"ถ้าคุณคิดว่าการแต่งงานครั้งนี้ มันคือการซื้อขายเบ็ดเสร็จเด็ดขาดล่ะก็... กรุณาคิดใหม่ค่ะคุณคิรากร"
เสียงหวานใสแต่เฉียบคมราายใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงานสุดหรูบนชั้นสี่สิบของตึกระฟ้าใจกลางเมือง รันนารี (รัน) สถาปนิกสาวผู้ขึ้นชื่อเรื่องความหัวรั้นและไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ยืนกอดอกมองร่างสูงโปรดของ CEO หนุ่มที่กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะทำงานราคาแพงลิบลิ่ว แววตาของเธอไม่มีความหวาดกลัว เจือไว้ด้วยความท้าทายและคราบน้ำตาที่เพิ่งถูกเจ้าตัวปัดทิ้งอย่างไม่ใส่ใจเมื่อไม่กี่นาาทีก่อน
คิมหันต์ หรือ คิรากร หรี่ตามองหญิงสาวตรงหน้า รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักสวย ใบหน้าหล่อเหลาคมคายราวกับหลุดออกมาจากนิตยสารแฟชั่นฉบับดังฉายแววเยาะหยันเล็กน้อย แต่ทว่า... ใครจะรู้ว่าภายใต้ท่าทีเยือกเย็นราวกับน้ำแข็งขั้วโลกนั้น หัวใจของเขากลับกำลังเต้นผิดจังหวะตั้งแต่เห็นหยดน้ำตาใสๆ บนแก้มเนียนนุ่มเมื่อครู่แล้ว
"แล้วคุณคิดว่าสถานะ 'ภรรยาในนาม' ของคุณ มีค่าพอกับการที่ผมต้องควักเงินแปดหลักไปพยุงบริษัทสถาปนิกใกล้เจ๊งของคุณหรือไงครับ... อ้อ ขอโทษที ดิฉันลืมตัวไปหน่อยว่าเรากำลังพูดถึง 'ดีลธุรกิจ' ไม่ใช่การกุศล" คิมหันต์จงใจเน้นเสียงประชดประชัน ปากร้ายกาจสมกับฉายาที่คนในวงการซุบซิบกันลับๆ
รันนารีสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์โกรธที่กำลังพุ่งปรี๊ด มือเรียวบางภายใต้เสื้อสูทเข้ารูปกำแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ถ้าไม่ใช่เพราะบริษัท 'สถาปนิกไทยานันท์' หยาดเหงื่อแรงกายของพ่อเธอและเธอร่วมกันสร้างมาตั้งแต่เธอยังเด็กกำลังจะล่มสลายเพราะพิษเศรษฐกิจและการกลั่นแกล้งทางธุรกิจ มีหรือที่คนอย่างรันนารีจะยอมเอาศักดิ์ศรีทั้งชีวิตมาผูกติดไว้กับผู้ชายปากเสียอย่างคิมหันต์
"ถ้าคิดว่ามันแพงเกินไป คุณก็ฉีกสัญญานี่ทิ้งแล้วปล่อยให้บริษัทฉันล้มละลายไปเลยสิคะ! จะมานั่งรอให้ฉันเซ็นอยู่ทำไม" รันตอกกลับเสียงดังฟังชัด ก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานแล้วกระแทกฝ่ามือลงบนพื้นผิวไม้มะฮอกกานีชั้นดีจนเกิดเสียงดังสนั่น
คิมหันต์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่กำลังวาวโรจน์ด้วยความโกรธ รันนารีในยามนี้ช่างดูดุดันและมีเสน่ห์เหลือเกินในสายตาของเขา ผู้หญิงส่วนใหญ่ที่เข้าหาเขาต่างอ่อนข้อ ยอมจำนน หรือไม่ก็พยายามเอาอกเอาใจ แต่ผู้หญิงตรงหน้า... กลับทำให้อยากเอาชนะ อยากขยี้ความพยศนั้นให้แหลกคามือ แล้วค่อยดึงเข้ามาโอบกอดไว้คนเดียว
ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวหญิงสาวอย่างรวดเร็วจนรันต้องผถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยอัตโนมัติ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นอายบุหรี่จางๆ และความเย้ายวนเฉพาะตัวโชยเข้าแตะจมูก ทำให้หัวใจดวงน้อยที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติเริ่มรัวเร็วกว่าเดิม
"ปากเก่งดีนี่รันนารี..." คิมหันต์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนหน้าผากเกือบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้มเนียน "แต่ก่อนจะเซ็น... เรามาตกลง 'กฎเหล็ก' ระหว่างเรากันก่อนดีกว่า ไม่อย่างนั้นชีวิตแต่งงานหนึ่งปีเต็มของคุณกับผมคงไม่พ้นการหย่าร้างก่อนครบกำหนด"
รันนารีกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อใบหน้าหล่อเหลานั้นเข้ามาใกล้ในระยะประชิด เธอเบือนหน้าหนีเล็กน้อยเพื่อซ่อนความหวั่นไหวที่จู่ๆ ก็ตีตื้นขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย "ว่ามาค่ะ กฎงี่เง่าอะไรของคุณอีก"
"ข้อแรก..." คิมหันต์ยกนิ้วชี้ขึ้นมาตรงหน้าเธอ "ต่อหน้าสื่อ ครอบครัว และคนนอก เราคือสามีภรรยาที่รักกันปานจะกลืนกิน ห้ามทำหน้าบูดบึ้งใส่ผมเด็ดขาด"
รันหันขวับกลับมามองค้อนทันที "ฝันไปเถอะค่ะ แค่ต้องยืนข้างคุณฉันก็แทบจะกลั้นหายใจตายอยู่แล้ว!"
