ดีลลับฉบับยัยตัวแสบ•ตอนที่ 10

การปรากฏตัวของภาคิน

ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
"ถ้าข้อเสนอของผมยังไม่น่าสนใจพอ รันลองพิจารณา 'ตัวผม' เป็นออปชันเสริมดูไหมครับ รับรองว่าโปรเจกต์นี้จะราบรื่นกว่าการไปดีลกับบริษัทจอมเฮงซวยบางแห่งแน่นอน" น้ำเสียงทุ้มนุ่มทว่าเจือความเจ้าชู้กรุ้มกริ่มดังขึ้น พร้อมกับช่อดอกลิลลี่สีขาวบริสุทธิ์นับสอดที่ถูกยื่นมาตรงหน้า รันนารีเงยหน้าขึ้นจากแปลนงานดีไซน์บนโต๊ะประชุม ชะתงไปชั่วขณะก่อนจะคลี่ยิ้มบางเบาที่ไปไม่ถึงดวงตา สถาปนิกสาวปัดปอยผมที่ตกลงมาทัดหูอย่างใจเย็น ปากเรียวบางยกยิ้มเยาะอย่างรู้ทัน "ขอบคุณสำหรับดอกไม้นะคะคุณภาคิน แต่เกรงว่าฉันจะชอบปลูกต้นไม้ด้วยตัวเองมากกว่าจะรับต้นไม้ที่คนอื่นรดน้ำพรวนดินมาให้... อีกอย่าง บริษัท 'จอมเฮงซวย' ที่คุณว่า ก็เป็นพาร์ทเนอร์หลักในโปรเจกต์นี้ ถ้าคุณอยากร่วมงานกับฉันจริงๆ การให้เกียรติคู่ค้าคือมารยาทพื้นฐานที่นักธุรกิจระดับคุณไม่ควรลืมนะคะ" คำพูดตอกกลับแบบนิ่มนวลแต่เจ็บแสบทำเอาภาคิน หัวเรือใหญ่แห่งอาณาจักรพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ หัวเราะในลำคอด้วยความชอบใจ ดวงตาคมกริบพราวระยับด้วยประกายความท้าทาย เขารู้สึกว่าผู้หญิงตรงหน้าช่างน่าค้นหาเสียจริง ยิ่งยาก ยิ่งอยากเอาชนะ ตั้งแต่โปรเจกต์รีสอร์ตหรูริมทะเลเปิดฉากขึ้น ภาคินก็อาศัยจังหวะนี้เดินหน้าจีบรันนารีอย่างเปิดเผยชนิดไม่เกรงใจใคร ทั้งส่งดอกไม้ อาหารกลางวันราคาแพง หรือแม้แต่การเข้ามาช่วยแก้ปัญหาหน้างานอย่างกระตือรือร้นเกินเหตุ ซึ่งใครมองก็รู้ว่าเขาไม่ได้สนใจแค่เรื่องแปลนอาคาร แต่หมายตา 'สถาปนิกคนสวย' ต่างหาก "รันนี่ใจร้ายกับผมตลอดเลยนะครับ ทั้งที่ผมอุตส่าห์เคลียร์คิวทองเพื่อมาคุยงานโปรเจกต์นี้โดยเฉพาะ" ภาคินหย่อนตัวลงนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามโดยไม่ได้รับเชิญ ดวงตาคมกวาดมองร่างบางในชุดสูทเข้ารูปอย่างชื่นชม "เย็นนี้ไปทานมื้อค่ำฉลองความคืบหน้ากันหน่อยไหมครับ ผมจองร้านอาหารวิว rooftop ไว้..." "ไม่ต้องรบกวนหรอกค่ะ พอดีฉันมีนัดทานข้าว 'กับสามี' แล้ว" รันเน้นเสียงคำว่าสามีชัดถ้อยชัดคำ พร้อมกับยกมือขึ้นทัดผมให้เห็นแหวนเพชรเม็ดงามที่สวมอยู่บนนิ้วนางข้างซ้าย แม้ในความเป็นจริงมันจะเป็นแค่ 'ดีลลับ' แต่งงานบังหน้าเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ แต่มันก็ทำหน้าที่เป็นโล่กันภัยชั้นดีในตอนนี้ ภาคินชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์จางลงไปครึ่งส่วน แต่ก็ยังไม่ยอมแพ้ง่ายๆ "สามีในนาม... หรือสามีตัวจริงล่ะครับคุณรัน? ตั้งแต่เริ่มโปรเจกต์มา ผมยังไม่เคยเห็นเงา 'ท่านซีอีโอ' คิมหันต์คนนั้นโผล่มาดูแลคุณสักครั้ง หรือว่าข่าวลือที่ว่าพวกคุณแต่งงานกันแค่ฉากหน้า จะเป็นเรื่องจริง?" บรรยากาศในห้องประชุมเงียบกริบลงทันที รันนารีขบกรามแน่นเล็กน้อย ความหงุดหงิดแล่นริ้วขึ้นมาในอก ไม่ใช่เพราะคำพูดของภาคิน แต่เป็นเพราะความจริงที่ว่า... ตั้งแต่แต่งงานกันมา คิมหันต์แทบไม่เคยแสดงความเป็นเจ้า A ของเธอในที่สาธารณะเลยสักครั้ง! สามีตัวดีเอาแต่ซึน ปากร้ายใส่ และทำตัวเยชาเย็นชาใส่เธอราวกับคนแปลกหน้า ทั้งที่ในยามวิกาล... เขาทำตัวเอาแต่ใจเสียยิ่งกว่าอะไร ติ๊ง! เสียงข้อความไลน์เด้งขึ้นมาบนหน้าจอมือถือที่วางคว่ำอยู่ รันก้มลงมองชื่อผู้ส่งแล้วต้องเลิกคิ้วสูงด้วยความแปลกใจ *[คิมหันต์]: อยู่นั่นนานเกินไปแล้ว กลับบ้านเดี๋ยวนี้* รันนารีแอบพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ พิมพ์ตอบกลับไปอย่างรวดเร็วด้วยความหมั่นไส้ *[รัน]: ยุ่ง! กำลังคุยเรื่องงานกับคุณภาคินอยู่ค่ะ สนุกมากเลย* กดส่งไปไม่ถึงสามวินาที ประตูห้องประชุมกระจกใสก็ถูกผลเปิดออกอย่างแรง เสียงตึงดังสนั่นจนภาคินและรันต้องสะดุ้งหันไปมองพร้อมกัน ร่างสูงโปรดของคิมหันต์ก้าวเข้ามาในห้องด้วยก้าวเดินที่มั่นคงและทรงพลัง ใบหน้าหล่อเหลาราบเรียบไร้อารมณ์ แต่ดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับมืดมนและลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความหึงหวงที่ปิดไม่มิด รังสีความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกมารอบตัวจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันที เขาสวมชุดสูทสีเข้มที่ไม่ได้ผูกเนกไท ปลดกระดุมเม็ดบนออกสองเม็ดเผยให้เห็นผิวเนื้อนطอบและไหปลาร้าเซ็กซี่ ท่าทางดุดันและเอาแต่ใจแบบนั้นทำเอารันนารีหัวใจกระตุกวูบ "คุยเรื่องงาน... หรือคุยเรื่องส่วนตัวกันแน่ครับ คุณรันนารี" น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเยียบเย็นเอ่ยขึ้นขณะที่ร่างสูงสาวเท้าย่างสามขุมเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างเก้าอี้ของภรรยา มือหนาวางลงบนพนักพิงเก้าอี้ของรันอย่างถือสิทธิ์ บังคับให้เธอต้องแหงนหน้าขึ้นสบตาโดยปริยาย ภาคินลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเพื่อรับมือกับผู้มาใหม่ รอยยิ้มการค้าถูกปั้นแต่งขึ้นบนใบหน้าอย่างรวดเร็ว "อ้าว ท่านซีอีโอคิมหันต์นี่เอง ไม่คิดว่าจะได้เจอตัวจริงเสียงจริงที่นี่ครับ นึกว่าคุณจะสนใจแต่ตัวเลขในงบดุลจนปล่อยให้ภรรยาคนสวยทำงานหนักคนเดียวเสียอีก" คิมหันต์ปรายตามองภาคินด้วยหางตา รอยยิ้มเยาะเย้ยผุดขึ้นที่มุมปากหยักลึก คลื่นอารมณ์คุกรุ่นในอกพุ่งทะยานจนควบคุมยาก ตบะที่เคยอดทนมาตลอดหลายสัปดาห์พังทลายลงในพริบตา เมื่อเห็นไอ้ผู้ชายหน้าไหนก็ไม่รู้กล้ามาหยอดคำหวานใส่เมียของเขาต่อหน้าต่อตา "ภรรยาผม ผมดูแลเองได้ดีเสมอครับ" คิมหันต์กดเสียงต่ำ ท่อนแขนแข็งแรงเอื้อมผ่านไหล่บางของรันไปหยิบช่อดอกไม้ลิลลี่จากมือของเธอก่อนจะโยนมันลงถังขยะข้างโต๊ะอย่างไร้เยื่อใย "ส่วนดอกไม้ขยะพอกพูนพวกนี้... ไว้คราวหลังถ้าใครอยากทิ้ง รบกวนทิ้งให้ถูกที่ตั้งแต่แรก จะได้ไม่ต้องเป็นภาระคนอื่นมาเก็บกวาด" "คุณคิมหันต์!" รันนารีอุทานออกมาเบาๆ นึกหมั่นไส้ความเผด็จการและปากร้ายของสามีขึ้นมาตงิดๆ แต่ก็แอบซ่อนรอยยิ้มไว้ใต้ริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันอย่างขบขัน ภาคินหน้าตึงขึ้นมาทันทีเมื่อเจอไม้นี้ "ดูเหมือนคุณคิมหันต์จะมั่นใจในตัวเองสูงมากนะครับ ระวังเถอะ... ของดีถ้ามัวแต่หวงก้าง ไม่ยอมดูแลเอาใจใส่ ระวังจะโดนคนอื่นคาบไปกิน" คิมหันต์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบกวาดมองภาคินด้วยสายตากดดันระดับร้อยเปอร์เซ็นต์ เขาก้มตัวลงกระซิบข้างใบหูของรันนารีด้วยน้ำเสียงที่ดังพอให้คนตรงข้ามได้ยินชัดเจน ก่อนจะเอื้อมมือไปโอบเอวคอดกิ่วของเธอไว้แนบแน่นจนรันสะดุ้งสุดตัว "หวงก้างเหรอ? หึ..." คิมหันต์ยิ้มร้าย กลิ่นน้ำหอมผู้ชายปะปนกับความอบอุ่นแผ่ซ่านจนรันใจเต้นไม่เป็นจังหวะ "บอกเขาไปสิรัน... ว่าเมื่อคืนสามีอย่างฉัน 'ดูแล' เธอดีแค่ไหน จนป่านนี้เธอยังเดินแทบไม่ไหวเลยไม่ใช่รึไง หื้ม?" คำพูดกำกวมและสายตาเจ้าเล่ห์ที่ส่งมาทำเอารันนารีหน้าแดงซ่าน ร้อนผ่าวไปถึงใบหู เธอตีแขนแกร่งของเขาเข้าให้เต็มแรงด้วยความหมั่นเขี้ยว "คุณคิมหันต์! ทะลึ่งใหญ่แล้วนะ!" ภาคินมองภาพคนทั้งคู่ที่แสดงความสนิทสนมกันอย่างเปิดเผยด้วยความรู้สึกกรุ่นโกรธลึกๆ แต่ทำอะไรไม่ได้ รันนารีสูดหายใจเข้าลึกๆ ตั้งสติแล้วหันไปสบตาคู่แข่งทางธุรกิจด้วยรอยยิ้มสุภาพ "ขอตัวก่อนนะคะคุณภาคิน พอดี 'สามี' ฉันตามกลับบ้านไปลงทัณฑ์... เอ๊ย ไปเคลียร์งานต่อน่ะค่ะ" คิมหันต์กระตุกยิ้มมุมปากอย่างพอใจ เขาไม่รอให้ภาคินได้เอ่ยปากพูดอะไรต่อ รวบเอวบางของรันให้ลุกขึ้นยืนเคียงข้าง ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบแต่น่าเกรงขาม "กลับบ้านเรากันเถอะ... เมียรัก" รันนารีใจกระตุกวูบกับคำว่า 'เมียรัก' ที่หลุดออกมาจากปากผู้ชายปากแข็งอย่างคิมหันต์ ทว่าก่อนที่เธอจะได้ทันต่อปากต่อคำอะไร