ดีลลับฉบับยัยตัวแสบ•ตอนที่ 6

ถอดหน้ากาก

ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
เสียงล็อกกลอนประตูคอนโดหรูยามเที่ยงคืนดัง *‘คลิก’* เบาๆ แต่กลับสะท้อนก้องในความเงียบงันราวกับเสียงระเบิด รันนารีสะบัดคัทชูส้นสูงทิ้งอย่างไร้ความปรานี ก่อนจะทรุดตัวลงพิงบานประตูอย่างหมดแรง ความระยิบระยับของชุดราตรีปักเลื่อมที่ออกแบบมาเพื่อสะกดทุกสายตาในงานกาล่าค่ำคืนนี้ กลับกลายเป็นเกราะเหล็กหนักอึ้งที่คอย trang_ความกดดันเข้าใส่เธอตั้งแต่ก้าวแรกจนก้าวสุดท้าย ทว่า... บรรยากาศรอบตัวกลับไม่ได้ว่างเปล่าอย่างที่คิด "ถอดรองเท้าให้มันเรียบร้อยหน่อย รันนารี เธอกำลังทำให้ห้องราคาแปดหลักของฉันดูเหมือนกองขยะ" เสียงทุ้มต่ำติดจะเยือกเย็นที่ลอยมาจากมุมมืดของห้องนั่งเล่น ทำเอารันสะดุ้งสุดตัว เธอหันขวับไปมอง ร่างสูงโปรดของคิมหันต์ในชุดสูทสีเข้มที่ถูกปลดกระดุมเนคไทออกอย่างไร้ระเบียบกำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังอิตาลี แสงไฟสลัวจากด้านนอกสาดส่องกระทบใบหน้าคมคาย สันกรามชัดเจนที่มักจะขบเข้าหากันเวลาไม่สบอารมณ์ และดวงตาคู่คมที่กำลังจ้องมองมานิ่งสนิท "คุณยังไม่นอนอีกหรือคะ นึกว่าแวะไปเคลียร์กับบรรดาไฮโซสาวๆ ต่อที่ไหนเสียอีก" รันสวนกลับทันควันตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว ปากเก่งและเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย แม้เรียวขาจะสั่นพับๆ จากความเหนื่อยล้าก็ตาม "ถ้าฉันไปจริง ป่านนี้เธอคงนอนฝันดีไปถึงดาวอังคารแล้วล่ะ ไม่มานั่งยืนค้ำฟ้าทำหน้าเป็นยักษ์ใส่ฉันแบบนี้หรอก" คิมหันต์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าวอย่างกดดัน "แล้วก็เลิกประชดประชันเสียที ฉันไม่ใช่คู่ขาในงานของเธอ ที่จะต้องมาคอยฟังคำพูดจิกกัดพวกนั้น" "แล้วคุณมานั่งรอฉันทำไมล่ะคะ? หรือกลัวว่าฉันจะเอาความลับเรื่องดีลปลอมๆ ของเราไปประกาศให้คนทั้งโลกรู้?" รันแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตจ้องตอบอย่างไม่ยอมแพ้ "วางใจเถอะค่ะ ฉันรักชีวิตตัวเองพอที่จะไม่เอาอนาคตไปแลกกับเรื่องไร้สาระหรอก" คิมหันต์หยุดยืนตรงหน้าเธอ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง กลิ่นอายความเป็นผู้ชายผสมผสานกับน้ำหอมราคาแพงและกลิ่นไวน์จางๆ ลอยเข้าแตะจมูก รันเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว มือบางยกขึ้นดันแผงอกอีกฝ่ายไว้ตามสัญชาตญาณเมื่อเขาก้มหน้าลงมาใกล้เกินไป "ความลับเหรอ..." เสียงทุ้มพร่าต่ำลงจนน่าใจหาย คิมหันต์ไม่ได้ถอยหนี กลับยิ่งโน้มตัวเข้าไปใกล้ ปลายจมูกโด่งเกือบจะชนกับพวงแก้มใส "สิ่งที่ฉันกลัวที่สุดในตอนนี้... ไม่ใช่เรื่องดีลบ้าบอคอแตกนั่นหรอกรัน" "แล้ว... แล้วมันคืออะไรล่ะคะ" รันเสียงสั่นไปชั่วขณะ หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินมัน "คือการที่ฉันต้องยืนมองไอ้ภาคินมันเดินเข้ามาใกล้เธอ แล้วส่งสายตาแทะเล็งผู้หญิงของฉันต่างหาก!" คำพูดกระแทกกระทั้นที่หลุดออกมาพร้อมแววตาไหววับชั่วขณะ ทำให้รันชะงักก้าง คิมหันต์หึง... เขาแสดงออกชัดเจนขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? "ผู้หญิงของคุณเหรอคะ? อย่าลืมสิคะว่าเราแต่งงานกันแค่ในนาม..." "ในนามบ้าบออะไรวะ!" คิมหันต์สบถเบาๆ ก่อนจะเสยผมลวกๆ อย่างคนหมดความอดทน ความเย็นชาที่เคยมีมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความเดือดดาลปนความอ่อนล้าที่ซ่อนอยู่ใต้ก้นบึ้งของสายตา "เธอคิดว่าฉันทนเห็นเธอยิ้มให้ผู้ชายอื่น ทนเห็นมันส่งสายตาหวานเชื่อมใส่เธอ โดยที่ฉันต้องทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อนได้ง่ายนักหรือไงรัน? เธอคิดว่าฉันใจแข็งขนาดนั้นเลยหรือวะ" รันเบิกตากว้างเล็กน้อย ความปากเก่งที่เคยมีจุกแน่นอยู่ในลำคอ เมื่อได้เห็นประกายความเจ็บปวดและหงุดหงิดที่ฉายชัดอยู่ในดวงตาคมคายนั้น