กลิ่นหอมเย็นของโคโลญจน์ราคาแพงยังคงลอยวนอยู่ในโสตประสาท แต่วินาทีนี้บรรยากาศรอบตัวกลับเยียบเย็นเสียยิ่งกว่าติดลบ รันนารีเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ขณะทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหนังตัวยาวในห้องนั่งเล่นโดยไม่ชายตาแลร่างสูงที่ยืนค้ำหัวอยู่เลยสักนิด ความเงียบงันที่โรยตัวปกคลุมเข้ามาตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าบ้านหลังนี้เมื่อคืน ช่างน่าอึดอัดและกดดันจนแทบหายใจไม่ออก
"จะเงียบใส่กันไปถึงไหนคะคุณคิมหันต์"
ในที่สุด รันนารีก็เป็นฝ่ายทนไม่ไหว โพล่งทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน ดวงตากลมโตตวัดมองสามีในนามที่ยืนตีหน้าขรึมทำราวกับเธอเป็นแค่อากาศธาตุ คิรากรยังคงนิ่งเงียบ เขายกมือขึ้นปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตออกสองเม็ดอย่างเชื่องช้า ท่าทางสุขุมเยือกเย็นนั้นช่างน่าหมั่นไส้เสียจนเธออยากจะคว้าหมอนอิงปาใส่หน้าหล่อๆ นั่นให้รู้แล้วรู้รอด
"ผมไม่มีอะไรจะพูด" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาอย่างไร้ความรู้สึก ดวงตาคมกริบกวาดมองเธอด้วยแววตาเรียบเฉย ทั้งที่เมื่อคืน... คนๆ เดียวกันนี้เพิ่งจะกระซิบคำพูดที่เต็มไปด้วยไฟแห่งความหึงหวงข้างใบหูเธอแทบขาดใจ
"ไม่มีอะไรจะพูดเหรอคะ? งั้นไอ้เรื่องบ้าๆ ที่คุณพูดเมื่อคืนก่อนออกจากห้องไอ้ภาคินล่ะคะ มันหมายความว่ายังไง!" รันนารีลุกพรวดขึ้นยืน เผชิญหน้ากับเขาอย่างไม่เกรงกลัว ความอัดอั้นตันใจที่สะสมมาข้ามคืนระเบิดออกมาเป็นน้ำเสียงตึงเครียด "คุณคิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงมีสิทธิ์มาประกาศกร้าวแบบนั้นใส่คนอื่น แถมยังลากฉันออกมาทั้งที่ยังคุยกับลูกค้าไม่รู้เรื่อง!"
คิมหันต์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นชาและบาดลึก เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอทีละก้าวอย่างคุกคาม รันนารีถอยหลังโดยอัตโนมัติจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ ร่างสูงก้มตัวลงมาใช้แขนแกร่งกักตัวเธอไว้ตรงกลาง ดวงตาคมดุจเหยี่ยวจ้องลึกเข้ามาในดวงตาเธอราวกับจะค้นหาความจริงบางอย่าง
"แล้วคุณล่ะรันนารี... คิดว่าไอ้หน้าโอนั่นมันเป็นใคร ถึงได้ยืนยิ้มรับคำหยอดของมันหน้าบานขนาดนั้น" คิมหันต์เค้นเสียงถาม ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้มเนียน ความหึงหวงที่พยายามกดทับไว้ระอุออกมาทางน้ำเสียงเข้ม "ผมเป็นสามีคุณ... แม้จะเป็นแค่ในนามตามสัญญาบ้าๆ นั่น แต่จำใส่สมองไว้ด้วยว่า ตราบใดที่สัญญายังไม่หมดอายุ ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องคุณทั้งนั้น!"
"สามีในนามเหรอคะ?" รันนารีสวนกลับทันควัน นัยน์ตาวาวโรจน์ด้วยความพอยุติธรรม "แล้วคุณมีสิทธิ์อะไรมาหึงหวง ออกคำสั่ง หรือแม้แต่ทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของฉัน ทั้งที่คุณกับฉันเราตกลงกันไว้แล้วว่าต่างคนต่างอยู่!"
"เพราะผมทนดูไม่ได้!" คิมหันต์สวนกลับทันควัน เสียงทุ้มตึงเครียดหลุดรอดจากไรฟัน ประโยคที่พรั่งพรูออกมาทำให้รันนารีชะงักงัน ดวงตาคู่คมของเขาไหววับด้วยความเจ็บปวดชั่วขณะก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวตามเดิม "ทนไม่ได้ที่จะเห็นใครหน้าไหนมายืนใกล้คุณ ทนไม่ได้ที่ได้ยินมันบอกว่าคุณยังโสด ทั้งที่หัวใจและตัว... คุณเป็นของผม!"