ร่างสูงก็ดึงเธอให้ก้าวเดินตามออกไปจากห้องประชุมทันที ท่ามกลางสายตาอึ้งปนเจ็บใจของภาคิน ทว่า... เมื่อก้าวพ้นประตูห้องประชุมและเดินมาถึงมุมลับตาของระเบียงทางเดิน คิมหันต์กลับไม่ได้พาเธอเดินไปที่ลิฟต์อย่างที่ควรจะเป็น ร่างสูงกลับดันเธอกระแทกเข้ากับผนังห้องกระจกอย่างรวดเร็ว แต่มือหนาอีกข้างรองรับแผ่นหลังของเธอไว้ไม่ให้เจ็บ ดวงตาคมดุจเหยี่ยวจ้องมองเธอเขม็ง ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวแก้มจนรันขนลุกซู่ "คุณคิมหันต์ จะทำอะไรคะเนี่ย ที่นี่ที่ทำงานนะ!" รันพยายามดันอกแกร่งไว้ แต่คนตัวโตกว่ากลับขยับเข้ามาใกล้จนแทบไม่มีช่องว่าง คิมหันต์ก้มหน้าลงมาจนปลายจมูกโด่งคมเฉี่ยวเกือบจะชนกับปลายจมูกรัน ดวงตาคมเข้มฉายแววตัดพ้อเจือความหึงหวงที่ปิดไม่มิด น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยลอดไรฟันด้วยความเคืองขุ่น "รันกล้าดียังไง... ถึงไปรับดอกไม้จากไอ้บ้านั่น? แล้วยังปล่อยให้มันหยอดคำหวานใส่ตั้งนานสองนาน รู้ไหมว่าฉันทนยืนฟังอยู่ข้างนอกจนแทบอยากจะพังประตูเข้าไปกระชากคอืคอมันตั้งแต่นาทีแรกแล้ว!" รันนารีชะงัก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความซึนเดระ และความหึงหวงดิบเถื่อนที่ถูกแสดงออกมาแบบไม่มีฟอร์มแบบนี้... มันทำให้เธอทั้งหมั่นไส้ทั้งใจสั่นในเวลาเดียวกัน เธอยกยิ้มมุมปาก ท้าทายกลับด้วยความดื้อรั้นตามประสาคนไม่ยอมคน "อ้าว ก็คุณคิมหันต์เอาแต่เงียบ ปล่อยให้ฉันทำงานอยู่คนเดียว แถมยังทำตัวเย็นชาใส่ วันๆ เอาแต่ไล่ให้ฉันหย่า... ฉันก็ต้องหาทางเลือกเผื่ออนาคตไว้บ้างสิคะ ผิดตรงไหน?" คิมหันต์นัยน์ตาลุกโชนขึ้นทันทีด้วยความโกรธปนหวาดหวั่น มือหนาเลื่อนขึ้นมากอบกุมแก้มเนียนนุ่มทั้งสองข้างไว้แน่น บังคับให้เธอเงยหน้าสบตาเขาตรงๆ น้ำเสียงทุ้มพร่าเอ่ยลอดไรฟันอย่างคาดโทษ "หาทางเลือกอื่นงั้นเหรอ? ลองดูสิรัน... ถ้ากล้าไปมีคนอื่น ฉันจะขังเธอไว้บนเตียง ไม่ให้มีเรี่ยวแรงลุกไปไหนได้อีกเลยคอยดู!" รันนารีเบิกตากว้าง ลมหายใจติดขัดเมื่อริมฝีปากหยักลึกโน้มลงมาใกล้จนห่างกันแค่คืบเดียว สติสตางค์ของเธอหลุดลอยไปหมดเมื่อปลายนิ้วโป้งของเขาเกลี่ยไล้ริมฝีปากเธอแผ่วเบาอย่างหลงใหล "กล้าลองดีกับฉันไหมล่ะ... ที่รัก" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความฟินและความปั่นป่วนของคู่กัดคู่นี้มาจนถึงตอนนี้ค่ะ ห้ามพลาดตอนต่อไปเด็ดขาดนะคะ รับรองว่าไฟลุกท่วมจอแน่นอนค่ะ!
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับยัยตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%