"ภรรยาอย่างนั้นเหรอคะคุณคิมหันต์... คุณพูดบ้าอะไรออกมาเนี่ย!"
น้ำเสียงของรันนารีตื่นตระหนกจนเกือบหลุดกรีด ร่างเพรียวบางในชุดสูททำงานเข้ารูปสะดุ้งสุดตัว ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนเหลือเชื่อ เมื่อจู่ๆ ซีอีโอหนุ่มผู้เย็นชาและขึ้นชื่อเรื่องความไร้มนุษยสัมพันธ์อย่าง คิรากร กลับเดินดุ่มๆ เข้ามาคว้าเอวเธอไปแนบชิด พร้อมกับประกาศสถานะที่ทำเอาบรรยากาศในล็อบบี้โรงแรมหรูแห่งนี้แทบหยุดหายใจ
การเดินทางมาสัมมนาประจำปีของบริษัทสถาปัตยกรรมชั้นนำที่จัดขึ้น ณ รีสอร์ตริมทะเลสาบบรรยากาศสุดโรแมนติก ไม่ควรจะเริ่มต้นด้วยฉากละครน้ำเน่าแบบนี้เลยสักนิด
"ทำไมล่ะครับคุณรันนารี หรือว่าคุณอยากให้คนอื่นเข้าใจว่าเราเป็นแค่คนแปลกหน้าที่บังเอิญมานอนห้องเดียวกันทุกคืนล่ะ" คิมหันต์กระซิบชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือความเย้าแหย่ที่จงใจให้ได้ยินกันแค่สองคน ทว่าสายตาดุดาราวกับเหยี่ยวพญาที่กวาดมองไปยัง 'ผู้มาใหม่' กลับคมกริบจนแทบจะเชือดเฉือนคนตรงหน้าเป็นชิ้นๆ
และผู้มาใหม่ที่กำลังยืนหน้าเสียด้วยรอยยิ้มค้างเติ่ง ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน... ภาคิน สถาปนิกหนุ่มรุ่นพี่โปรไฟล์เพอร์เฟกต์จากบริษัทคู่แข่งที่บังเอิญมาร่วมงานสัมมนาในฐานะวิทยากรรับเชิญต่างหาก
"สวัสดีครับคุณคิมหันต์ ผมไม่ยักรู้เลยนะครับว่าคนงานยุ่งระดับคุณจะสละเวลามางานสัมมนาพนักงานระดับปฏิบัติการด้วยตัวเอง แถมยัง..." ภาคินกวาดสายตามองมือหนาที่ยังคงโอบกระชับเอวบางของรันเอาไว้ไม่ยอมปล่อย รอยยิ้มสุภาพบุรุษจอมปลอมถูกยกขึ้นมากลบเกลื่อนความขัดเคือง "มีสถานะพิเศษกับคุณรันด้วย"
"เรื่องส่วนตัวของผม คงไม่จำเป็นต้องประกาศให้คนนอกรับรู้หรอกนะครับคุณภาคิน" คิมหันต์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่วาจาเชือดเฉือนนิ่มๆ จนคนฟังแทบกระอักเลือด "อีกอย่าง ภารกิจของบริษัทผม ผมย่อมต้องใส่ใจเป็นพิเศษ... โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับ 'คนของผม'"
คำว่า *'คนของผม'* ถูกเน้นเสียงหนักแน่นจนรันนารีต้องแอบหยิกเข้าที่สีข้างของสามีในนามอย่างแรงเพื่อเป็นการเตือนสติ แต่คิมหันต์กลับทำเพียงแค่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ใบหล่อเหลายังคงเรียบเฉยราวกับไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลยสักนิด
"โอ๊ะ ดูเหมือนทางรีสอร์ตจะเตรียมห้องพักไว้ให้ผมเรียบร้อยแล้วนะคะ... ขอตัวก่อนค่ะคุณภาคิน" รันรีบตัดบท ชิงจังหวะผละออกจากอ้อมแขนแกร่งด้วยใบหน้าที่ขึ้นสีแดงก่ำด้วยความเขินอายปนความหงุดหงิด เธอส่งยิ้มแห้งๆ ให้วิทยากรหนุ่มก่อนจะสาวเท้ายาวๆ หนีสถานการณ์ชวนอึดอัดนี้ทันที
แต่มีหรือที่คนอย่างคิมหันต์จะยอมให้เธอหนีไปคนเดียว
"เดินช้าจังครับภรรยา" เสียงทุ้มกวนประสาทดังตามติดมาติดๆ ก่อนที่ฝ่ามืออุ่นจัดจะคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้แล้วออกแรงดึงให้เดินเคียงคู่กันไป ท่ามกลางสายตานับสิบคู่ของพนักงานในบริษัทที่แอบซุบซิบกันสนั่น
ตลอดช่วงบ่ายของการสัมมนา หัวข้อการบรรยายเรื่องสถาปัตยกรรมรักษ์โลกน่าจะดึงดูดความสนใจของรันนารีได้เป็นอย่างดี หากไม่ใช่เพราะสายตาคู่คมที่นั่งอยู่แถวหน้าสุด คอยหันกลับมามองเธอเป็นระยะๆ ทุกครั้งที่ภาคินซึ่งนั่งอยู่ถัดไปพยายามจะโน้มตัวเข้ามาพูดคุยหรือส่งกระดาษโน้ตถามคำถาม
รันนารีถอนหายใจออกมาเป็นรอบที่ร้อยของวัน เธอนั่งไขว่ห้าง พยายามทำเป็นมองสไลด์บนจอโปรเจกต์เตอร์อย่างตั้งอกตั้งใจ แต่หางตากลับเห็นชัดเจนว่าคิมหันต์กำลังขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงยิ่งกว่าตอนตรวจงบการเงินบริษัทขาดทุนเสียอีก
*ผู้ชายอะไร ขี้หึงไม่เข้าเรื่อง ฟอร์มจัดเป็นที่หนึ่ง แถมยังชอบหาเรื่องใส่ตัวอยู่เรื่อย!* รันนารีแอบค้อนขวิดในใจ
