"ถ้าคุณภาคินยังไม่มีธุระอะไรด่วน ฉันคิดว่าเราควรคุยกันแค่เรื่องโปรเจกต์นะคะ"
เสียงหวานใสแต่เฉียบคมของรันดังขึ้นตัดบรรยากาศตึงเครียดในห้องรับรองวีไอพีทันที ดวงตากลมโตฉายแววระแวดระวังอย่างปิดไม่มิด เมื่อหางตาก็เหลือบไปเห็นเงาร่างสูงโปรดปรานของใครบางคนที่เพิ่งก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงธรณีประตูพอดี
คิมหันต์... สามีในนามที่พ่วงตำแหน่ง CEO จอมเผด็จการ กำลังยืนกอดอก ใบหน้าหล่อเหลาคมคายบึ้งตึงจนแทบจะเป็นเส้นตรง ดวงตาคมกริบมองตรงมาที่ภาคินสลับกับเธอด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งออกมาจนอากาศรอบตัวแทบจะติดลบ
"บังเอิญจังนะครับที่คุณคิมหันต์ก็มาที่นี่ด้วย" ภาคินยิ้มมุมปากอย่างไม่ยี่ห้อ แถมยังจงใจขยับตัวเข้าไปใกล้รันอีกนิดจนคนตัวเล็กต้องถอยหลังหลบ "ผมแค่แวะมาคุยเรื่องงานกับคุณรัน... แต่ดูเหมือนว่าเรากำลังคุยกันถูกคอทีเดียว"
"งานงั้นเหรอคะคุณภาคิน?"
เสียงทุ้มต่ำแต่เย็นเยียบจนน่าขนลุกดังขึ้นแทรกกลางระหว่างคนทั้งสอง คิมหันต์ก้าวช้าๆ เข้ามาใกล้ รัศมีกดดันรอบตัวทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนเป็นสนามรบขนาดย่อมในพริบตา มือหนาเอื้อมมาโอบเอวบางของรันไว้แสดงความเป็นเจ้าของอย่างอุกอาจ รันสะดุ้งเล็กน้อยแต่ไม่ได้ผลักออก ปล่อยให้ร่างสูงดึงเธอเข้าไปแนบชิด
"พอดีว่าภรรยาผม... เขาค่อนข้างหวงงานในความรับผิดชอบค่ะ ถ้าไม่ใช่เรื่องงานในนามบริษัทเรา เกรงว่าคงไม่มีเรื่องอื่นให้คุยกันอีก" คิมหันต์เน้นเสียงคำว่า 'ภรรยา' ชัดถ้อยชัดคำ ดวงตาสีนิลจ้องเขม็งไปที่ภาคินอย่างไม่มีใครยอมใคร
รันแอบถอนหายใจเบาๆ ในใจ หมอนี่มันเด็กโข่งชัดๆ! หึงไม่เข้าเรื่อง แถมยังชอบแสดงความเป็นเจ้าของในเวลาที่ไม่ควรเอาเสียเลย แต่ก็นั่นแหละ... ความหึงหวงแบบซึนๆ ของเขากลับทำให้หัวใจเจ้ากรรมของเธอเต้นผิดจังหวะทุกที
"งั้นเหรอครับ... นึกว่าคุณคิมหันต์กับคุณรันจะเป็นแค่คู่แต่งงานธุรกิจเสียอีก" ภาคินหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน ก่อนจะยอมถอยฉากออกไป "เอาล่ะครับ ไว้โอกาสหน้าเราค่อยคุยกันใหม่นะรัน"
ทันทีที่ร่างของภาคินลับสายตาไป ประตูห้องก็ถูกปิดลงพร้อมกับแรงกดดันที่พุ่งสูงขึ้นเป็นเท่าตัว รันยังไม่ทันได้อ้าปากต่อว่าคนขี้หวง คิมหันต์ก็ก้มลงกระซิบข้างใบหูด้วยน้ำเสียงคาดคั้น
"เมื่อกี้คุยอะไรกัน ตั้งใจอ่อยมันหรือไง ถึงได้ยืนใกล้กันซะขนาดนั้น"
"พูดบ้าอะไรของคุณคะคิมหันต์! ฉันทำงานอยู่ต่างหาก ตาไม่ถึงหรือไงถึงมองไม่ออก" รันหันขวับไปค้อนวงใหญ่ พยายามจะแกะมือปลาหมึกที่เอวออก แต่คนตัวโตกลับยิ่งกอดแน่นขึ้นกว่าเดิม ฝังคางคมลงบนลาดไหล่เธออย่างออดอ้อนปนดื้อรั้น
"ก็ผมหวง... หวงจนแทบจะกินหัวไอ้บ้านั่นอยู่แล้ว" เสียงทุ้มพึมพำเบาๆ อยู่ที่ซอกคอ ทำเอารันหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ มือที่พยายามผลักไสเปลี่ยนเป็นกำเสื้อสูทของเขาแน่นขึ้นโดยอัตโนมัติ
แต่ความหวานปนงอนยังไม่ทันได้ยืดเยื้อ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
