ดีลลับฉบับยัยตัวแสบ•ตอนที่ 8

ไข้หวัดกับคนฟอร์มจัด

ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
"บอกแล้วไงว่าฉันไม่ได้เป็นอะไร... แค่เวียนหัวนิดหน่อยน่า คุณจะทำหน้าเหมือนฉันกำลังจะตายไปถึงไหน" น้ำเสียงของรันนารีแหบพร่าจนแทบจะเป็นเสียงกระซิบ แต่ความอวดดีในประโยคนั้นยังคงอยู่ครบถ้วน แม้ว่าร่างบางจะกำลังนอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนาบนเตียงคิงไซส์ ใบหน้าที่เคยระเรื่อด้วยเครื่องสำอางบัดนี้ซีดเซียวจนน่าใจหาย เม็ดเหงื่อผุดพรายตามกรอบหน้าและไรผม ทั้งที่ห้องนอนเพנטเฮาส์หรูเปิดเครื่องปรับอากาศไว้ในอุณหภูมิที่ค่อนข้างเย็น คิมหันต์ยืนกอดอกมองคนป่วยที่ยังไม่ยอมลดอีโก้ด้วยใบหน้าบึ้งตึง ดวงตาคมกริบฉายแววหงุดหงิดปนกังวลที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้มาดนิ่งขรึม เขาเพิ่งกลับมาจากบริษัทแล้วพบว่าสถาปนิกสาวคนเก่งที่ปกติฝปากกล้าต่อปากต่อคำกับเขาไม่เคยหยุด นอนซมหมดสภาพอยู่บนเตียงโดยไม่มีใครดูแล เนื่องจากแม่บ้านลาหยุดและเธอก็สั่งห้ามไม่ให้มีนตราเข้ามาวุ่นวาย "ปากดีให้มันตลอดเถอะค่ะคุณรันนารี ตัวร้อนขนาดนี้ยังจะมาทำเป็นเก่ง ไข้ขึ้นสูงเกือบสามสิบเก้าองศาแต่ทำเป็นอวดดี เดี๋ยวก็ช็อกตายคาเตียงผมหรอก" คิมหันต์ก้าวเข้าไปใกล้เตียง ชายหนุ่มโยนผ้าขนหนูผืนเล็กใส่อกบางอย่างหมั่นไส้ รันสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะคว้าผ้าไว้แล้วส่งค้อนวงใหญ่ให้เขา "ถ้าฉันตายขึ้นมาจริงๆ คนแรกที่คุณควรจะกลัวคือตำรวจไม่ใช่ฉันหรอกค่ะ เพราะคุณคงโดนข้อหาปล่อยปละละเลยจนภรรยาตายในความดูแลแน่ๆ" รันยังคงกัดฟันเถียง แม้ว่าพิษไข้จะทำให้สมองเธอตื้อไปหมดจนแทบจะประคองสติไม่อยู่แล้วก็ตาม "ภรรยาในนาม... ย้ำนักทำไม กลัวผมลืมหรือไงว่าเราแต่งงานกันเพราะอะไร" คิมหันต์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงเจือความน้อยใจที่เขาเองก็ไม่อยากยอมรับ แต่เพราะท่าทางดื้อรั้นไม่ยอมก้มหัวให้ใครง่ายๆ ของเธอมันชวนให้เขาอยากเอาชนะทุกที ชายหนุ่มถอนหายใจยาวเหยียดก่อนจะทรุดตัวลงนั่งที่ขอบเตียง มือหนาเอื้อมไปแตะหน้าผากมนเพื่อวัดอุณหภูมิความร้อน รันชะงักไปชั่วขณะเมื่อสัมผัสเย็นเฉียบจากฝ่ามือของเขาปะทะเข้ากับผิวที่ร้อนผ่าว ความเงียบงันชั่วขณะโรยตัวลงในห้องนอนกว้าง มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองใบหน้าคมคายที่อยู่ใกล้แค่คืบ ในยามที่เขาไม่ต้องปั้นหน้าเย็นชาใส่ เค้าโครงหน้าหล่อเหลานี้กลับมีเสน่ห์จนใจคนมองกระตุกวูบ คิมหันต์เองก็ชะงักไปเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่สวยที่ฉ่ำน้ำเพราะพิษไข้ หัวใจในอกข้างซ้ายกระหน่ำเต้นผิดจังหวะอย่างน่ารำคาญ "ตัวร้อนจี๋เลยนี่... นอนเฉยๆ อย่าดื้อได้ไหม" น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว มือหนายอมละจากหน้าผากแต่เปลี่ยนมาจับผ้าขนหนูชุบน้ำหมาดๆ ที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงแทน รันขยับตัวหนีเล็กน้อยด้วยความเคยชินที่จะปกป้องตัวเอง "ฉันเช็ดเองได้ คุณออกไปเถอะค่ะ เดี๋ยวติดไข้จากฉันแล้วจะงานเข้า" "เงียบไปเลยรัน! ถ้าไม่อยากให้ผมต้องใช้วิธีเช็ดตัวให้แบบเนื้อแนบเนื้อเหมือนในนิยายน้ำเน่า ก็อยู่นิ่งๆ แล้วให้ผมเช็ดให้แต่โดยดี" คิมหันต์ขู่เสียงเข้ม แม้ใบหูเริ่มขึ้นสีแดงจางๆ อย่างปิดไม่มิด รันกัดริมฝีปากตัวเองที่แห้งผาก ยอมนอนนิ่งๆ ให้สามีในนามจัดการเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้อย่างเก้ๆ กังๆ ภาพ CEO หนุ่มผู้ทรงอิทธิพลและเนี๊ยบกริบในทุกกระเบียดนิ้ว กำลังถือผ้าขนหนูค่อยๆ เช็ดตามกรอบหน้า ลำคอ และท่อนแขนของเธอด้วยความเก้ๆ กังๆ มันทั้งน่าขันและชวนให้หัวใจเต้นแรงในเวลาเดียวกัน ความอบอุ่นจากปลายนิ้วที่เผลอแตะโดนผิวเนื้อทำให้รันต้องแอบสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อควบคุมสติ "มองหน้าผมขนาดนี้... หลงเสน่ห์ผมเข้าแล้วล่ะสิ" คิมหันต์เอ่ยทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงกวนประสาท เพื่อกลบเกลื่อนความประหม่าของตัวเองที่หัวใจเต้นรัวยิ่งกว่าตอนเซ็นสัญญาธุรกิจพันล้าน "หลงตัวเองที่สุดค่ะ... คนป่วยเขาไม่มีแรงมาคิดเรื่องไร้สาระแบบนั้นหรอก" รันตอบเสียงเบาหวิว เปลือกตาเริ่มหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆ พิษไข้เริ่มเล่นงานจนเธอแทบจะลืมตาไม่ขึ้น "กินยานี่ซะ ก่อนที่ไข้จะขึ้นสูงกว่านี้" คิมหันต์ประคองร่างบางให้ลุกขึ้นพิงหัวเตียงอย่างเบามือ แก้วน้ำอุ่นถูกยื่นมาจ่อที่ริมฝีปาก รันยอมอ้าปากดื่มน้ำและกลืนยาลงไปตามคำสั่งโดยไม่มีข้อแม้ เพราะตอนนี้เธอหมดฤทธิ์จริงๆ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อย คิมหันต์ก็ช่วยจัดหมอนและดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมให้ถึงอก ดวงตาคมมองสำรวจหญิงสาวที่ตอนนี้หลับตาพริ้ม ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอแสดงว่ายาเริ่มออกฤทธิ์แล้ว เขานั่งมองเธออยู่ครู่ใหญ่ นิ้วเรียวเผลอยื่นไปเกลี่ปอยผมที่ปรกลงมาบังแก้มใสแผ่วเบา โดยไม่รู้ตัวเลยว่าแววตาที่เขามองเธอนั้นเต็มไปด้วยความห่วงใยและคลั่งรักมากแค่ไหน "ยัยตัวแสบเอ๊ย... เวลาป่วยทำไมไม่ดื้อให้มันตลอดรอดฝั่งนะ" เขาพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นเพื่อเตรียมจะเดินออกจากห้อง ปล่อยให้คนป่วยได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ สองสามครั้งจากด้านนอก ตามด้วยเสียงเปิดประตูที่ทำให้คิมหันต์ต้องขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิด ใครกันกล้าบุกรุกเข้ามาในเพนท์เฮาส์ส่วนตัวของเขายามวิกาลแบบนี้ ร่างสูงหันขวับไปมองที่หน้าประตู ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นเงาร่างของใครบางคนก้าวเข้ามาในห้องนอน พร้อมกับถุงใส่อาหารและยาจากโรงพยาบาลในมือ "คิม... พอดีมีนเป็นห่วงรัน เลยแวะเอาข้าวต้มมาให้— อ้าว คุณคิมหันต์ ยังอยู่ดูแลเพื่อนมีนเหรอคะเนี่ย นึกว่าทิ้งให้นอนซมคนเดียวไปแล้วซะอีก" เสียงหวานใสของมีนตราเอ่ยทักทายอย่างเป็นกันเอง แต่ทว่า... สิ่งที่ทำให้คิมหันต์ชะงักงันไม่ใช่คำพูดแซวของเพื่อนสนิทภรรยา หากแต่เป็นเสียงฝีเท้าอีกคู่หนึ่งที่ก้าวตามเข้ามาติดๆ พร้อมกับเสียงทุ้มคุ้นหูที่เอ่ยทักขึ้นจากความมืดตรงหน้าประตูนั่นเอง "ขอโทษที่รบกวนเวลาส่วนตัวนะครับคุณคิมหันต์ พอดีผมบังเอิญเจอกับคุณมีนที่ล็อบบี้ เลยถือวิสาสะขึ้นมาเยี่ยม *รันนารี* ด้วยคน... หวังว่าผมคงไม่ได้มาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรอกนะครับ" รอยยิ้มมุมปากของ *ภาคิน* ที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยท่าทางสบายๆ ทำเอาบรรยากาศในห้องนอนที่เคยอบอุ่นเมื่อครู่ เยียบเย็นลงจนติดลบในพริบตาเดียว! — แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ! **กลิ่นลิลลี่สีขาว**
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับยัยตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%