"ข้อสอง..." ชายหนุ่มทำเป็นหูทวนลม ชูนิ้วที่สองขึ้นมา "ห้ามยุ่มย่ามเรื่องส่วนตัวของกันและกัน ต่างคนต่างอยู่ แยกห้องนอน และห้ามก้าวก่ายพื้นที่ส่วนตัวเด็ดขาด"
รันนารีพยักหน้ารัวๆ อย่างเห็นด้วย "ข้อนี้โดนใจที่สุดค่ะ ฉันก็ไม่อยากเข้าใกล้คุณเหมือนกันแหละ"
"และข้อสาม..." คิมหันต์เว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาคมปลาบกวาดมองริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อที่กำลังขยับเถียงเขาแจ้วๆ ก่อนจะโน้มกระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่ชวนให้ขนลุกซู่ "ห้าม... ห้ามตกหลุมรักผมเด็ดขาด... เพราะไม่ว่ายังไง คุณก็ไม่มีทางชนะใจผมได้หรอก"
คำพูดนั้นทำเอารันนารีชะงักค้าง ราวกับถูกกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ วิ่งผ่านไขสันหลัง ความโกรธที่เคยคุกรุ่นเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความหมั่นไส้จนแทบอยากจะยกเท้าขึ้นมาถีบยอดอกสามีในนามคนนี้จริงๆ ให้ตายเถอะ ผู้ชายอะไรจะหลงตัวเองได้เบอร์นี้!
"มั่นหน้าเกินไปแล้วนะคะคุณคิมหันต์! ต่อให้ผู้ชายทั้งโลกสูญพันธุ์ เหลือคุณเป็นผู้ชายคนสุดท้ายบนดาวดวงนี้ ฉันก็ไม่มีวันเอาคุณทำสามีจริงๆ หรอกค่ะ!" รันกระแทกเสียงใส่หน้าเขาอย่างเหลืออด มือเรียวคว้าปากกาบนโต๊ะมาเซ็นชื่อลงในสัญญาหน้าสุดท้ายอย่างรวดเร็วจนกระดาษแทบขาด "พอใจหรือยังคะท่าน CEO!"
คิมหันต์ก้มมองลายเซ็นหวัดๆ แต่ทรงพลังนั้น รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากอย่างผู้กำชัยชนะ เขายื่นมือหนาออกไปหยิบเอกสารขึ้นมาพลิกดู ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับภรรยาป้ายแดงที่กำลังหายใจฮึดฮัดด้วยความโมโห
"ยินดีต้อนรับเข้าสู่ตระกูลคิรากรครับ... คุณภรรยา"
ติ๊ง! เสียงลิฟต์ส่วนตัวที่ด้านหลังห้องทำงานดังขึ้นขัดจังหวะการปะทะคารม ทั้งคู่หันไปมองพร้อมกันโดยสัญชาตญาณ ประตูโลหะสีเงินเปิดออกเผยให้เห็นร่างสูงโปรดของชายหนุ่มในชุดสูทเนี๊ยบ ใบหน้าหล่อเหลาคุ้นตาที่รันจำได้ทันทีว่าเป็น 'ภาคิน' นักธุรกิจหนุ่มคู่แข่งคนสำคัญของคิมหันต์ และเป็นคนที่ตามจีบเธอมานานนับปี
"อ้าว รัน... อยู่นี่จริงๆ ด้วย ผมโทรหาคุณตั้งนานทำไมไม่รับสายครับ?" ภาคินส่งยิ้มพราวเสน่ห์ให้รันนารีทันทีที่ก้าวพ้นประตูลิฟต์ แต่สายตากลับเหลือบมองคิมหันต์ที่ยืนโอบล้อมรันอยู่ด้วยความสนอกสนใจ "สวัสดีครับคุณคิมหันต์ ไม่คิดว่าจะได้เจอคุณกับ... 'ว่าที่คู่หมั้น' เอ๊ย หรือว่าภรรยาเก่าของผม เอ๊ย ภรรยาของคุณกันแน่นะครับเนี่ย"
บรรยากาศในห้องทำงานที่คุกรุ่นอยู่แล้ว กลับพุ่งทะยานสู่จุดเดือดในเสี้ยววินาที คิมหันต์หุบยิ้มฉับพลัน รังสีความเย็นชาและอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงทันที มือหนาที่ถือแฟ้มสัญญาอยู่ข้างลำตัวบีบเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นสีนิลดุร้ายราวกับพยัคฆ์หวงก้าง
รันนารีเบิกตากว้างเมื่อเห็นท่าทีคุกรุ่นของสามีในนาม เธอรู้ทันทีว่าพายุลูกใหญ่กำลังจะซัดถล่มห้องทำงานนี้ในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า และกฎข้อแรกที่เพิ่งตกลงกันไป... กำลังจะถูกทดสอบอย่างรวดเร็วเกินคาด!
----------------------------------------
*ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาร่วมวงความแซ่บและลุ้นไปกับความปากแข็งของพ่อคุณคิมหันต์กับยัยตัวแสบของเรานะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!* - **กลิ่นลิลลี่สีขาว**
ดีลลับฉบับยัยตัวแสบ•ตอนที่ 1
ดีลลับฉบับเร่งด่วน
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับยัยตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!