"คุณคิดจะเล่นเกมอะไรกันแน่ รันนารี..."
เสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านไรฟันของคิมหันต์ ทำเอารันนารีรู้สึกเหมือนอุณหภูมิรอบตัวดิ่งวูบลงติดลบในพริบตา ดวงตาคมกริบของซีอีโอหนุ่มจ้องมองเธอราวกับสัตว์นักล่าที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม ปลายจมูกโด่งรั้นเชิดขึ้นเล็กน้อยตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบจะกระンเด็นออกมานอกอก แต่ริมฝีปากบางเฉียบกลับเลือกที่จะแย้มยิ้มเยาะใส่ความกดดันนั้นอย่างไม่เกรงกลัว
"เกมอะไรคะคุณคิมหันต์ รันก็แค่... ทำหน้าที่ภรรยาในนามตามสัญญาที่เราเซ็นกันไว้ให้ดีที่สุดเท่านั้นเอง หรือว่าคุณกลัวว่าความลับที่ว่า... ฉันจะรู้ไส้รู้พุงคุณเข้าจริงๆ ถึงได้ทำหน้าเครียดเป็นยักษ์ถูกจับตอนแบบนี้"
รันนารีสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่แฝงความกวนประสาทไว้เต็มพิกัด เธอก้าวถอยหลังทีละก้าวเมื่อร่างสูงใหญ่ของสามีในนามก้าวเข้ามาประชิด ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบไม่มีช่องว่างให้ลมผ่าน ทว่าก่อนที่สงครามประสาทในห้องพักส่วนตัวจะลุกลามไปมากกว่านั้น เสียงฟ้าร้องคำรามสนั่นหวั่นไหวก็ดังผ่ากลางอากาศ ตามด้วยเสียงลมกรรโชกแรงที่พัดกระแทกบานกระจกหน้าต่างรีสอร์ทจนสั่นสะเทือน
*เปรี๊ยะ!*
เสี้ยววินาทีต่อมา แสงไฟนีออนทั่วทั้งห้องพักและอาคารหลักของรีสอร์ทก็ดับวูบลงพร้อมกัน ความมืดมิดสนิทรีบเข้ามากลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างภายในห้องทันที
"กรี๊ด!"
รันนารีเผลออุทานออกมาด้วยความตกใจอย่างควบคุมไม่ได้ สัญชาตญาณการกลัวความมืดขั้นสุดที่เธอพยายามซ่อนเร้นมาตลอดพรั่งพรูออกมาในเสี้ยววินาที ความเวิ้งว้างและอ้างว้างในความมืดเข้าจู่โจมหัวใจดวงน้อยจนเต้นรัวระส่ำ มือบางคว้าจับแขนเสื้อของคนตรงหน้าไว้โดยอัตโนมัติราวกับคนจมน้ำที่คว้าได้ทุ่นลอย
"หึ... ปากเก่งนักไม่ใช่เหรอ ทำไมตอนนี้ถึงได้ตัวสั่นเป็นลูกนกตกน้ำล่ะครับ คุณภรรยา"
เสียงกระซิบแหบพร่าดังขึ้นใกล้ใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดลาดไหล่ทำให้รันนารีรู้ว่าคิมหันต์ไม่ได้ถอยหนีไปไหน ตรงกันข้าม เขากลับก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอจนแผ่นหลังบางแนบชิดกับอกแกร่ง ความอบอุ่นจากร่างกายของเขาตัดกับความเย็นเยียบของบรรยากาศภายนอกที่มีพายุฝนโหมกระหน่ำอย่างรุนแรง
"ฉัน... ฉันไม่ได้กลัวสักหน่อย แค่ตกใจที่ไฟดับต่างหากล่ะ ปล่อยแขนเสื้อฉันเลยนะคุณคิมหันต์" รันนารีพยายามดึงเสียงให้แข็งกร้าวกลบเกลื่อนความสั่นเทาในน้ำเสียง แต่ความจริงที่ว่าฝ่ามือของเธอกำลังกำเสื้อเชิ้ตของเขาแน่นจนยับยู่ยี่ กลับฟ้องชัดเจนว่าเธอกำลังหวาดกลัวความมืดแค่ไหน
"ปากแข็งไม่เปลี่ยน..." คิมหันต์ถอนหายใจเบาๆ ในความมืด มือหนาอบอุ่นเอื้อมมาคว้าข้อมือเรียวที่กำลังกำเสื้อเขาออกเบาๆ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นฝ่ายกุมมือเธอนั้นไว้แทน สัมผัสอุ่นซ่านจากฝ่ามือใหญ่ส่งผ่านความมั่นคงมาให้โดยไม่รู้ตัว "ถ้าไม่อยากยืนขาแข็งอยู่ในความมืด ก็เดินตามมาดีๆ อย่าอวดเก่งให้มากนักเลย รันนารี"
แม้จะอยากเถียงกลับใจจะขาด แต่ความมืดมิดที่มองไม่เห็นทางข้างหน้าทำให้รันนารีจำต้องยอมก้าวเดินตามแรงจูงใจของร่างสูงไปอย่างจำยอม กลิ่นอายความเป็นผู้ชายผสมผสานกับน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์จางๆ ลอยเข้าจมูกท่ามกลางเสียงสายฝนที่สาดซัดกระแทกหลังคา การเดินคลำทางในห้องที่ไม่คุ้นเคยทำให้สะโพกมนเผลอไปชนเข้ากับมุมโต๊ะทำงานเข้าอย่างจัง
"โอ๊ย!" รันนารีสูดปากด้วยความเจ็บ
"ซุ่มซ่ามจริง..." คิมหันต์สบถเบาๆ ก่อนที่ร่างสูงจะรวบเอวบางเข้าหาตัวอย่างรวดเร็วเพื่อประคองไม่ให้เธอเซไปกระแทกอะไรอีก แรงดึงนั้นทำให้รันนารีเสียหลักล้มคะมำลงไปบนเตียงนอนนุ่มกว้างโดยมีร่างหนาของคิมหันต์ทาบทับลงมาตามแรงโน้มถ่วง
ตึง!