คิมหันต์ผู้แสนเย่อหยิ่งและปากร้ายคนเดิม กำลังพังทลายกำแพงของตัวเองต่อหน้าเธอทีละน้อย บรรยากาศในห้องเงียบงันลงทันที มีเพียงเสียงลมหายใจอุ่นๆ ที่รดรินอยู่ใกล้กัน รันสัมผัสได้ถึงความสั่นเทาเล็กน้อยตรงปลายนิ้วของเขาที่เผลอยื่นมาแตะปอยผมซึ่งหลุดลุ่ยข้างแก้มของเธออย่างแผ่วเบา เป็นสัมผัสที่อ่อนโยนจนน่าประหลาด... อ่อนโยนเสียจนหัวใจที่เคยตั้งป้อมกำแพงไว้แน่นหนากลับสั่นคลอน "คุณคิม..." รันกระซิบเสียงแผ่ว ความแข็งกร้าวในน้ำเสียงหายไปจนหมดสิ้น "ฉันเหนื่อยนะรัน..." คิมหันต์หลับตาลงชั่วครู่ ก่อนจะลืมตาขึ้นมาจ้องมองเธอด้วยแววตาที่สั่นไหวอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน มือหนาเลื่อนมาประคองข้างแก้มเนียนอย่างทะนุถนอม ราวกับเผลอตัวไปชั่วขณะ "เหนื่อยที่ต้องปากร้ายใส่เธอ เหนื่อยที่ต้องฟอร์มจัดทำเป็นไม่แคร์ ทั้งที่ข้างในมันร้อนเป็นไฟเวลาเธอดื้อใส่" รันนิ่งอึ้ง สมองประมวลผลไม่ทันกับคำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากคนที่มักจะพ่นคำพูดเชือดเฉือนใส่เธอทุกวัน ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาแผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจ จนเผลอเอียงแก้มแนบไปกับฝ่ามือรอนๆ นั้นโดยไม่รู้ตัว ดวงตากลมโตมองลึกเข้าไปในดวงตาของสามีในนาม ค้นหาความล้อเล่น แต่สิ่งที่พบมีเพียงความจริงจังและความเว้าวอนที่ถูกกักเก็บไว้มานาน "ถ้าเหนื่อยนัก... ทำไมไม่บอกกันดีๆ ล่ะคะ" รันกระซิบถามเสียงสั่น พลางอมยิ้มบางๆ ที่มุมปากอย่างนึกหมั่นไส้ปนเอ็นดู "มัวแต่ปากแข็งแบบนี้ ใครเขาจะไปรู้ทันกันเล่า" คิมหันต์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มมุมปากที่แสนร้ายกาจปรากฏขึ้นอีกครั้ง แต่มันกลับเต็มไปด้วยความโล่งอก "ถ้าบอกตรงๆ เธอก็ไม่ได้วิ่งมาเถียงฉันจนคอเป็นเอ็นแบบนี้สิ... จริงไหม ยัยตัวแสบ" รันค้อนขวับให้ทีหนึ่ง แต่มือบางกลับไม่ได้ปัดป้องสัมผัสที่ข้างแก้มออก ใบหน้าหวานร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ เมื่อระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงเรื่อยๆ จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพล รันหลุบตาลงมองริมฝีปากหนาที่กำลังโน้มเข้าใกล้ขึ้นทุกที สติสัมปชัญญะเริ่มพร่าเลือน ความรู้สึกต่อต้านพังทลายลงราบคาบ ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะแตะเข้าหากันอย่างเนิบนาบ... *กริ๊งงงงง!* เสียงกริ่งหน้าห้องพักหรูดังขึ้นแทรกกลางความเงียบงัน ทำลายบรรยากาศสีชมพูที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างไม่รู้กาลเทศะ! คิมหันต์ชะงักกึก สีหน้าเปลี่ยนจากความคลั่งรักกลายเป็นยักษ์มารติดจะหงุดหงิดขั้นสุดในเสี้ยววินาที ส่วนรันสะดุ้งสุดตัว รีบผละถอยหลังออกมาด้วยความตกใจ ใบหน้าแดงก่ำลามไปถึงใบหู ร่างสูงสบถคำหยาบออกมาเบาๆ อย่างหัวเสีย ก่อนจะหันไปมองหน้าประตูด้วยสายตาดุดล้ำ รันยืนหอบหายใจถี่กระชั้น จัดชุดราตรีของตัวเองให้เข้าที่ด้วยความรลึกรน ใครกันที่กล้ามาขัดจังหวะเวลานี้! คิมหันต์ก้าวเท้ากระแทกกระทั้นเดินไปกระชากประตูห้องเปิดออกด้วยใบหน้าบึ้งตึง พร้อมจะอัดใครก็ตามที่กล้ามากวนใจในยามวิกาล แต่ทว่า... ทันทีที่ประตูเปิดกว้าง ร่างสูงกลับยืนนิ่งค้าง สีหน้าเปลี่ยนเป็นความตกตะลึงเมื่อเห็นเงาร่างของคนที่ยืนอยู่หน้าห้อง รันขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เธอก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้เพื่อชะโงกหน้ามองดูแขกยามวิกาล ก่อนที่ดวงตากลมโตจะเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อเห็นว่าใครยืนอยู่ตรงนั้น! — แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ! - **กลิ่นลิลลี่สีขาว**
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับยัยตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%