ดีลลับฉบับยัยตัวแสบ•ตอนที่ 11

สงครามประสาทโต๊ะอาหาร

ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
"กาแฟแก้วนี้ รันชอบดื่มแบบหวานน้อยไม่ใช่เหรอครับ" น้ำเสียงทุ้มนุ่มนวลของภาคินดังขึ้น พร้อมกับแก้วกระดาษแบรนด์ดังที่ถูกวางลงบนโต๊ะทำงานสถาปัตยกรรมอย่างเบามือ รันนารีละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่มีแปลนอาคารสามมิติซับซ้อน เธอยิ้มรับตามมารยาท พลางเอื้อมมือไปรับแก้วเครื่องดื่มมาถือไว้ "ขอบคุณค่ะพี่คิน ใส่ใจรายละเอียดเหมือนเดิมเลยนะคะ" "เพื่อคนเก่ง พี่เต็มที่อยู่แล้วครับ ว่าแต่เย็นนี้... งานเสร็จทันไปดินเนอร์ร้านเปิดใหม่ริมแม่น้ำกับพี่ไหม พี่จองโต๊ะริมน้ำวิวสวยที่สุดไว้ให้เราสองคนแล้วนะ" สายตาของภาคินที่มองมาเต็มไปด้วยความหมายชัดเจน เขาทอดสะพานให้อย่างเปิดเผยตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา นับตั้งแต่โปรเจกต์ใหญ่ร่วมทุนเริ่มต้นขึ้น รันนารีชะงักไปนิด เธอรู้ดีว่าควรปฏิเสธอย่างไรไม่ให้เสียมารยาททางธุรกิจ แต่ยังไม่ทันที่ริมฝีปากอิ่มจะได้ขยับเอ่ยปฏิเสธ เสียงเคาะประตูกระจกฝ้าก็ดังขึ้นสามครั้งสั้นๆ... และตามมาด้วยการผลักเข้ามาอย่างถือวิสาสะโดยไม่รออนุญาต แอดมินห้องประชุมส่วนตัวและโซนทำงานรวมเงียบกริบลงทันตาเห็น ร่างสูงโปรดปรานในชุดสูทสีเทาเข้มตัดเย็บเนี๊ยบกริบ ก้าวเข้ามาด้วยฝ่าเท้ามั่นคง ใบหน้าหล่อเหลาคมคายนั้นไร้รอยยิ้ม เย็นชาและดุดันราวกับเจ้าเข้า ทว่าประกบมาด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านจนอุณหภูมิในห้องแอร์ลดฮวบลงหลายองศา คิรากร... หรือที่ใครๆ ในวงการธุรกิจขนานนามว่า 'ยักษ์ใหญ่แห่งวงการอสังหาฯ' ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างโต๊ะทำงานของเธออย่างอุกอาจ สายตาคมกริบราวใบมีดโกนกวาดมองแก้วกาแฟในมือของรันนารีก่อนจะเลื่อนขึ้นไปจ้องหน้าภาคินด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นที่ไปไม่ถึงดวงตา "ขอโทษทีนะครับที่รบกวนเวลาอันมีค่า... แต่พอดีผมเป็นสามีตามกฎหมายของคุณรันนารีเขา เลยคิดว่ามีสิทธิ์พอที่จะรู้เรื่องตารางนัดดินเนอร์ของภรรยาตัวเอง" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้น เรียบเรื่อยแต่เชือดเฉือนจนคนฟังหายใจไม่ทั่วท้อง รันนารีสะดุ้งสุดตัว วางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะเสียงดังกว่าตั้งใจ เธอนึกอยากจะเอาหัวโขกจอคอมพิวเตอร์นัก ตาบ้านี่โผล่มาถูกจังหวะเวลานรกแตกอะไรขนาดนี้! ภาคินขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ แต่ก็ยังคงรักษารอยยิ้มสุภาพไว้ได้ "อ้าว... คุณคิมหันต์นี่เอง ผมนึกว่าสามีคุณรันนารีเขาจะยุ่งกับงานบริหารจนไม่มีเวลาดูแลภรรยาเสียอีก ถึงปล่อยให้คนอื่นต้องคอยเทคแคร์แทนแบบนี้" ปัง! คิมหันต์วางมือหนาลงบนโต๊ะทำงานของรันนารีเต็มแรง จนแฟ้มงานสะดุ้ง