รันรีบผลักอกคิมหันต์ให้ออกห่างทันที จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยความรวดเร็ว ขณะที่คิมหันต์จิ๊ปากอย่างขัดใจ ใบหน้ากลับมาเรียบตึงเป็นท่านประธานผู้ทรงอำนาจคนเดิมในเสี้ยววินาที
ประตูเปิดออกเผยให้เห็นร่างของเลขาหน้าห้องที่ก้มศีรษะด้วยความเคารพ ก่อนจะรายงานเสียงสั่น "คุณท่าน... เอ่อ คุณพ่อกับคุณแม่ของคุณคิมหันต์มาถึงแล้วค่ะ และกำลังรออยู่ที่ห้องรับรองใหญ่"
บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที รันหันไปสบตากกับคิมหันต์โดยอัตโนมัติ
ครอบครัวของคิมหันต์... ตัวแปรสำคัญที่สุดในสัญญาแต่งงานปลอมๆ นี้ และวันนี้พวกเขามาเพื่อ 'ทดสอบ' ความสัมพันธ์ของเธอและเขาอย่างเป็นทางการ
"พะ... พ่อกับแม่มาเหรอคะ?" รันเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แม้เธอจะเป็นสถาปนิกสาวฝีมือดีที่ไม่เคยกลัวใครหน้าไหน แต่กับการเจอหน้าครอบครัวระดับแถวหน้าของวงการธุรกิจอย่างตระกูลคิรากร มันก็อดตื่นเต้นไม่ได้จริงๆ
คิมหันต์หันมามองภรรยาในนาม สายตาคมปนกังวลฉายชัดขึ้นวูบหนึ่ง ก่อนที่มือหนาจะเอื้อมไปกุมมือเรียวที่เย็นเฉียบของเธอไว้แน่น บีบเบาๆ เพื่อส่งผ่านความมั่นใจ
"ไม่ต้องกลัว... มีผมอยู่ทั้งคน" น้ำเสียงทุ้มหนักแน่นและจริงจังกว่าทุกครั้ง ทำเอารันรู้สึกใจชื้นขึ้นมาอย่างประหลาด
สิบนาทีต่อมา รันและคิมหันต์ก้าวเข้ามาในห้องรับรองใหญ่ที่มีการตกแต่งอย่างหรูหรา
บนโซฟากลางห้อง มีร่างของชายวัยกลางคนผู้ทรงสง่าและหญิงสูงวัยที่ยังคงความงดงามไว้อย่างเหนียวแน่นกำลังนั่งไขว่ห้างรออยู่ สายตาทั้งสองคู่จับจ้องมาที่พวกเขาทันทีที่ประตูเปิดออก
"มากันแล้วเหรอ... นึกว่าจะต้องรอให้ลูกชายตัวดีไปกราบเชิญถึงบ้านเสียอีก"
เสียงทุ้มทรงอำนาจของประธานใหญ่แห่งคิรากรกรุ๊ปดังขึ้น ขัดจังหวะความเงียบ คุณพ่อของคิมหันต์ส่งยิ้มมุมปากที่ถอดแบบมาจากลูกชายไม่มีผิดเพี้ยน ขณะที่คุณแม่ของคิมหันต์มองรันตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก
รันสูดลมหายใจเข้าลึกเรียกความมั่นใจ เธอคลายมือออกจากคิมหันต์เล็กน้อย ก่อนจะก้าวออกมายืนข้างหน้าหนึ่งก้าวแล้วก้มศีรษะทำความเคารพด้วยท่าทีสง่างามและอ่อนน้อม
"สวัสดีค่ะคุณอาทั้งสอง... รันนารีค่ะ"
คุณแม่ของคิมหันต์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปรายตามองหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตานิ่งสนิท ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยที่ทรงพลัง
"ได้ยินกิตติศัพท์เรื่องความเก่งกาจของหนูรันมาเยอะ วันนี้ได้เจอตัวจริงเสียที... แต่การจะเข้ามาเป็นสะใภ้บ้านคิรากร แค่ทำงานเก่งอย่างเดียวมันไม่พอหรอกนะหนูรัน" ท่านเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะยิงคำถามตรงประเด็น "บอกเหตุผลฉันมาสิ ว่าทำไมฉันถึงต้องยอมรับผู้หญิงที่แต่งงานกับลูกชายฉันด้วยเหตุผลทางธุรกิจ... ให้ครอบครัวเรามั่นใจหน่อยสิว่าหนูไม่ได้หวังแค่ผลประโยชน์"
คำถามทิ่มแทงใจดำพุ่งเข้าใส่ตรงๆ รันนิ่งไปชั่ววินาที บรรยากาศในห้องกดดันจนแทบหยุดหายใจ คิมหันต์ขยับตัวทำจะก้าวเข้ามาปกป้อง แต่รันกลับยกมือขึ้นห้ามไว้เบาๆ เป็นเชิงบอกว่าเธอจัดการเองได้
