เสียงหัวoเราะรื่นหูของภาคินที่ดังคลอไปกับบทสนทนาเรื่องโปรเจกต์ใหม่เมื่อครู่ ราวกับถูกลบเลือนหายไปจากโสตประสาทจนหมดสิ้น เมื่อประโยคประกาศิตจากริมฝีปากหยักของสามีในนามดังขึ้น
รันนารีเบิกตากว้าง ความโกรธเคืองเมื่อครู่วันมลายหายไปสิ้น ร่างบางชาดิกไปทั้งตัวเมื่อได้ยินชื่อบุคคลผู้เป็นที่รักยิ่ง!
"คุณคิม!" สถาปนิกสาวอุทานเสียงหลง ดวงตากลมโตฉายแววตื่นตระหนกปนฉุนเฉียวอย่างปิดไม่มิด เมื่อจู่ๆ ข้อศอกบางก็ถูกมือหนาของ CEO หนุ่มคว้าหมับเข้าเต็มแรง ก่อนที่เธอจะทันได้กล่าวลาแขกคนสำคัญ
"ขอตัวรันสักครู่นะครับ คุณภาคิน มีเรื่องด่วนที่ต้องเคลียร์กันข้างใน" คิรากรเอ่ยปากตัดบทด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เย็นชาจนติดจะน่ากลัว ทว่าดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความหึงหวงที่เจ้าตัวพยายามกดขี่ข่มเหงไว้อย่างเต็มกลืน รอยยิ้มสุภาพตามมารยาททางธุรกิจถูกฉาบไว้บนใบหน้าหล่อเหลาเพียงชั่วเสี้ยววินาที ก่อนที่เขาจะออกแรงกระชับข้อมือเรียวแล้วลากตัวเธอพุ่งตรงไปยังห้องทำงานส่วนตัวทันที โดยไม่เปิดโอกาสให้หญิงสาวได้ทันอ้าปากปฏิเสธแม้แต่นصفคำ
ปัง!
เสียงประตูกระจกนิรภัยถูกปิดล็อกลงจากด้านในด้วยความเร็วและแรงที่สะท้อนถึงอารมณ์อันคุกรุ่นของคนกระทำ รันนารีสะดุ้งสุดตัว แผ่นหลังบางแนบชิดติดกับบานประตูเย็นเฉียบ ขณะที่ร่างสูงใหญ่ของคิรากรก้าวเข้ามาประชิดตัวในระยะประชิด กักขังเธอไว้ระหว่างอ้อมแขนแกร่งและบานประตู จนพื้นที่หายใจรอบตัวแคบลงถนัดตา
"คุณเป็นบ้าอะไรเนี่ยคิม! ลากฉันเข้ามาทำไม แถมยังเสียมารยาทกับลูกค้าแบบนั้นอีก!" รันนารีแว้ดใส่ทันทีเมื่อตั้งสติได้ ความกลัวถูกแทนที่ด้วยความกรุ่นโกรธ ปากเก่งๆ เริ่มทำงานสวนกลับทันควันตามสัญชาตญาณของการป้องกันตัว มือเรียวพยายามดันแผงอกกว้างให้ออกห่าง ทว่าอีกฝ่ายกลับยืนตระหง่านราวกำแพงหินผา ไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย
"เสียมารยาทเหรอ?" คิรากรทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอของเขาน่ากลัวเสียยิ่งกว่าเสียงตะคอก ดวงตาคมดุจเหยี่ยวจ้องมองใบหน้าหวานที่กำลังเชิดขึ้นเถียงเขาอย่างไม่ยอมคน "แล้วที่เธอไปยืนส่งยิ้มหวาน ยืนหัวเราะต่อกระซิกกับไอ้ผู้ชายหน้าไหนก็ไม่รู้จนออกนอกหน้า มันเรียกว่ามารยาทที่ดีงามมากนักหรือไงรันนารี!"
"คุณภาคินเขาเป็นลูกค้านะคะ! อีกอย่าง เราก็แค่คุยเรื่องงานกันตามมารยาท คุณต่างหากที่ไม่มีเหตุผล จู่ๆ ก็พรวดพราดเข้ามาทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ ทั้งที่เราสองคนตกลงกันไว้แล้วนี่ว่าต่างคนต่างอยู่!"
ประโยคหลังหลุดออกจากปากด้วยความพลั้ง
ทว่าทันทีที่คำว่า 'ต่างคนต่างอยู่' ลอยเข้าหูคนฟัง ดวงตาคมเข้มก็วาวโรจน์ขึ้นอย่างน่ากลัว กรามแกร่งขบเข้าหากันจนนูนเด่น คิรากรพ่นลมหายใจร้อนผ่าวออกมาทางจมูกราวกับพญาเสือโคร่งที่กำลังถูกลูบคม ความหึงหวงที่สะสมมาตลอดสัปดาห์ระเบิดออกอย่างไร้การควบคุม
"ต่างคนต่างอยู่เหรอ หึ! พูดง่ายดีนี่รัน!" มือหนาข้างหนึ่งยกขึ้นบีบคางมนเบาๆ ให้เงยหน้าขึ้นสบตา บังคับให้เธอต้องรับรู้ถึงความโกรธเกรี้ยวที่สุมอยู่ในอกเขา "ทะเบียนสมรสในตู้เซฟที่บ้านเรา มันยังมีชื่อฉันเป็นสามีเธอนะรัน! หรือเธอสมองเสื่อมจนลืมไปแล้ว ว่าผู้หญิงที่ยืนลอยหน้าลอยตาให้ผู้ชายอื่นมาจีบอยู่ตอนนี้... เป็น 'เมีย' ฉันตามกฎหมาย!"
หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือไปด้วยความตัดพ้อและแรงอารมณ์ ทำให้รันนารีถึงกับพูดไม่ออก เธอนิ่งงันไปชั่วขณะเมื่อได้เห็นแววตาไหววับที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเกรี้ยวกราดนั้น มันไม่ใช่แค่ความโมโห แต่มันคือความเจ็บปวด... และความหวาดกลัวที่จะสูญเสีย
"ฉัน... ฉันไม่ได้ให้ใครจีบสักหน่อย คุณอย่ามาปรักปรำนะ" น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวเริ่มอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว เมื่อปลายนิ้วอุ่นจัดของเขายังคงลูบไล้อยู่บนกรอบหน้าอย่างถือสิทธิ์ แม้ปากจะยังดื้อดึง แต่หัวใจกลับเต้นระรัวจนแทบทะลุออกมานอกอก
"ไม่ต้องมาเถียง!" คิรากรแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงหอบสะท้าน ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าหากันจนสติของหญิงสาวกระเจิดกระเจิง "ฉันเกลียดรอยยิ้มที่เธอใช้ยิ้มให้มัน เกลียดสายตาที่มันมองเธอ และที่สำคัญที่สุด... ฉันเกลียดเวลาที่เธอทำเหมือนฉันไม่มีตัวตนแบบนี้!"
รันนารีเบิกตากว้างขึ้นอีกครั้ง ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจหนักหน่วงและเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามของคนทั้งคู่ ไดอะล็อกตัดพ้อที่หลุดออกมาจากปากของซีอีโอหนุ่มผู้แสนเย็นชาและฟอร์มจัดคนนี้ ทำเอาคนฟังถึงกับสมองตื้อตัน ความต่อต้านในใจมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกอุ่นวาบที่แผ่ซ่านเข้ามาในอกอย่างห้ามไม่อยู่
"คุณ... คุณกำลังหึงฉันเหรอคิม..." สถาปนิกสาวกระซิบถามแผ่วเบา ดวงตากลมโตฉายแววไม่แน่ใจระคนความคาดหวังลึกๆ
คิรากรชะงักไปเล็กน้อยเมื่อถูกจี้ใจดำ นัยน์ตาคมกหลบวูบไปชั่วเสี้ยววินาที ฟอร์มจัดที่สั่งสมมานานทำให้เขาเม้มริมฝีปากแน่น ไม่อยากยอมรับออกไปตรงๆ ว่าตัวเองกำลังคลั่งรักผู้หญิงตรงหน้ามากแค่ไหน ทว่าการกระทำกลับสวนทางกับความคิดโดยสิ้นเชิง
เมื่อมือหนาเลื่อนลงมาโอบกระชับเอวบางเข้าหาตัวแนบแน่นอย่างไร้ช่องว่าง ร่างบางถูกดึงเข้าไปซบกับแผงอกกว้างที่กำลังกระเพื่อมไหวด้วยแรงอารมณ์ ขณะที่ใบหน้าหล่อเหลาก้มลงกระซิบชิดริมหูด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่สั่นระริกเล็กน้อย
"ถ้าใช่... แล้วเธอจะทำไมล่ะรัน..."
คำสารภาพกลายๆ พร้อมกับอ้อมกอดที่รัดแน่นขึ้นทุกทีทำให้รันนารีแทบละลายคาอก ทว่าก่อนที่เธอจะได้ทันเอ่ยปากตอบคำถามหรือแก้ตัวใดๆ เสียงเคาะประตูกระจกด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้งติดกัน พร้อมกับร่างของมีนตราเพื่อนสนิทตัวแสbที่ผลักประตูเข้ามาหน้าตาเฉย โดยไม่สนทนาหาความเกรงใจใดๆ ทั้งสิ้น!
"อุ๊ย! ขอโทษค่ะ นึกว่าห้องว่าง... เชิญเคลียร์กันต่อตามสบายเลยค่ะเพื่อนรัก!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาส่งกำลังใจให้ยัยตัวแสบกับตาคุณคิมนะคะ! ห้ามพลาดตอนต่อไปเด็ดขาดค่ะ!
ดีลลับฉบับยัยตัวแสบ•ตอนที่ 12
ระเบิดเวลาความหึง
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับยัยตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!