ดีลลับฉบับยัยตัวแสบ•ตอนที่ 23

ปฏิบัติการเสิร์ฟรัก

ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
บรรยากาศกลางห้องทำงานอวลไปด้วยกลิ่นอายคุกรุ่น ชนิดที่ว่าต่อให้จุดเทียนหอมกลิ่นวานิลลาความเข้มข้นสูงสุด ก็ยังไม่อาจกลบเกลื่อนรังสีความเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากร่างสูงของประธานหนุ่มได้เลยแม้แต่น้อย "ผมคงมาผิดเวลาสินะครับ" เสียงทุ้มของภาคินดังขึ้นทำลายความเงียบ ทว่าสายตาคมกริบของเขากลับไม่ได้แสดงอาการเกรงกลัวเลยสักนิด ยิ่งไปกว่านั้น รอยยิ้มมุมปากที่เขาสส่งให้รันนารียิ่งเปรียบเสมือนน้ำมันราดลงบนกองเพลิงในอกของคิมหันต์ รันนารีกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หญิงสาวเหลือบมองผู้ชายสองคนที่ยืนเผชิญหน้ากันราวกับเสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ คนหนึ่งคือคู่แข่งทางธุรกิจที่จ้องจะแทรกแซงเธอทุกฝีก้าว ส่วนอีกคนคือสามีในนามผู้ขึ้นชื่อเรื่องความปากร้ายและฟอร์มจัดเป็นที่หนึ่ง แต่ในเวลานี้ ดวงตาคมกราบของคิมหันต์กลับไม่ได้มองภาคินด้วยซ้ำ เขากำลังจดจ้องมาที่เธอด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก—ทั้งตัดพ้อ ทั้งหึงหวง และดื้อรั้นจนน่าหมั่นไส้ "คุณภาคินมีธุระอะไรกับโปรเจกต์นี้ ถ้าไม่มี... เชิญครับ" คิมหันต์เอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทุกพยางค์ที่หลุดออกมาจากริมฝีปากหยักได้รูปนั้นเต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาล มือหนาทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน "ผมแค่นำเอกสารปรับแก้แบบแปลนมาชี้แจงเพิ่มเติมให้คุณรันนารีฟังน่ะครับ พอดีเรามีนัดคุยงานกันนอกรอบ..." ภาคินจงใจเน้นเสียงคำว่า 'นอกรอบ' พร้อมกับก้าวเข้าไปใกล้หญิงสาวอีกนิด "ไม่ต้อง!" คิมหันต์ก้าวมาขวางกลางระหว่างทั้งสองคนอย่างรวดเร็ว เร็วจนรันนารีต้องอุทานออกมาเบาๆ "งานนี้ดูแลโดยบริษัทผม และภรรยาผม... ไม่จำเป็นต้องคุยกับใครนอกรอบทั้งสิ้น เชิญกลับไปก่อนที่ผมจะหมดความอดทน" รันนารีเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบกับคำว่า 'ภรรยาผม' ที่ถูกพ่นออกมาอย่างไร้ความลังเล นี่เขาหลุดปากประกาศความเป็นเจ้าของต่อหน้าคู่แข่งทางธุรกิจแบบโต้งๆ เลยอย่างนั้นหรือ? ปกติแล้วผู้ชายคนนี้พยายามจะซ่อนสถานะแต่งงานปลอมๆ นี้ยิ่งกว่าอะไรดี แต่วันนี้กลับยอมกลืนน้ำลายตัวเองเพราะความหึงครอบงำ ภาคินหัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาวาวโรจน์ขึ้นด้วยความท้าทาย "อ๋อ... สามีในนามที่แทบจะไม่เคยดูแลเอาใจใส่ภรรยาเลยเนี่ยนะ ถึงกับต้องออกอาการหวงก้างขนาดนี้เชียวหรือครับท่านประธาน ระวังเถอะครับ... ปล่อยให้ดอกไม้สวยๆ อยู่คนเดียว นานวันเข้าอาจจะมีคนอื่นมารดน้ำพรวนดินแทน" "พอเลยค่ะทั้งสองคน!" รันนารีทนดูสงครามประสาทไม่ไหว เธอรีบก้าวเท้าเข้ามาแทรกกลางแล้วผลักอกร่างสูงของสามีออกห่างจากภาคินเล็กน้อย "คุณภาคินคะ เอกสารวางไว้ตรงนั้น เดี๋ยวฉันดูต่อเอง ส่วนเรื่องนอกรอบอะไรนั่น... ยกเลิกค่ะ เชิญกลับได้เลย ขอบคุณสำหรับความหวังดี" ภาคินชะงักไปนิดเมื่อเจอไม้นี้ของสถาปนิกสาว แต่เมื่อเห็นสายตาพิฆาตจากด้านหลังของคิมหันต์ที่พร้อมจะพุ่งเข้ามาขย้ำคอเขาได้ทุกเมื่อ เจ้าตัวจึงยอมยกมือขึ้นอย่างยอมจำนน "โอเคครับ ไว้ผมจะติดต่อมาใหม่นะรัน" ประตูปิดลงพร้อมกับความเงียบที่กลับมาปกคลุมอีกครั้ง ทว่าบรรยากาศกลับอึดอัดยิ่งกว่าเดิม รันนารีถอนหายใจเฮือกใหญ่ หันกลับมามองหน้าสามีจอมเผด็จการที่ตอนนี้กำลังยืนกอดอก ใบหน้าคมคายบึ้งตึงยิ่งกว่าก้นกระทะ "พูดจาอะไรออกไปรู้ตัวบ้างไหมคะ?" รันนารีเปิดฉากก่อนด้วยความหมั่นไส้ "ไปประกาศว่าฉันเป็นภรรยาชาวบ้านเขาโต้งๆ แบบนั้น เกิดข่าวรั่วไหลขึ้นมา ฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน" "แล้วทำไมจะต้องแคร์?" คิมหันต์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงห้วนจัดเจือความน้อยใจอย่างปิดไม่มิด "ยืนยิ้มรับให้ไอ้บ้านั่นหยอดคำหวานใส่ตั้งนานสองนาน ยังจะมีหน้ามาต่อว่าผมอีกเหรอ? ถ้าผมไม่เดินเข้ามา เธอคงจะยอมดินเนอร์นอกรอบกับมันไปแล้วมั้ง!" "นี่คุณ!" หญิงสาวเท้าสะเอว จ้องหน้าสามีตาเข็ง "อย่ามาปรักปรำฉันนะ ฉันกับคุณภาคินเราเป็นแค่เพื่อนร่วมงานกัน แล้วอีกอย่าง... คุณมีสิทธิ์อะไรมาหึงหวงฉันคะ เราตกลงกันไว้แล้วไม่ใช่เหรอว่าต่างคนต่างอยู่" คิมหันต์ชะงักไปนิด ดวงตาคมกริบไหววูบชั่วพริบตาก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวตามเดิม ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิดตัวหญิงสาวทีละก้าว จนรันนารีต้องถอยหลังไปชนกับขอบโต๊ะทำงานอย่างไร้ทางหนี มือหนายื่นออกไปท้าวโต๊ะกักตัวเธอไว้ในอ้อมแขน สัมผัสความอบอุ่นและกลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ลอยมาแตะจมูกจนหัวใจเจ้ากรรมเต้นไม่เป็นส่ำ "สิทธิ์เหรอ..." คิมหันต์ก้มลงกระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าจนขนลุกซู่ "ในทะเบียนสมรสระบุชัดเจนว่าเธอเป็นใคร... และต่อให้มันจะเป็นแค่กระดาษแผ่นเดียว