ร่างสูงโน้มตัวลงมาใกล้ภรรยาสาวจนกลิ่นน้ำหอมผู้ชายปะปนกับกลิ่นบุคลิกอันตรายแผ่เข้าจู่โจมประสาทสัมผัส รันนารีผงะถอยหลังโดยอัตโนมัติ หัวใจเต้นรำด้วยจังหวะผิดปกติ ไม่ใช่เพราะกลัว... แต่เพราะความใกล้ชิดที่อันตรายเกินต้านทาน "ภรรยาของผม... ผมรู้วิธีดูแลดีครับ ไม่ต้องรบกวน 'คนนอก' มาออกความเห็นหรอก" คิมหันต์เน้นเสียงคำว่าคนนอกเสียจนภาคินหน้าตึงขึ้นมาเล็กน้อย แต่ชายหนุ่มรุ่นพี่ก็ยังกัดฟันยิ้มสู้ "ครับ พอดีผมเห็นคุณรันทำงานหนักเครียดๆ เลยอยากพาไปผ่อนคลาย ในฐานะเพื่อนร่วมงานที่ดี..." "ภรรยาผม ผมพากลับไปผ่อนคลายที่บ้านได้ครับ ไม่จำเป็นต้องรบกวนเวลาส่วนตัวนอกเวลางาน" คิมหันต์สวนกลับทันควัน สายตาดุดันหันขวับกลับมามองภรรยาสาวที่นั่งเม้มปากแน่น "ลุกขึ้นได้แล้วรัน... กลับบ้าน" "เดี๋ยวค่ะ! คิมหันต์ คุณพูดจาบ้าอะไรเนี่ย นี่ที่ทำงานฉันนะ!" รันนารีทนไม่ไหวอีกต่อไป เธอเด้งตัวลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับสามีจอมเผด็จการ ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความโกรธ "แล้วใครใช้ให้คุณบุกมาที่นี่โดยไม่บอกล่วงหน้า แถมยังมาทำกิริยาไร้มารยาทใส่ลูกค้าของฉันอีก!" "ไร้มารยาทเหรอ?" คิมหันต์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบหรี่ลงอย่างอันตราย "ไอ้ท่าทางส่งตาหวานแล้วยื่นแก้วกาแฟให้ถึงโต๊ะเมื่อกี้ มันเรียกว่ามีมารยาทมากนักรึไงรัน! กล้าลองดีกับฉันไหมล่ะ... ที่รัก" ประโยคหลังเขาโน้มใบหน้ากระซิบชิดริมฝีปากเธอ เสียงทุ้มต่ำที่จงใจใช้สรรพนามแสลงหูทำเอารันนารีหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ เธอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ รู้สึกได้ถึงกระแสไฟฟ้าแปลกประหลาดที่วิ่งพล่านไปทั่วร่างเมื่ออยู่ใกล้ผู้ชายคนนี้ ภาคินมองสถานการณ์ตรงหน้าด้วยแววตาไหววูบ เขารู้สึกถึงความสัมพันธ์ที่เกินกว่าแค่ 'สามีภรรยาในนาม' อย่างที่เคยได้ยินข่าวลือมา ชายหนุ่มจึงเอ่ยแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น "ถ้าคุณคิมหันต์มีธุระส่วนตัวกับคุณรัน งั้นผมขอตัวก่อนดีกว่าครับ ไว้เราค่อยคุยเรื่องโปรเจกต์กันวันหลังนะครับรัน" ภาคินหันมาส่งยิ้มอ่อนโยนให้เธอ รันนารีกำลังจะพยักหน้ารับ แต่คิมหันต์กลับไวกว่า "ดีครับ เชิญตามสบายเลยครับคุณภาคิน เพราะต่อจากนี้... ผมคงต้องขออนุญาต 'ล็อกตัว' ภรรยาผมไว้คุยกันยาวๆ สักคืนสองคืน" คำพูดกำกวมเจือความหึงหวงดิบเถื่อนทำให้ภาคินชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมเดินเลี่ยงออกไปจากห้องทำงานส่วนตัวอย่างเสียไม่ได้ ทันทีที่ประตูห้องปิดสนิท บรรยากาศภายในห้องก็เหลือเพียงความกดดันที่หนาแน่นจนแทบหายใจไม่ออก รันนารีหันขวับมาเผชิญหน้ากับสามีจอมบงการทันที ดวงตากลมโตฉายแววเอาเรื่องสุดขีด "คุณเป็นบ้าอะไรเนี่ยคิมหันต์! ตามมาอาละวาดถึงออฟฟิศฉันทำไม