเผือดร้อน หัวใจดวงน้อยของสถาปนิกสาวเต้นรัวโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินมันเข้า ส่วนคิมหันต์... ดวงตาคมกริบที่เคยเยือกเย็น กลับไหวระริกด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เจ้าตัวก็ไม่อาจนิยามได้ในเสี้ยววินาทีนั้น
ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วห้องทำงาน มีเพียงเสียงลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดกันไปมาใกล้ๆ
“...ปล่อยได้แล้วมั้งคะ” รันนารีเป็นฝ่ายได้สติก่อน เธอกระซิบเสียงลอดไรฟัน พยายามบังคับน้ำเสียงไม่ให้สั่นพร่าขณะลืมตาขึ้นสบกับดวงตาคู่คมที่มองต่ำลงมาสำรวจริมฝีปากเธอพอดี
“ถ้าผมบอกว่าไม่อยากปล่อยล่ะ” คิมหันต์ตอบเสียงทุ้มต่ำพร่าเลือน น้ำเสียงนั้นแหบพร่าจนน่ากลัว ดวงตาคมกริบพราวระยับด้วยประกายความรู้สึกบางอย่างที่รันนารีไม่กล้าแม้แต่จะแปลความหมาย มันทั้งดุดันและร้อนแรงในเวลาเดียวกัน
“คุณคิมหันต์! อย่ามาเล่นมุกนี้นะคะ มันไม่ตลกเลยสักนิด” รันนารีเชิดหน้าขึ้นกลบเกลื่อนความวูบไหวในอก ทั้งที่แก้ว C ยวงใจตอนนี้กำลังประท้วงเสียงดังว่าเธอแพ้ทางผู้ชายคนนี้ราบคาบ
“ใครบอกว่าผมล้อเล่น” คิมหันต์กระชับวงแขนให้แน่นขึ้นอีกนิดโดยไม่ยอมปล่อยให้เธอเป็นอิสระ “แล้วก็เลิกเรียกผมห่างเหินแบบนั้นสักที เราแต่งงานกันมาจะเดือนหนึ่งแล้วนะรัน”
“ก็เราตกลงกันไว้แล้วนี่คะ ว่ามันเป็นแค่... อื้อ!”
คำพูดทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อคิมหันต์ก้มลงมาปิดริมฝีปากอิ่มด้วยความเร็วที่เธอตั้งตัวไม่ติด มันไม่ใช่การจูบที่รุนแรง แต่เป็นการบด
คลอเคลียที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้นและเรียกร้อง รันนารีเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง สมองขาวโพลนไปหมด เธอพยายามจะทุบอกเขาแต่เรียวแรงทั้งหมดกลับถูกสูบหายไปกับสัมผัสวาบหวามที่ค่อยๆ แทรกซึมเข้ามาในความรู้สึก
ความหอมหวานและกลิ่นอายเฉพาะตัวของเธอกำลังทำให้สติที่ควบคุมตัวเองมานานนับเดือนของคิมหันต์ขาดผึ่ง เขาไม่สนกฎเกณฑ์อะไรทั้งนั้นในวินาทีนี้ รู้แค่เพียงว่าริมฝีปากคู่นี้เป็นของเขา... และเขาไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาแตะต้องมันเด็ดขาด
โดยเฉพาะไอ้ภาคิน หนุ่มหล่อโปรไฟล์ดีที่เพิ่งเข้ามาขายขนมจีบภรรยาในนามของเขาเมื่อตอนบ่าย!