และแล้ว ช่วงเวลาพักเบรกยามบ่ายก็มาถึง ทันทีที่วิทยากรประกาศพักการประชุมสัปดาห์นี้ ภาคินก็ไม่รอช้าที่จะลุกขึ้นเดินตรงดิ่งเข้ามาหารันนารีทันทีพร้อมกับแก้วกาแฟในมือ
"คุณรันครับ พอจะมีเวลาว่างสักห้านาทีไหมครับ ผมมีเรื่องโปรเจกต์รีสอร์ตทางภาคใต้ที่อยากจะปรึกษาคุณเป็นการส่วนตัวพอดี" ภาคินส่งยิ้มพราวเสน่ห์ พร้อมยื่นแก้วกาแฟโปรดให้ด้วยความเอา
รันนารียังไม่ทันได้อ้าปากปฏิเสธ แก้วกาแฟในมือของภาคินก็ถูกมือปริศนาคว้าหมับไปถือไว้เสียก่อน พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของซีอีโอหนุ่มที่ก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างเธอกับภาคินอย่างไร้มารยาท
"พอดีว่าภรรยาผมไม่ดื่มกาแฟช่วงบ่ายครับ เธอใจสั่น... และถ้าจะมีเรื่องงานอะไร ควรรอให้ถึงเวลาประชุมทางการ ไม่ใช่มาแอบนัดแนะกันนอกรอบแบบนี้ มันดูไม่ค่อยมืออาชีพเท่าไหร่เลยนะครับคุณภาคิน" คิมหันต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่ารังสีความหึงหวงที่แผ่ออกมาจากตัวเขานั้น ร้อนระอุเสียจนคนรอบข้างต้องรีบเดินเลี่ยงหนีไปทางอื่น
ภาคินหุบยิ้มลงเล็กน้อย แววตาฉายแววไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด "ผมแค่ปรึกื้องานกับเพื่อนร่วมวงการเองครับคุณคิมหันต์ ไม่คิดว่าคุณจะหวงภรรยาขนาดนี้... หรือว่ากลัวว่าผมจะเสนอโปรเจกต์ได้ดีกว่ากันแน่ครับ"
บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนติดลบ รันนารีเม้มปากแน่น รีบก้าวเข้าไปแตะแขนสามีเบาๆ เป็นเชิงปราม เพราะไม่อยากให้เรื่องบานปลายไปมากกว่านี้ในสถานที่ทำงาน
"คุณคิมคะ พอเถอะค่ะ... ฉันหิวน้ำแล้ว พาฉันไปหาอะไรดื่มหน่อยสิคะ" รันเอ่ยเสียงหวานเชื่อม จงใจเปลี่ยนสรรพนามและน้ำเสียงให้ดูสนิทสนมเกินจริงเพื่อดึงความสนใจของสามีจอมขี้หวง
คิมหันต์ชะงักไปนิด ดวงตาดุดาร berubah เป็นประกายวับวับขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินเสียงหวานๆ และคำว่า 'คุณคิม' จากภรรยา ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความพึงพอใจอย่างรวดเร็วอย่างปิดไม่มิด เขายอมละสายตาจากคู่แข่งตัวฉกาจ หันมามองภรรยาคนสวยที่ยอมเล่นละครตบตาด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เจ้าเล่ห์ที่สุด
"หิวเหรอครับ... งั้นเราไปหาอะไรทาน 'กันสองคน' ในห้องพักดีกว่ามั้งครับ" คิมหันต์จงใจเน้นเสียงคำว่าสองคน พร้อมกับกระชับเอวบางให้เข้ามาแนบชิดยิ่งกว่าเดิม จนรันนารีต้องค้อนให้อย่างหมั่นไส้
แต่ก่อนที่รันนารีจะได้ทันอ้าปากเถียง เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของคิมหันต์ก็แผדเสียงดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน ซีอีโอหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความขัดใจ หยิบเครื่องขึ้นมาดูหน้าจอเพียงแวบเดียว สีหน้าเรียบเฉยก็เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันที
คิมหันต์กดรับสายด้วยน้ำเสียงห้วนสั้น "มีอะไร..."
เสียงปลายสายตื่นตระหนกจนเล็ดลอดออกมานอกลำโพงโทรศัพท์ ทำเอาทั้งรันนารีและภาคินต้องเงียบเสียงลงเพื่อเงี่ยหูฟัง
*"คุณคิมหันต์คะแย่แล้วค่ะ! ตอนนี้มีคนปล่อยข่าวเรื่อง... เรื่องที่คุณกับคุณรันแต่งงานกันเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจลงในกรุ๊ปไลน์กลุ่มใหญ่ของบริษัทแล้วค่ะแถมตอนนี้..."*
คิมหันต์ตวัดสายตากลับมามองหน้าภรรยาสาวทันที ดวงตาคมกริบฉายประกายอันตรายวับวับ ขณะที่รันนารีหน้าถอดสีลงในพริบตาเมื่อตระหนักได้ว่าความลับที่พยายามปิดบังมาตลอด... กำลังจะพังทลายลงในทริปนี้แล้ว!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินจิกหมอนด้วยกันในตอนนี้นะคะ!
ดีลลับฉบับยัยตัวแสบ•ตอนที่ 15
ทริปกระทันหัน
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับยัยตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!