"คุณหมายความว่ายังไงคะ มีนตรา เอกสารโปรเจกต์สำคัญถูกสับเปลี่ยน แล้วคนที่ทำคือ... ใครกันแน่!"
รันนารีตวาดลั่นห้องทำงานส่วนตัว เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนดังสะท้อนท่ามกลางความตึงเครียดที่พุ่งสูงจนแทบจะระเบิด เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นตามไรผมของสถาปนิกสาวผู้ไม่เคยเกรงกลัวใคร แต่วินาทีนี้ หัวใจเธอกลับเต้นรัวระรัวราวกับกลองศึก เมื่อปลายสายคือมีนตราเพื่อนสนิทที่หายใจหอบฮืดด้วยความตกใจกลัว
"ภาคินค่ะแก! ฉันเพิ่งเห็นภาพจากกล้องวงจรปิดรอบดึก ภาคินแอบเข้ามาในห้องเก็บเอกสารแล้วเอาแฟ้มโปรเจกต์ประกวดราคาไปสลับกับแฟ้มปลอม! ตอนนี้มันกำลังเอาไปยื่นให้คณะกรรมการชุดใหญ่แล้วนะรัน แกต้องรีบ..."
สายตัดไปดื้อๆ พร้อมกับสัญญาณที่ขาดหาย รันนารีกัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด สมองอันปราดเปรียวประมวลผลอย่างรวดเร็ว ภาคิน... ผู้ชายหน้าเนื้อใจเสือที่ทำทีเป็นเข้ามาจีบเธอ หวังจะใช้เธอเป็นบันไดไต่เต้าทางธุรกิจ แต่เมื่อเธอปฏิเสธและรู้ทันสันดานดิบ เขากลับเลือกใช้วิธีสกปรกเพื่อทำลายเธอและบริษัทของคิมหันต์!
ประตูกระจกบานหรูถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยไม่เคาะ ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปของคิมหันต์ก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าถมึงทึง ดวงตาคมกริบฉายแววกรุ่นโกรธจนน่ากลัว แต่ในขณะเดียวกัน มันก็มีความห่วงใยระคนร้อนรนซ่อนอยู่ลึกๆ แบบที่เจ้าตัวพยายามจะกลบเกลื่อนเต็มที่
"เกิดอะไรขึ้น เสียงดังไปถึงห้องฉันข้างนอกโน่น" คิมหันต์เอ่ยเสียงเข้ม ปากร้ายใส่ตามนิสัย "เธอทำแฟ้มโปรเจกต์พังเหรอรัน ถึงได้สติหลุดกรีดร้องซะขนาดนั้น"
รันนารีหันขวับไปมองสามีในนามที่ยืนกอดอกตีหน้ายักษ์ใส่เธอในยามวิกฤต แทนที่จะโกรธ เธอกลับรู้สึกถึงความอุ่นวาบที่แล่นพล่านขึ้นมาในอก ผู้ชายคนนี้ปากร้าย หยิ่งยโส และฟอร์มจัดเป็นที่หนึ่ง แต่ทุกครั้งที่มีปัญหา เขากลับเป็นคนแรกที่ก้าวเข้ามาประจันหน้าเคียงข้างเธอเสมอ
"คุณคิมหันต์คะ..." รันสูดหายใจเข้าลึกๆ ก้าวเข้าไปประชิดตัวร่างสูงจนอีกฝ่ายชะงักไปเล็กน้อยด้วยความคาดไม่ถึง ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตานิลกาฬของเขา "ภาคินมันหักหลังเราค่ะ มันขโมยเอกสารโปรเจกต์ไปยื่นตัดหน้าเราแล้ว"
คิมหันต์ชะงักไปชั่ววินาที ก่อนที่มุมปากหยักจะกระตุกยิ้มเหยียดเยติ เย็นชาและอันตรายยิ่งกว่าเดิม รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันที
"กล้ามากนะไอ้เด็กเมื่อวานซืนนั่น..." เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟัน คิมหันต์แค่นหัวเราะในลำคอ "คิดว่าจะเล่นตกรอบฉันเหรอ ฝันไปเถอะ"
"แล้วเราจะทำยังไงคะ? อีกสิบนาทีคณะกรรมการจะปิดรับเอกสารแก้ไขแล้วนะ!" รันถามด้วยน้ำร้อนรน มือเรียวบางเผลอคว้าชายเสื้อสูทของเขาไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว
