เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ดังขึ้นแทรกความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัวของคิมหันต์ บรรยากาศรอบกายในยามนี้อึมครึมเสียจนแทบจะหยิบจับมาปั้นเป็นก้อนได้ รันนารียืนนิ่งอยู่กับที่ สองมือประสานกันแน่นโดยไม่รู้ตัว ดวงตากลมโตฉายแววตกใจระคนหงุดหงิดระAยับ เมื่อบุคคลที่เพิ่งก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับรอยยิ้มพราวเสน่ห์และท่าทีสนิทสนมเกินเหตุไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็น ‘ภาคิน’ คู่แข่งทางธุรกิจคนสำคัญที่มักจะหาจังหวะเข้ามาป่วนชีวิตเธออยู่เรื่อย
“อุops... ดูเหมือนว่าผมจะเข้ามาขัดจังหวะอะไรสำคัญเข้าให้แล้วสินะครับ” ภาคินเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่จงใจลากยาวและเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ สายตาคมกริบเหลือบมองรันสลับกับร่างสูงใหญ่ของคิมหันต์ที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่หลังโต๊ะทำงาน
ในวินาทีนั้นเอง... รันรู้สึกราวกับมีกระแสไฟฟ้าแรงสูงวิ่งพล่านไปทั่วร่าง เมื่อเธอหันไปสบตากับสามีในนาม คิมหันต์ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว ทว่าดวงตาคมปลาบที่มักจะฉายแววเยชาระอาและกวนประสาทเธอกลับมืดสนิทลงจนน่ากลัว สสันกรามของชายหนุ่มขบเข้าหากันแน่นจนขึ้นสันนูน รังสีความหึงหวงและโทสะพวยพุ่งออกมาจากร่างสูงใหญ่ราวกับเปลวเพลิงที่ถูกสุมด้วยเชื้อไฟ
“ภาคิน! คุณเข้ามาในนี้ได้ยังไง แล้วเอามือสกปรกของคุณออกไปจากไหล่ฉันเดี๋ยวนี้ด้วยนะ!” รันตวาดเสียงแข็ง ดวงตาคู่สวยตวัดมองมือหนาของภาคินที่ถือวิสาสะโอบรอบไหล่เธอไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เธอพยายามสะบัดตัวออก แต่ภาคินกลับกระชับวงแขนให้แน่นขึ้นอีกนิดอย่างจงใจ
“ใจเย็นน่ารัน เราแค่อุดหนุนโปรAกเจกต์ใหม่กันเอง คุณจะตื่นตูมไปทำไม... หรือว่ากลัว ‘คุณสามี’ เขาจะเข้าใจผิดล่ะครับ?” ประโยคหลังภาคินจงใจเปล่งเสียงให้ดังขึ้น พร้อมกับหันไปเผชิญหน้ากับคิมหันต์โดยตรง รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากของคู่แข่งตัวฉกาจ
คิมหันต์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นต่ำทุ้ม เยียบเย็น และบาดลึกเสียจนรันสะท้านเฮือก ชายหนุ่มค่อยๆ ก้าวช้าๆ ออกมาจากหลังโต๊ะทำงาน ท่าทางการเคลื่อนไหวสง่างามราวกับเสือดาวที่กำลังเตรียมตะครุบเหยื่อ ทุกย่างก้าวที่เขยิบเข้ามาใกล้กดดันให้อากาศในห้องเบาบางลงเรื่อยๆ
“ปล่อยมือจากภรรยาของผม” คิมหันต์เอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทุกพยางค์หนักแน่นและเต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาล ดวงตาคู่คมกริบมองจ้องมือของภาคินที่แตะอยู่บนตัวรันด้วยแววตาราวกับอยากจะตัดมันทิ้งเสียเดี๋ยวนั้น
“โอ๊ะ ภรรยาเหรอครับ?” ภาคินแกล้งทำเป็นเลิกคิ้วสูงอย่างแปลกใจ ทั้งที่รู้ดีแก่ใจ “ผมก็นึกว่าคุณสองคนแต่งงานกันแค่ในนามเสียอีก เห็นช่วงนี้ข่าวลือหนาหูเหลือเกินว่าโปรAกเจกต์ร่วมทุนกำลังจะพัง แถมความสัมพันธ์ก็ระหองระแหง... ผมก็แค่มืออาชีพที่เข้ามาช่วยดามใจและดูแลสถาปนิกคนเก่งของโปรAกเจกต์นี้ก็เท่านั้นเอง”
รันเม้มปากแน่น หัวใจเต้นรัวระรัวด้วยความร้อนรน เธอรู้ดีว่าภาคินกำลังเล่นเกมสกปรกเพื่อทำลายสมาธิของคิมหันต์ และต้องการปั่นหัวเธอให้เสียศูนย์ แต่สิ่งที่เธอกลัวที่สุดไม่ใช่เกมธุรกิจงี่เง่าพวกนั้น... สายตาของคิมหันต์ในตอนนี้ต่างหากที่น่ากลัวที่สุด
ชายหนุ่มหยุดยืนห่างจากพวกเธอเพียงไม่กี่ก้าว ร่างสูงใหญ่บังแสงไฟจากโคมไฟโต๊ะทำงานจนเงาทอดทับร่างของรันและภาคินมิด คิมหันต์ไม่ได้มองภาคินอีกต่อไปแล้ว สายตาคู่คมกริบกวาดมองสำรวจรันตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ใบหน้าหวานที่แดงก่ำด้วยความโกรธและอารมณ์ค้างเติ่งจากเหตุการณ์ก่อนหน้า ยิ่งทำให้ภาพตรงหน้าดูเหมือนเธอกำลังตกอยู่ในอ้อมกอดของชายอื่นตามที่ภาคินจัดฉากขึ้นอย่างพอดิบพอดี
“รัน...” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียกชื่อเธอเบาๆ แต่มันกลับทรงพลังพอที่จะทำให้ลมหายใจของเธอสะดุด “นี่เหรอเหตุผลที่เธอรีบเร่งจะออกจากห้องประชุมเมื่อกี้... เพราะนัดผู้ชายคนนี้ไว้สินะ”
“ไม่ใช่แบบนั้นนะคิมหันต์!” รันรีบละล่ำละลักปฏิเสธทันที ความรู้สึกร้อนผ่าวตีตื้นขึ้นมาที่ขอบตาอย่างน่าหงุดหงิด เธอเกลียดความรู้สึกที่ต้องมานั่งอธิบายเรื่องไม่เป็นเรื่อง โดยเฉพาะกับผู้ชายปากร้ายที่ชอบตัดสินเธอไปก่อนแบบนี้ “คุณก็เห็นอยู่ว่าตานี่มันฉวยโอกาส!”
“ฉวยโอกาสเหรอครับรัน... แต่เมื่อกี้ผมเห็นคุณยืนใกล้ชิดกับเขา จนแทบจะสิงร่างกันอยู่แล้วนะ” คิมหันต์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงเจือความประชดประชันและตัดพ้ออย่างปิดไม่มิด แม้เขาจะพยายามควบคุมฟอร์มจัดและมาดขรึมเอาไว้แค่ไหน แต่สันกรามที่ขบแน่นและมือหนาที่กำเข้าหากันจนเส้นเลือดปูดโปนก็ฟ้องชัดเจนว่าความอดทนของเขาขาดผึ่งลงแล้ว
“นี่คุณหึงฉันเหรอ คิมหันต์!” รันเผลอหลุดปากถามออกไปด้วยความโมโหและประชดประชัน
“หึง?” คิมหันต์ทวนคำ เสียงหัวเราะเยาะในลำคอดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ดวงตาคมกริบวับวาวด้วยเปลวเพลิงแห่งความหึงหวงที่เจ้าตัวไม่มีทางยอมรับออกมาง่ายๆ “อย่าหลงตัวเองน่ารัน ผมแค่ห่วงชื่อเสียงของบริษัท... และเกะกะลูกตาเวลามีหมาตัวผู้มาป้วนเปี้ยนแถวของของผมก็เท่านั้น”
“ของของคุณงั้นเหรอ! ฉันไม่ใช่ข้าวของนะ!” รันปะทะกลับทันควัน ความถือดีพุ่งปรี๊ดขึ้นมาจนลืมความกลัวไปชั่วขณะ เธอสะบัดตัวสุดแรงจนหลุดพ้นจากการเกาะกุมของภาคินได้สำเร็จ ก่อนจะก้าวเข้าไปประจันหน้ากับสามีในนามอย่างไม่เกรงกลัว “ถ้าคุณคิดว่าฉันมันน่ารำคาญนัก ก็เชิญหย่าแล้วไปหาคนอื่นเถอะค่ะ!”