แต่ผู้ชายหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องเมียผมทั้งนั้น!" รันนารีใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ เธอพยายามเบือนหน้าหนีความใกล้ชิดอันตรายนี้ แต่ปลายนิ้วแกร่งกลับเชยคางเธอให้หันกลับมาสบตา "ปล่อยนะคะ คนฟอร์มจัดอย่างคุณ... มาทำเป็นพูดจาแบบนี้หมายความว่ายังไง" "ไม่ได้ฟอร์ม!" คิมหันต์เถียงเสียงแข็ง กลบเกลื่อนความเขินด้วยการทำหน้าดุ "แล้วก็ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่อง เคลียร์เรื่องไอ้ภาคินให้จบก่อน... ห้ามไปไหนมาไหนกับมันสองต่อสองอีก เข้าใจไหม?" "ทำไมฉันต้องฟังคุณด้วย!" "เพราะผมสั่ง!" ประธานหนุ่มทิ้งคำสั่งเด็ดขาดไว้แค่นั้น ก่อนจะสะบัดหน้าหนีแล้วเดินดุ่มๆ ออกจากห้องทำงานไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้รันนารียืนกะพริบตาปริบๆ กับความเอาแต่ใจของสามีในนามที่นับวันยิ่งอาการหนักขึ้นเรื่อยๆ ____________________ ผ่านไปล่วงเลยจนถึงช่วงค่ำ รันนารีที่จมอยู่กับกองแบบแปลนและงานดีไซน์จนปวดขมับ ถอนหายใจออกมาเป็นรอบที่ร้อยของวัน ท้องเริ่มส่งเสียงประท้วงเบาๆ เพราะมื้อเย็นถูกละเลยไปเนื่องจากมัวแต่เคลียร์งานค้าง ก๊อกๆ! เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่บานประตูจะเปิดออกโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต รันนารีขมวดคิ้วมุ่นเงยหน้าขึ้นจากจอคอมพิวเตอร์ เตรียมจะเอ่ยปากดุคนที่เสียมารยาท แต่คำพูดทั้งหมดกลับกลืนหายลงไปในลำคอทันที ร่างสูงของคิมหันต์ก้าวเข้ามาในห้อง ทว่าภาพลักษณ์ของประธานหนุ่มผู้เนี๊ยบกริบตลอดเวลาในวันนี้กลับแปลกตาไปอย่างสิ้นเชิง สูทตัวนอกถูกถอดพาดไว้ที่แขน เสื้อเชิ้ตสีขาวถูกพับแขนขึ้นมาถึงข้อศอกเผยให้เห็นท่อนแขนแข็งแรง และที่สำคัญ... ในมือข้างหนึ่งของเขากำลังถือช่อดอกลิลลี่สีขาวช่อใหญ่โตเอาไว้ ส่วนอีกมือถือปิ่นโตอาหารทรงญี่ปุ่นหลายชั้น รันนารีอ้าปากค้าง สมองประมวลผลไม่ทันกับภาพที่เห็นตรงหน้า ประธานคิมหันต์... คนที่ใช้เงินซื้อทุกอย่างด้วยปลายนิ้ว คนที่ไม่เคยแม้แต่จะเข้าครัวทำอะไรให้ใครกิน... กำลังยืนถือปิ่นโตกับดอกไม้ทำหน้าบอกบุญไม่รับอยู่ตรงหน้าเธอเนี่ยนะ? "มองอะไร ปิดปากแล้วรับไปสิ หนักนะเว้ย" คิมหันต์บ่นอุบอิบ ใบหูทั้งสองข้างขึ้นสีแดงเรื่ออย่างเห็นได้ชัดแม้จะพยายามทำเป็นตีหน้าขรึมกลบเกลื่อน "คุณ... คุณทำอะไรเนี่ย?" รันนารีลุกขึ้นยืน ชี้ไปที่ช่อดอกไม้สลับกับปิ่นโตด้วยความงุนงง "นี่คุณเอาสมองส่วนไหนคิดถึงได้หอบดอกไม้กับข้าวมาง้อฉัน... เดี๋ยวนะ ใครบอกให้คุณมาง้อ ฉันยังไม่ได้โกรธ... เอ้ย ไม่ใช่ ฉันโกรธอยู่ต่างหาก!" "ใครบอกว่ามาง้อ!" คิมหันต์เสียงดังใส่เพื่อกลบเกลื่อนความเขินจัด ร่างสูงเดินดุ่มๆ เข้ามาวางช่อดอกไม้และปิ่นโตกระแทកบนโต๊ะทำงานของเธอเสียงดังปัง "แม่บ้านบอกว่าเธอยังไม่กินข้าวเย็น แล้วก็บ่นว่าปวดหัว ผมผ่านมาแถวนี้... เออ... ก็เลยแวะซื้อติดมือมาให้เฉยๆ หรอกน่า อย่าคิดไปเอง" รันนารีกะพริบตาปริบๆ เดินเข้าไปใกล้ช่อดอกลิลลี่สีขาวบริสุทธิ์ที่มีการจัดแต่งอย่างประณีต กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ลอยแตะจมูกชวนให้ใจเต้นแรง เธอมองหน้าสามีซึนเดระที่ยืนกอดอกทำเป็นมองไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาเธอ มุมปากอิ่มยกยิ้มขึ้นอย่างอดไม่ได้ "ปากแข็งจริงนะคะท่านประธาน..." รันนารีแกล้งแซوة เอื้อมมือไปเปิดชั้นปิ่นโตออก กลิ่นหอมฉุยของอาหารโปรดฝีมือเชฟร้านดัง (ที่เจ้าตัวแอบไปซื้อมาหรือทำเองก็ไม่อาจรู้ได้) ลอยขึ้นมาเตะจมูกจนท้องร้องโครกคราฟ "ไหนบอกว่าซื้อมาเฉยๆ แต่มีแต่ของโปรดฉันทั้งนั้นเลยนะเนี่ย" "ก็... ร้านมันทางผ่านพอดีต่างหากล่ะ เลิกพูดมากแล้วกินเข้าไปซะ เดี๋ยวจะหาว่าสามีใจร้ายปล่อยให้เมียอดตายคาโต๊ะทำงาน" คิมหันต์หันกลับมาทำเสียงดุกลบเกลื่อนความเขินที่ลามเลียไปทั่วใบหน้า รันนารียิ้มกว้างอย่างมีความสุข ความเหนื่อยล้าตลอดทั้งวันมลายหายไปสิ้นในพริบตา เธอกำลังจะเอ่ยปากแซวสามีต่อนิดหน่อยเพื่อให้เขาเสียอาการเล่นๆ ทว่าจู่ๆ เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของเธอก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศหวานอมเปรี้ยวนี้เสียก่อน หน้าจอแสดงชื่อสายเรียกเข้าที่ทำเอาคิมหันต์หุบยิ้มฉับพลัน เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนขึ้นมาอีกรอบเมื่อเห็นชื่อของ 'ภาคิน' โชว์หร่าอยู่บนหน้าจอ รันนารีชะงัก เหลเหลือบมองหน้าสามีที่ตอนนี้แววตาดำมืดลงอย่างน่ากลัว หญิงสาวเอื้อมมือจะไปหยิบโทรศัพท์เพื่อกดตัดสาย แต่คิมหันต์กลับไวรัสคว้าข้อมือเธอไว้เสียก่อน แรงบิดที่ดึงรั้งทำให้ร่างบางเซเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างอย่างจัง "อย่ารับ..." เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาด้วยความหึงหวงที่พุ่งทะลุจุดเดือด "ถ้าเธอกดรับตอนนี้... ฉันจะจูบเธอให้หายพูดไปเลย คอยดู!"
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับยัยตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%