เสียงประตูปิดลงพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของมีนตราที่ยังติดตรึงอยู่ในโสตประสาท แต่ตอนนี้รันนารีไม่มีเวลามาสนใจเพื่อนสนิทตัวแสบคนนั้นอีกแล้วค่ะ เพราะเป้าหมายตรงหน้าคือร่างสูงโปร่งของสามีในนามที่กำลังยืนกอดอกทำหน้ายักษ์อยู่กลางห้องรับแขก บรรยากาศรอบตัวเขาแผ่รังสีความหงุดหงิดออกมาเสียจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงอย่างเห็นได้ชัด
"สนุกมากไหมคะที่ทำตัวเป็นเด็กมีปัญหาแบบนี้?"
รันเปิดฉากสวนกลับทันทีโดยไม่รอให้เขาได้อ้าปากต่อว่า ดวงตากลมโตตวัดมองอย่างเอาเรื่อง มือเรียวเล็กยกขึ้นกอดอกเลียนแบบท่าทางของอีกฝ่ายเพื่อแสดงออกว่าเธอไม่ได้เกรงกลัวอำนาจมืดใดๆ ทั้งสิ้น
คิมหันต์ขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคมกริบมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งโกรธ ทั้งหึงหวง และที่สำคัญที่สุด...คือความน้อยใจที่เจ้าตัวไม่มีวันยอมรับออกมาตรงๆ
"ผมเนี่ยนะเด็กมีปัญหา?" เขาแค่น้ำเสียงขึ้นจมูก ดวงตาคมดุหรี่ลงเล็กน้อย "คนที่พาผู้ชายแปลกหน้าเข้าบ้าน ทั้งที่มีทะเบียนสมรสคาอยู่แบบนี้...คุณเรียกว่าอะไรล่ะรันนารี?"
"ก็เรียกว่า 'เพื่อนร่วมงาน' และ 'ลูกค้า' ที่มาคุยเรื่องโปรเจกต์ยังไงล่ะคะ!" รันตอกกลับเสียงดังฟังชัด ใบหน้าสวยเชิดขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ "อย่ามาทำนิสัยเด็กอมมือจับผิดคนอื่นด้วยความหึงหวงไร้สาระแบบนี้เลยค่ะคุณคิรากร มันน่าสมเพชมากกว่าน่ารักนะคะ"
คำว่า 'น่าสมเพช' ทำเอา CEO หนุ่มผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครถึงกับชะงัก คิมหันต์ก้าวเท้าเข้าประชิดตัวภรรยาคนสวยด้วยความเร็วที่ทำให้อีกฝ่ายถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ รันเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อถูกต้อนจนมุม แต่ริมฝีปากบางเฉียบก็ยังคงเม้มแน่นไม่ยอมปริปากแสดงความอ่อนแอออกมา
"ปากเก่งนักนะ... คิดว่าผมกลัวคุณเหรอ?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบชิดริมหู ลลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดต้นคอทำเอารันนารี ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองเพลิง แต่มือเรียวก็ยังคงดันแผงอกกว้างเอาไว้เพื่อรักษาระยะห่าง
"ถ้าไม่กลัวก็ถอยออกไปสิคะ ยืนประชิดแบบนี้มันเสียมารยาท" รันพยายามบังคับน้ำเสียงไม่ให้สั่น ไอร้อนจากกายหนาที่แผ่ซ่านเข้ามาทำให้สมาธิของเธอเริ่มกระเจิดกระเจิง
"ผมเป็นสามีคุณนะรัน... การยืนใกล้เมียตัวเอง มันผิดมารยาทตรงไหน"
คิมหันต์ก้มหน้าลงมามองสบตา ดวงตาคู่คมที่เคยเย็นชาบัดนี้ฉายแววปรารถนาบางอย่างที่ชัดเจนจนคนมองต้องกลืนน้ำลายลงคอ ความใกล้ชิดนี้ทำให้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสานกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าจมูกจนรันรู้สึกเคลิบเคลิ้มอย่างน่าประหลาด
สายตาของเขาลดระดับลงมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังขยับเถียง สัญชาตญาณดิบเถื่อนบางอย่างทำให้ร่างสูงโน้มใบหน้าลงไปช้าๆ ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงเหลือเพียงไม่ถึงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนผสานกันจนแยกไม่ออกว่าใครเป็นเจ้าของ
รันนารีรู้สึกราวกับถูกสะกดจิต ดวงตาคู่สวยหลุบลงมองริมฝีปากหยักได้รูปของสามีที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม สติที่เคยมีเริ่มเลือนรางหายไปทีละน้อย ช่องว่างระหว่างหัวใจที่เคยถูกกั้นด้วยข้อตกลงทางธุรกิจกำลังพังทลายลงอย่างช้าๆ
ปลายนิ้วแกร่งของคิมหันต์เอื้อมขึ้นเกลี่ยปอยผมที่คลอเคลียแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา สัมผัสอ่อนโยนที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนทำให้รันเผลอหลับตาพริ้มรับสัมผัสโดยไม่รู้ตัว
ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะแนบชิดสนิทกันจนแทบไม่เหลือช่องว่าง เสียงกริ่งหน้าประตูก็แผดเสียงดังลั่นขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูจางๆ นั้นจนพังทลายลงในพริบตา!
คิมหันต์สบถออกมาเบาๆ อย่างหัวเสีย ส่วนรันสะดุ้งสุดตัวราวกับเพิ่งตื่นจากภวังค์ หญิงสาวรีบผลักอกสามีออกสุดแรงแล้วหันหลังขวับเตรียมเดินหนี แต่เสียงทุ้มจากหน้าจออินเตอร์คอมที่ดังแทรกขึ้นมา กลับทำให้เธอนิ่งง้ำไปทันที
*(ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนนี้นะคะ หวังว่าจะฟินจิกหมอนและลุ้นไปกับความสัมพันธ์ของทั้งคู่ในตอนต่อไปค่ะ)*
ดีลลับฉบับยัยตัวแสบ•ตอนที่ 13
เส้นแบ่งที่เริ่มเลือนราง
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับยัยตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!