ลมหายใจของทั้งคู่สะดุดกกในจังหวะนั้น ระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงแค่คืบ ความมืดทำให้ประสาทสัมผัสส่วนอื่นตื่นตัวขึ้นอย่างไร้เหตุผล รันนารีสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากลมหายใจของสามีในนามที่ปัดป่านอยู่บนแก้มสาก ขณะที่หัวใจของเธอกลับเต้นรัวแรงจนดังแข่งกับเสียงพายุฝนด้านนอก
"คุณ... ถอยออกไปเลยนะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะล้มทับคุณสักหน่อย" รันนารีเอ่ยเสียงกระซิบพร่า พยายามดันไหล่กว้างของเขาออก แต่คิมหันต์กลับไม่มีทีท่าว่าจะขยับเขยื้อน ซ้ำร้ายเขายังใช้มือข้างหนึ่งยันฟูกเตียงไว้เหนือศีรษะเธอ กักขังเธอไว้ในอ้อมแขนอย่างสมบูรณ์แบบ
"หึ รันนารี... เธอทำให้ฉันต้องเสียศูนย์มาหลายครั้งหลายหนแล้วนะ รู้ตัวบ้างไหม" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยชิดริมหริมฝีปาก น้ำเสียงนั้นไม่ได้มีแววโกรธเคืองอย่างที่ควรจะเป็น แต่มันกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งและร้อนรุ่มจนน่ากลัว
"ฉันไปทำอะไรให้คุณเสียศูนย์ไม่ทราบ..."
"ก็ทำตัวน่ารัก... เวลาที่เธอทำเป็นอวดเก่งใส่ผมนั่นแหละ" คิมหันต์พูดแทรกขึ้นมาดื้อๆ น้ำเสียงราบเรียบแต่ทำเอาคนฟังหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาในความมืด
รันนารีชะงักงัน หัวใจกระตุกวูบกับคำพูดที่หลุดออกมาจากปากผู้ชายปากร้าย เธอเม้มริมฝีปากแน่น พยายามจะสรรหาคำพูดคมคายมาโต้เถียงเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายที่กำลังตีรวนขึ้นมาในอก แต่ยังไม่ทันที่คำพูดใดจะหลุดจากเรียวปาก เสียงเคาะประตูกระแทกกระทั้นดังขึ้นรัวๆ จากด้านนอกห้อง พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อเธอด้วยความร้อนรน
"คุณรันคะ! คุณรันอยู่ในนั้นหรือเปล่าคะ ไฟดับรีสอร์ทเกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ!"
เสียงของมีนตราเพื่อนสนิทตัวแสบดังทะลุสายฝนเข้ามา แต่สิ่งที่ทำให้รันนารีหน้าถอดสีไม่ใช่เรื่องไฟดับรีสอร์ท หากแต่เป็นเสียงฝีเท้าอีกคู่หนึ่งที่ก้าวตามมาติดๆ พร้อมกับเสียงทุ้มคุ้นหูของบุคคลที่ไม่คาดฝันเอ่ยแทรกขึ้นมาในความมืดสลัวที่เริ่มมีแสงไฟฉายสาดส่องลอดบานประตูเข้ามา
"รัน... อยู่ในนี้หรือเปล่า ผมเป็นห่วงคุณนะ"
เสียงของภาคิน... คู่แข่งทางธุรกิจที่ตามตื้อเธอไม่เลิกรา ดังขึ้นพร้อมๆ กับจังหวะที่ลูกบิดประตูห้องพักถูกบิดหมุนเปิดออกโดยฝีมือใครบางคนจากด้านนอก!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินจิกหมอนด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
ดีลลับฉบับยัยตัวแสบ•ตอนที่ 16
คืนพายุเข้า
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับยัยตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!