บรรยากาศรอบตัวเหมือนหยุดนิ่งไปชั่วขณะ หัวใจของรันนารีเต้นกระหน่ำจนแทบทะลุออกมานอกอก คำว่า *'เป็นของผม'* วนเวียนซ้ำไปซ้ำมาในหัว ความโกรธเคืองเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยความหวั่นไหวรุนแรงที่ยากจะควบคุม เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขา เม้มปากแน่นเพื่อซ่อนความสั่นไหวในแววตา
"คุณ... พูดบ้าอะไรออกมาคะ" เสียงเธอดשานลง แฝงความสั่นพร่าเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิด
คิมหันต์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน สัมผัสอุ่นร้อนจากร่างกายของเขาทำให้รันนารีแทบละลาย มือหนายื่นออกไปไล้กรอบหน้าเนียนแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนขัดกับแววตาดุดันเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง "ผมไม่ได้บ้า... และผมก็กำลังจะทำให้คุณรู้ตัวสักที ว่าผมไม่ได้มองคุณเป็นแค่ภรรยาในนามมานานแค่ไหนแล้ว"
ริมฝีปากหยักลึกเคลื่อนเข้ามาใกล้เรียวปากอิ่ม รันนารีหลับตาลงโดยอัตโนมัติ หัวใจเรียกร้องโหยหาสัมผัสจากเขาจนน่าละอาย ทว่าในจังหวะที่ลมหายใจของทั้งคู่กำลังจะหลอมรวมกัน เสียงกริ่งหน้าบ้านก็ดังขึ้นขัดจังหวะมารยาททรามอย่างไม่รู้เวล่ำเวลา!
*ติ๊งน่อง! ติ๊งน่อง!*
เสียงสัญญาณเตือนภัยปลุกให้ทั้งสองคนหลุดออกจากภวังค์ คิมหันต์สบถออกมาเบาๆ อย่างหัวเสีย ส่วนรันนารีรีบยกมือขึ้นดันแผงอกแกร่งให้ออกห่างด้วยใบหน้าที่แดงก่ำราวกับลูกตำลึงสุก
"ใครมา..." รันนารีพึมพำเบาๆ พยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุด
คิมหันต์ถอยหลังออกไปอย่างจำใจ ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงสนิทด้วยความหงุดหงิดขั้นสุดที่ถูกขัดจังหวะสำคัญ "เดี๋ยวผมไปดูเอง คุณอยู่นี่แหละ"
ร่างสูงก้าวเดินด้วยฝีบ้าวยาวๆ ไปที่ประตูหน้าบ้านด้วยอารมณ์คุกกรุ่น รันนารียืนหายใจหอบถี่ ยกมือขึ้นสัมผัสพวงแก้มที่ร้อนผ่าวของตัวเอง พลางนึกหงุดหงิดไม่แพ้กันที่ดันมีแขกไม่速เชิญโผล่มาตอนนี้
แต่ทว่า... ทันทีที่คิมหันต์ดึงประตูเปิดออก เสียงทุ้มคุ้นหูของบุคคลภายนอกก็เอ่ยทักทายขึ้นมาอย่างสนิทสนม จนรันนารีที่เดินตามหลังมาต้องชะงักก้าวเท้าค้าง
"สวัสดีครับคุณคิมหันต์... พอดีผมผ่านมาแถวนี้ เลยแวะเอาเอกสารสำคัญโปรเจกต์ใหม่มาให้คุณรันนารีตรวจเช็คเสียหน่อย หวังว่าผมคงไม่ได้มารบกวนเวลาส่วนตัวของคุณหรอกนะครับ?"
รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของ 'ภาคิน' ที่ยืนถือแฟ้มเอกสารอยู่หน้าประตู พร้อมกับสายตาที่กวาดมองสภาพยุ่งเหยิงของคิมหันต์และรันนารี ทำให้บรรยากาศในบ้านที่เย็นชากลับพลันเดือดระอุขึ้นมาในเสี้ยววินาที!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "กลิ่นลิลลี่สีขาว" มาโดยตลอดนะคะ!
ดีลลับฉบับยัยตัวแสบ•ตอนที่ 20
สงครามความเย็นชา
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับยัยตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!