คิมหันต์ก้มมองมือเล็กที่กำเสื้อเขาไว้ ดวงตาคมกริบอ่อนแสงลงวูบหนึ่งอย่างรวดเร็วจนแทบจับสังเกตไม่ได้ มือหนาเอื้อมขึ้นมาทาบกับมือบางของเธอที่กำเสื้อเขาไว้ แล้วออกแรงดึงเบาๆ ให้เธอขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนกลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าแตะจมูก
"กลัวเหรอ รันนารีคนเก่งหายไปไหนซะล่ะ หืม?" เขายังไม่วายหยอดคำเย้าแหย่กวนประสาทในสถานการณ์คับขัน
"นี่ไม่ใช่เวลามาล้อเล่นนะคะคุณคิมหันต์!" รันถลึงตาใส่ ง้างมือเตรียมจะตีแขนแกร่งสักทีข้อหาหมั่นไส้ แต่คิมหันต์ไว In Medias Res กว่า เขาคว้าข้อมือเธอไว้แล้วดึงเข้าไปประชิดอกแกร่งในคราวเดียว ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดอยู่ข้างแก้มสาก
"ใครบอกว่าฉันล้อเล่น..." เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบาข้างใบหู ขนอ่อนลุกชันไปทั่วร่าง "มองตาฉันสิรัน ฉันเคยปล่อยให้ใครหน้าไหนมาทำลายของสำคัญของฉันได้รึไง"
คำว่า 'ของสำคัญ' ทำให้หัวใจของรันกระตุกวูบ เลือดสูบฉีดขึ้นมาบนใบหน้าจนร้อนผ่าว เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมที่ไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความมั่นใจ ความดุดัน และประกายความคลั่งรักที่ซ่อนอยู่หลังม่านความเย่อหยิ่ง
ก่อนที่รันจะได้เถียงอะไรกลับไป ประตูห้องทำงานก็เปิดผางขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับภาคินที่เดินยิ้มร่าเข้ามาด้วยท่าทางเหนือกว่า ด้านหลังมีคณะกรรมการอาวุโสสองคนเดินตามเข้ามาสมทบ
"อ้าว คุณคิมหันต์ คุณรันนารี ยังคุยกันอยู่อีกเหรอครับ?" ภาคินแสร้งทำเป็นยิ้มแย้ม ทว่าแววตากลับเต็มไปด้วยความสะใจ "ผมเกรงว่าเวลาส่งเอกสารจะหมดลงแล้วนะครับ และดูเหมือนว่าโปรเจกต์ของบริษัทคุณ จะไม่มีเอกสารยืนยันต้นแบบสินะครับ น่าเสียดายจริงๆ"
คณะกรรมการอาวุโสพยักหน้ารับอย่างเคร่งขรึม "นั่นสิครับคุณคิมหันต์ ถ้าไม่มีเอกสารยืนยันภายในกำหนด เราคงต้องตัดสิทธิ์บริษัทของคุณตามระเบียบ"
รันเม้มปากแน่น หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม เธอเตรียมจะก้าวออกไปอธิบายความจริง แต่คิมหันต์กลับยกมือขึ้นห้ามด้วยท่าทีสุขุมเยือกเย็น ร่างสูงก้าวออกไปบังร่างบางไว้ครึ่งหนึ่งราวกับจะปกป้องเธอจากสายตาคมปลาบของทุกคน
"ใครบอกว่าผมไม่มีเอกสารยืนยันล่ะครับคุณภาคิน" คิมหันต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่น่าเกรงขาม
ภาคินขมวดคิ้ว "จะเป็นไปได้ยังไง ก็แฟ้มต้นฉบับมัน..."
"แฟ้มต้นฉบับที่คุณขโมยไปจากห้องเก็บเอกสารเมื่อคืนน่ะเหรอ?" คิมหันต์ยิ้มมุมปาก ยิ้มที่ทำให้ภาคินหน้าถอดสี "เสียใจด้วยนะภาคิน เอกสารแผ่นนั้นน่ะ เป็นเอกสารปลอมที่ผมจงใจวางไว้ล่อปลาติดเบ็ดต่างหาก ส่วนเอกสารตัวจริง..."
คิมหันต์หันกลับมามองรันนารี สายตาที่สื่อความหมายลึกซึ้งทำให้เธอยิ้มออกทันที ร่างสูงล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูทหยิบแฟ้มหนังสีดำสนิทออกมา แล้วชูขึ้นต่อหน้าคณะกรรมการ
"...อยู่นี่ครับ"
ภาคินหน้าซีดเผือด เข่าแทบทรุดลงไปกองกับพื้น ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด "เป็นไปได้ยังไง! ผมเช็คดูดีแล้ว..."