คำว่า ‘หย่า’ หลุดออกจากปากเรียวบาง ทำให้อุณหภูมิในห้องดิ่งฮวบลดลงจนติดลบ ในพริบตานั้นเอง คิมหันต์ก็พุ่งเข้ามาประชิดตัวรันด้วยความเร็วที่เธอตั้งตัวไม่ทัน มือหนาคว้าหมับเข้าที่เอวบางแล้วดึงเข้าหาตัวอย่างแรงจนแผ่นอกของเธอแนบชิดกับอกแกร่งของเขา ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนรับรู้ถึงความโกรธเกรี้ยวและแรงอารมณ์ที่คุกรุ่นอยู่ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยนั้น
“พูดใหม่อีกทีซิ รันนารี...” คิมหันต์ก้มลงกระซิบชิดริมฝีปากของเธอ น้ำเสียงแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยอันตราย “กล้าพูดคำนี้ต่อหน้าผมอีกทีสิ ว่าเธออยากไปจากผม...”
ภาคินที่ยืนมองภาพเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ด้านข้าง ขยับรอยยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจเมื่อเห็นแผนการยยุยงได้ผลเกินคาด ชายหนุ่มยกมือขึ้นทำท่าจะเอ่ยแทรกเพื่อราดน้ำมันลงบนกองไฟ
“ดูท่าทางผมคงรบกวนเวลาส่วนตัวของสามีภรรยาเขานะครับ งั้นผมขอตัวก่อนดีกว่า...” ภาคินเอ่ยด้วยน้ำเสียงยียวน ก่อนจะหันหลังเตรียมก้าวเดินออกไปจากห้อง
ทว่า... ในจังหวะที่ภาคินหันหลังและก้าวเท้าไปได้เพียงก้าวเดียว ประตูห้องทำงานก็ถูกเปิดผางเข้ามาด้วยฝีมือของใครอีกคนที่มีสีหน้าตื่นตระหนกสุดขีด
“คุณคิมหันต์คะ! แย่แล้วค่ะ! ภาพจากกล้องวงจรปิดที่หน้าห้องเมื่อครู่... มันถูกแฮกและส่งตรงไปยังสื่อสายบันเทิงแล้วค่ะ!” มีนตรา เพื่อนสนิทตัวแสบของรันพุ่งพรวดเข้ามาในห้องพร้อมกับแท็บเล็ตในมือ ใบหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด
รันเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หันขวับกลับไปมองหน้าคิมหันต์ที่ตอนนี้ประกายตาดำมืดสนิทลงยิ่งกว่าเดิม ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วห้องในเสี้ยววินาที ก่อนที่คิมหันต์จะก้มลงกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือกจนขนลุกซู่
“ดูเหมือนว่าเกมนี้... มีคนอยากเล่นแรงกว่าที่เราคิดสินะครับที่รัก”
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "กลิ่นลิลลี่สีขาว" เสมอมานะคะ
ดีลลับฉบับยัยตัวแสบ•ตอนที่ 18
ภาพบาดตา
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับยัยตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!