อยากสร้างความอับอายให้ฉันนักรึไง!" คิมหันต์ไม่ตอบทันที ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวรันนารีจนเธอต้องถอยหลังไปจนสะโพกชนติดกับขอบโต๊ะทำงาน ร่างสูงใช้มือข้างหนึ่งท้าวโต๊ะกักขังเธอไว้ตรงกลาง ขณะที่มืออีกข้างเอื้อมขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่หลุดล่วงลงมาทัดใบหูให้เธออย่างเบามือ สัมผัสนั้นแผ่วเบาจนขัดกับแววตาดุดันคุกรุ่นไปด้วยไฟโทสะ "อับอายเหรอ? แล้วที่เธอยืนรับกาแฟแล้วทำหน้ายิ้มระรื่นให้มันล่ะ รันนารี... เธอเห็นฉันเป็นตัวตลกเหรอถึงได้กล้าอ่อยผู้ชายอื่นต่อหน้าต่อตาฉันแบบนี้" เสียงทุ้มกระซิบชิดริมฝีปาก หอบหายใจรดรินกันจนใจสั่น "ฉันไม่ได้อ่อย! เราแค่คุยเรื่องงาน!" รันนารีเถียงกลับเสียงแข็ง ไม่ยอมลดสายตาลงแม้แต่น้อย "แล้วอีกอย่าง เราตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอว่าต่างคนต่างอยู่ เรื่องส่วนตัวห้ามก้าวก่ายกัน!" "กฎบ้าบออะไรนั่นฉันไม่สนแล้ว!" คิมหันต์หมดความอดทน น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นเข้มจัด แววตาคลั่งรักที่ซ่อนไว้ภายใต้ความเย็นชาบัดนี้ระเบิดออกมาอย่างไร้การควบคุม "บอกไว้ตรงนี้เลยนะรัน... ถ้าเธอยังกล้าไปยิ้มหวานให้ไอ้หน้าอ่อนนั่นอีกครั้งเดียว ฉันจะจูบเธอโชว์กลางออฟฟิศให้ดูแน่!" รันนารีอ้าปากค้างด้วยความตกใจกับความหน้าไม่อายของซีอีโอหนุ่มผู้เคร่งขรึม "คุณ... คุณมันเผด็จการที่สุด!" "ใช่... ฉันมันเผด็จการ และเฉพาะกับเธอคนเดียวเท่านั้น!" คิมหันต์ก้มหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดริมฝีปากเธอจนรันนารีต้องหลับตาปี๋ด้วยความประหม่า หัวใจเต้นโครมครามจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากหยักลึกกำลังจะทาบทับกลีบปากอิ่มเพื่อลงโทษคนดื้อรั้น เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของคิมหันต์ก็แผדเสียงแหลมขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูแกมระอุนั้นทันที คิมหันต์ขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด เขายังไม่ยอมถอยห่างจากรันนารี มือหนาควักโทรศัพท์ขึ้นมาอย่างหัวเสียก่อนจะกดรับสายด้วยน้ำเสียงห้วนจัด "มีอะไร!" เสียงปลายสายตื่นตระหนกรายงานข้อมูลด่วนเข้ามา ทำให้ใบหน้าคมคายที่เคยบึ้งตึงเปลี่ยนสีไปในพริบตา ดวงตาคู่คมตวัดกลับมามองรันนารีด้วยความรู้สึกซับซ้อนที่เดาไม่ออก "เกิดเรื่องแล้ว..." คิมหันต์วางสายลงช้าๆ ก่อนจะมองหน้าภรรยาสาวนิ่ง "คุณย่าของเธอ... อยู่ๆ ก็หมดสติที่คฤหาสน์ตระกูลคิรากร!" รันนารีเบิกตากว้าง ความโกรธเคืองเมื่อครู่วันมลายหายไปสิ้น ร่างบางชาดิกไปทั้งตัวเมื่อได้ยินชื่อบุคคลผู้เป็นที่รักยิ่ง! ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมฟินไปด้วยกันนะคะ ✨
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับยัยตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%