"เช็คดีแล้วแต่โง่โดนเขาหลอกซ้อนแผนล่ะสิคะ" รันอดไม่ได้ที่จะสวนกลับด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย ปากเก่งทำงานทันทีเมื่อตั้งหลักได้ "คิดเหรอว่าคนอย่างคุณคิมหันต์จะพลาดท่าให้คนตื้นๆ แบบคุณง่ายๆ ฝันไปเถอะค่ะ!"
คณะกรรมการรับแฟ้มเอกสารตัวจริงไปตรวจสอบก่อนจะพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ "ยอดเยี่ยมมากครับคุณคิมหันต์ รายละเอียดครบถ้วนสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ บริษัทของคุณผ่านเข้ารอบสุดท้ายอย่างเป็นทางการครับ!"
สิ้นคำประกาศของคณะกรรมการ ภาคินก็ทรุดฮวบหน้าซีดเป็นไก่ต้ม ถูกเจ้าหน้าที่เชิญตัวออกไปจากห้องทันทีด้วยข้อหาพยายามโจรกรรมข้อมูลทางธุรกิจ ความวุ่นวายทั้งหมดคลี่คลายลงในเวลาไม่ถึงสี่นาที!
เมื่อความเงียบกลับมาเยือนห้องทำงานอีกครั้ง บรรยากาศก็เปลี่ยนจากความตึงเครียดเป็นความอบอุ่นที่อบอวลไปด้วยเคมีอันตรายระหว่างคนทั้งคู่ คิมหันต์หันกลับมาหารันนารีที่ยืนกอดอกมองเขาด้วยรอยยิ้มหมั่นไส้แกُمเอ็นดู
"ทีหลังอย่าทำหน้าโง่ๆ แบบเมื่อกี้อีกนะรัน หัวใจฉันเกือบวายเพราะความตกใจของเธอนี่แหละ" คิมหันต์แกล้งบ่น ปากร้ายกลบเกลื่อนความโล่งใจ
รันหรี่ตามอง สามีในนามตัวดี "เมื่อกี้คุณว่าใครโง่คะคุณคิมหันต์? ถ้าฉันไม่โทรบอกมีนตรา คุณจะรู้ไหมล่ะว่าภาคินมันแอบเอาเอกสารไปน่ะ!"
"ก็รู้สีก่อนหน้านั้นแล้วน่า..." คิมหันต์ยักไหล่กวนๆ ก่อนจะก้าวเข้าไปประชิดตัวเธออีกครั้ง มือหนาเอื้อมไปหยิบกระเป๋าเอกสารสีน้ำตาลที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน ซึ่งเป็นเอกสารฉบับเก่าที่พวกเขาเคยเซ็นร่วมกันเมื่อหลายเดือนก่อน... เอกสารสัญญาแต่งงานปลอมๆ ที่ผูกมัดพวกเขาไว้ด้วยผลประโยชน์ทางธุรกิจ
รันมองตามมือของเขา หัวใจเต้นแรงขึ้นมาทันทีเมื่อรู้ว่าเขากำลังจะทำอะไร
คิมหันต์ดึงแผ่นกระดาษสัญญาแต่งงานฉบับนั้นออกมาจากแฟ้ม ดวงตาคมมองสบตากับเธอนิ่งนาน ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมาจากริมฝีปากหยัก มีเพียงรอยยิ้มอ่อนโยนที่นานๆ ครั้งเธอจะได้เห็นจากผู้ชายปากแข็งคนนี้
ซวบ!
เสียงกระดาษฉีกขาดดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ คิมหันต์ฉีกสัญญาแต่งงานปลอมๆ แผ่นนั้นออกเป็นสองท่อน ก่อนจะขยำมันแล้วโยนลงถังขยะอย่างไม่ใยดี
รันนารีเบิกตากว้างเล็กน้อย แม้จะรู้อยู่แล้วว่ามันต้องจบลงแบบนี้ แต่พอเห็นกับตา หัวใจเธอก็เต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก
"คุณทำอะไรเนี่ย..." เสียงเธอแผ่วเบาลงโดยไม่รู้ตัว
คิมหันต์ก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอจนแผ่นหลังบางแนบชิดกับขอบโต๊ะทำงาน ร่างสูงโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดอยู่บนริมฝีปากของเธอ
"สัญญาปลอมๆ นั่นหมดความหมายไปตั้งนานแล้วรัน..." เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบา ทว่าชัดเจนทุกถ้อยคำ แววตาของเขาจริงจังจนน่าใจหาย "ตอนนี้... มันเหลือแค่สัญญาใจของเราสองคน ที่ไม่มีวันหมดอายุ และไม่มีวันยกเลิกได้อีกต่อไปแล้ว"
รันนารีรู้สึกเหมือนสมองหยุดทำงานไปชั่วขณะ แก้มเนียนแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู เธอพยายามจะเมินหน้าหนีเพื่อซ่อนความเขินอาย แต่ปลายนิ้วอุ่นของคิมหันต์กลับเชยคางเธอขึ้นมาบังคับให้สบตาเขาตรงๆ
"ว่ายังไงล่ะ คุณภรรยา..." เขายิ้มเจ้าเล่ห์ ปากร้ายแต่สายตากลับคลั่งรักจนแทบละลาย "จะยอมเซ็นสัญญาใจฉบับนี้ด้วยปากของเธอเอง... หรือจะให้ฉันเป็นคนบังคับให้เธอเซ็นด้วยวิธีอื่นดีล่ะ?"