ดวงตากลมโตสบตากับมารดาของสามีอย่างไม่หลบเลี่ยง รอยยิ้มบางเบาแต่เต็มไปด้วยความมั่นใจปรากฏขึ้นที่มุมปากของสถาปนิกสาว
"ดิฉันเข้าใจความกังวลของคุณแม่นะคะ..." รันเริ่มต้นด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ ไพเราะแต่หนักแน่นทุกถ้อยคำ "ตระกูลคิรากรยิ่งใหญ่และทรงอิทธิพล ใครๆ ก็คงอยากเข้ามาเกี่ยวดองเพื่อผลประโยชน์ แต่สำหรับรัน... งานก็คืองาน ความรู้สึกก็คือความรู้สึกค่ะ"
เธอหันไปมองคิมหันต์แวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาสบตาผู้อาวุโสทั้งสองตรงๆ
"ถ้าดิฉันหวังแค่เงินทองหรือชื่อเสียง ดิฉันคงไม่เลือกใช้วิธี 'พิสูจน์ตัวเอง' ด้วยผลงานที่ผ่านมาด้วยซ้ำ ทุกโปรเจกต์ที่ดิฉันทำ ทุกหยาดเหงื่อที่รันลงแรงไป มันคือศักดิ์ศรีที่รันสร้างขึ้นมาด้วยสองมือของตัวเอง และถ้าวันนี้... คุณพ่อกับคุณแม่จะยอมรับรัน รันอยากให้ยอมรับเพราะตัวตนของรัน ไม่ใช่เพราะนามสกุลคิรากรค่ะ"
สิ้นเสียงของรัน ห้องรับรองทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัดชั่วขณะ
คุณพ่อของคิมหันต์นิ่งอึ้งไปเล็กน้อย ก่อนที่มุมปากหยักจะค่อยๆ ยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มที่กว้างกว่าเดิม ขณะที่คุณแม่ของคิมหันต์ที่เคยตีหน้านิ่งมาตลอด กลับระบายยิ้มบางๆ ออกมาอย่างปิดไม่มิด
คิมหันต์แอบถอนหายใจโล่งอก สายตาที่มองภรรยาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจและประกายความคลั่งรักที่ล้นทะลัก
"ฮ่าๆๆ! สมแล้วที่เป็นหนูรัน... กล้าหาญ ปากเก่ง และมีเหตุผลแบบนี้แหละ ถึงจะปราบลูกชายตัวแสบของฉันอยู่หมัด!" คุณพ่อหัวเราะออกมาเสียงดังด้วยความชอบใจ
คุณแม่ลุกขึ้นเดินเข้ามาใกล้รัน ก่อนจะเอื้อมมือมาตบไหล่เธอเบาๆ ด้วยความเอ็นดู "ผ่าน... แบบนี้ค่อยสมน้ำสมเนื้อกับตำแหน่งลูกสะใภ้บ้านเราหน่อย"
รันกะพริบตาปริบๆ ด้วยความโล่งอก รอยยิ้มกว้างเผยบนใบหน้าสวย หินก้อนใหญ่ที่ถ่วงอกมานานถูกยกออกไปในพริบตา เธอทำสำเร็จแล้ว!
แต่ความสุขยังไม่ทันได้ดื่มด่ำเต็มที่ เสียงทุ้มต่ำของคิมหันต์ที่ก้มลงมาแนบชิดใบหูกลับกระซิบเบาๆ ด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ที่ทำเอาเธอต้องขนลุกซู่
"เก่งมากครับภรรยา... ไหนๆ ก็พิสูจน์ตัวเองผ่านแล้ว คืนนี้เราคงต้องมา 'ทบทวนบทเรียน' เรื่องความสัมพันธ์กันแบบตัวต่อตัวเสียหน่อยแล้วล่ะ..."
รันหันขวับไปค้อนคนเจ้าเล่ห์ทันที แต่ยังไม่ทันได้อ้าปากเถียง ประตูห้องรับรองด้านหลังก็ถูกเปิดผางออกอีกครั้ง พร้อมกับเสียงตื่นตระหนกของเลขาที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา
"คุณคิมหันต์คะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ! เอกสารโปรเจกต์สำคัญถูกสับเปลี่ยน และคนที่ทำคือ..."
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุนความแสบของยัยรันกับความซึนของนายคิมหันต์มาจนถึงตอนนี้นะคะ! ห้ามพลาดตอนหน้าเด็ดขาดค่ะ นั่งไม่ติดเก้าอี้แน่! - กลิ่นลิลลี่สีขาว
ดีลลับฉบับยัยตัวแสบ•ตอนที่ 26
บททดสอบสุดท้าย
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับยัยตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!