พอนึกถึงรอยยิ้มกรุ้มกริ่มและสายตาแพรวพราวของภาคินตอนที่ส่งนามบัตรให้รันนารี ความหึงหวงบ้าคลั่งก็พุ่งทะยานขึ้นมาจุกอกจนคิมหันต์ต้องเพิ่มความหนักหน่วงในการครอบครองริมฝีปากนุ่มยิ่งขึ้นไปอีก เป็นการประกาศความเป็นเจ้าของทางอ้อมที่คนเอาแต่ใจอย่างเขาทำได้ดีที่สุด
รันนารีที่ตอนแรกตั้งท่าจะต่อต้าน ค่อยๆ อ่อนระทวยลงทีละน้อย ความรู้สึกต่อต้านถูกแทนที่ด้วยความหวามไหวที่ตีรวนขึ้นมาในอก มือเรียวที่เคยทุบอกเขาเปลี่ยนเป็นกำปกเสื้อสูทของเขาแน่นขึ้นเพื่อยึดเหนี่ยวร่างตัวเองไม่ให้ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น เคมีที่ดึงดูดกันอย่างรุนแรงทำให้ห้องทำงานกว้างขวางแคบลงถนัดตา
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดต่อกันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำลายบรรยากาศสีชมพูที่กำลังอบอวลไปด้วยความร้อนรุ่มลงในเสี้ยววินาที
“พี่รันคะ! มีเรื่องด่วนค่ะ! ไอ้วิชาร่างแบบโครงสร้างใหม่พังไม่เป็นท่าแล้ว... อุ๊ย!”
เสียงใสปนตื่นตระหนกของมีนตราเพื่อนสนิทตัวแสบดังทะลุประตูเข้ามา ก่อนที่บานประตูห้องทำงานจะเปิดผงะออกโดยที่เจ้าตัวยังไม่ทันได้ฟังเสียงอนุญาตจากคนข้างใน
คิมหันต์ผละริมฝีปากออกจากรันนารีอย่างเสียดาย ดวงตาคมดุหรี่ลงด้วยความขัดเคืองที่ถูกขัดจังหวะสำคัญ ส่วนรันนารีหน้าแดงแจ๋ รีบผลักอกสามีออกแล้วกระโดดหนีไปยืนอีกมุมหนึ่งของห้องราวกับเด็กทำความผิด
มีนตราอ้าปากค้าง ตาโตเท่าไข่ห่าน มองสลับระหว่างสภาพผมเผ้ากระเซิงเล็กน้อยกับริมฝีปากเจ่อบวมของเพื่อนสาว และใบหน้าบึ้งตึงที่พยายามเก็บอาการของซีอีโอหนุ่ม
“เอ่อ... ดิฉัน... ฉันเข้ามาผิดจังหวะใช่ไหมคะเนี่ย?” มีนตราทำหน้าเลิกลั่ก หัวเราะแห้งๆ ออกมาเบาๆ ก่อนจะก้าวถอยหลังเตรียมปิดประตูหนี
“รู้ตัวก็ดีค่ะ” คิมหันต์เอ่ยเสียงลอดไรฟันด้วยความหงุดหงิดเต็มประดา ดวงตาคมกราบกรานมองเพื่อนสนิทของภรรยาอย่างคาดโทษที่กล้ามาขัดจังหวะเวลาสวีท
แต่ก่อนที่รันนารีจะได้เอ่ยปากแก้ตัวอะไร เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของคิมหันต์ก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ
ซีอีโอหนุ่มขมวดคิ้วด้วยความรำคาญ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ ก่อนชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นชื่อของปลายสายที่โทรเข้ามาในยามวิกาลเช่นนี้
รันนารีแอบมองท่าทีของสามี ปฏิกิริยาชะงักงันและสีหน้าเคร่งขรึมลงถนัดตาของคิมหันต์ทำให้หัวใจเธอกระตุกวูบอย่างแปลกประหลาด
คิมหันต์กดรับสาย นิ่งฟังเสียงปลายสายอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบเย็นที่ทำให้บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกขึ้นมาทันที
“ว่าไงนะ... คุณย่าเป็นอะไรนะคะ?”
---
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาจิกหมอนและลุ้นไปกับความหึงหน้ามืดของพ่อคุณคิมหันต์กับยัยตัวแสบของเรานะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ! - **กลิ่นลิลลี่สีขาว**
ดีลลับฉบับยัยตัวแสบ•ตอนที่ 4
กฎข้อที่สี่ที่ไม่ได้เขียนไว้
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับยัยตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!