รันเม้มปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามจนแทบกระเด็น เธอยกมือขึ้นดันแผงอกแกร่งเบาๆ พร้อมกับเงยหน้าสบตาเขาด้วยความดื้อรั้นตามประสาคนปากเก่ง "ถ้าฉันบอกว่าไม่..."
คำพูดทุกคำถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อคิมหันต์ไม่รอให้เธอได้พูดจบ ร่างสูงโน้มใบหน้าลงมาประกบเรียวปากหยักเข้ากับริมฝีปากนุ่มของเธอทันทีอย่างเอาแต่ใจและเร่าร้อน
สัมผัสวาบหวามที่แสนคุ้นเคยแต่กลับทำให้หัวใจเต้นแรงยิ่งกว่าเดิม รันเผลอเผยอริมฝีปากรับสัมผัสจากเขาโดยไม่รู้ตัว ปลายลิ้นร้อนล้ำลึกที่กอบโกยลมหายใจทำเอาสถาปนิกสาวขาอ่อนแรงจนต้องใช้มือทั้งสองข้างกำเสื้อสูทของเขาไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยว
ท่ามกลางความเงียบงันและอารมณ์ที่กำลังพุ่งสูงถึงขีดสุด เสียงกริ่งหน้าห้องทำงานก็ดังขึ้นกะทันหัน พร้อมกับร่างของมีนตราที่ผลักประตูพรวดเข้ามาอย่างไร้ความเกรงใจ
"รัน! แก... อุ๊ย! ตายแล้ว ฉันมาขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าเนี่ย!" มีนตราอุทานเสียงดังลั่น ยกมือขึ้นปิดตาทันทีเมื่อเห็นภาพสวีทหวานเกินเบอร์ของเพื่อนสนิทกับท่านประธานหนุ่ม
คิมหันต์ผละริมฝีปากออกอย่างเสียดาย ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นมาทันทีที่ถูกขัดจังหวะสำคัญ เขากวาดสายตาคมดุไปมองเพื่อนตัวแสบของภรรยาด้วยความหงุดหงิดขั้นสุด
"มีนตรา!" รันหน้าแดงแจ๋ รีบผลักอกคิมหันต์ออกแล้วจัดเสื้อผ้าตัวเองให้เรียบร้อยด้วยความเขินอายจัด
มีนตราหัวเราะคิกคัก ยอมเปิดตาออกข้างหนึ่งแล้วส่งยิ้มเจ้าเล่ห์มาให้ "ฉันไม่ได้ตั้งใจจะมาขัดเวลารักหรอกนะพวกแก แต่พอดีมีเอกสารด่วนอีกฉบับส่งตรงมาจาก..."
มีนตราเว้นจังหวะไว้เล็กน้อย สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันที ดวงตากวาดมองทั้งรันและคิมหันต์สลับกันด้วยความกังวล
"...จากคุณแม่ของคุณคิมหันต์ค่ะ ท่านเพิ่งบินกลับมาจากต่างประเทศ และตอนนี้... กำลังยืนรออยู่ที่หน้าลิฟท์ส่วนตัวแล้วค่ะ!"
รันนารีหน้าถอดสีทันที หัวใจที่เพิ่งสงบลงกลับเต้นรัวระรัวด้วยความหวาดหวั่น แม่สามีผู้ไม่เคยชอบหน้าเธอและต้องการให้หย่าขาดจากคิมหันต์มาตลอด ปรากฏตัวขึ้นในเวลาที่ความสัมพันธ์ของพวกเขากำลังจะเริ่มต้นใหม่อย่างแท้จริง!
(โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ)
***
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "กลิ่นลิลลี่สีขาว" มาโดยตลอดนะคะ! รักนะคะคนเก่งของเค้า
ดีลลับฉบับยัยตัวแสบ•ตอนที่ 27
ฉีกสัญญาฉบับเก่า
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับยัยตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!