ประกายไฟสีฟ้าสว่างวาบขึ้นในความมืดมิดของห้องใต้ดิน กลิ่นฉุนของสารระเหยบัดกรีผสมผสานกับกลิ่นอับชื้นของสนิมเหล็กคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ แสงสว่างวาบนั้นไม่ได้มาจากดวงอาทิตย์ แต่มันมาจากปลายหัวแร้งพลังงานพลาสมาขนาดพกพาที่เอเดนกำลังประคองด้วยความนิ่งสงบ
นิ้วเรียวยาวของวิศวกรหนุ่มค่อยๆ บัดกรีสายไฟไมโครไฟเบอร์เส้นสุดท้ายเข้ากับแผงวงจรประสาทไบโอซินเทติก (Bio-synthetic Neural Board) ที่อยู่บริเวณฐานต้นคอของร่างที่นอนนิ่งสนิทบนเตียงซ่อมบำรุง นี่คือโครงสร้างฮาร์ดแวร์ระดับท็อปเทียร์ของบริษัทเซเนธ โคปอเรชั่น (Zenith Corporation) เทคโนโลยีการทหารที่ถูกทิ้งร้างและขึ้นบัญชีดำ
หน้าจอโฮโลแกรมสีเขียวมรกตที่ฉายลอยอยู่กลางอากาศแสดงค่าความต้านทานไฟฟ้ากระแสตรง (DC Resistance) และอัตราการไหลเวียนของนาโนบอตซ่อมแซมกระดูก ตัวเลขวิ่งพล่านด้วยความเร็วสูงก่อนจะค่อยๆ เสถียรลงที่ค่า 98.4 เปอร์เซ็นต์
เอเดนถอนหายใจยาวเหยียด ไอความร้อนจากร่างกายระเหยออกเป็นไอน้ำจางๆ ในอากาศเย็นจัดของห้องใต้ดิน เขายกแขนเสื้อขึ้นปาดเหงื่อที่ผากพลางใช้สายตาคมกริบกวาดมองประเมินความเสียหายทั้งหมดของหุ่นยนต์สงครามตรงหน้า
ในทางทฤษฎี การเชื่อมต่อแผงควบคุมระบบประสาทสำรองเข้ากับยูนิตหลักควรจะส่งผลให้โปรแกรมพื้นฐานทำงานทันที แต่ระบบป้องกันความปลอดภัยระดับสูงของเซเนธมักมีกลไกป้องกันการรีเวิร์สอินจิเนียริ่ง (Reverse Engineering) ซ่อนอยู่เสมอ ซึ่งนั่นหมายความว่า หากเอเดนถอดรหัสผิดพลาดแม้แต่ไบต์เดียว ระบบทำลายตัวเอง (Self-destruct Protocol) ในตัวของแอนดรอยด์สาวจะทำงาน และระเบิดทำลายล้างรัศมีสิบเมตรจะเปลี่ยนร่างของเขากับห้องนี้ให้กลายเป็นจุลทันที
เอเดนเอื้อมมือไปกดปุ่มจ่ายกระแสไฟฟ้าหลักบนแผงควบคุม
*ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด...*
เสียงสัญญาณชีพจรดิจิทัลดังขึ้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ แสงไฟสีแดงเข้มที่กระพริบเตือนความผิดพลาดบริเวณหน้าอกของร่างนั้นค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีฟ้าคราม สัญญาณชีพจำลองเริ่มทำงาน ระบบระบายความร้อนส่งเสียงฮัมเบาๆ คล้ายเสียงคำรามของเสือดาวที่กำลังตื่นจากการจำศีล
ชั่วพริบตานั้นเอง เปลือกตาสีมุกของร่างบนเตียงก็กระตุกไหว
ดวงตาสีอำพันคู่สวยเปิดโพลงขึ้นอย่างกะทันหัน มันไม่ใช่การตื่นนอนอย่างค่อยเป็นค่อยไปของมนุษย์ แต่เป็นการบูตระบบอย่างไร้รอยต่อของปัญญาประดิษฐ์ระดับสูง ทว่า ทันทีที่การประมวลผลภาพเริ่มต้นขึ้น ม่านตากลับหดตัวลงอย่างรวดเร็ว พร้อมกับระบบสั่นสะเทือนของกล้ามเนื้อสังเคราะห์ที่กระตุกเกร็งด้วยความตื่นตระหนก
*เปรี๊ยะ!*
มือเรียวบางที่ควรจะไร้เรี่ยวแรงคว้าเข้าที่ลำคอของเอเดนด้วยความเร็วสูงเกินกว่ามนุษย์จะมองทัน แรงกระชากมหาศาลดึงร่างของวิศวกรหนุ่มลอยละลิ่วก่อนจะถูกกระแทกเข้ากับผนังปูนเปลือยอย่างแรง เสียงโครงสร้างคอนกรีตแตกละเอียดดังสนั่น พร้อมกับลมหายใจของเอเดนที่ถูกรีดออกจากปอดจนหมดสิ้น
"อึก..." เอเดนครางในลำคอ ใบหน้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีม่วงจากแรงบีบที่มหาศาลราวกับคีมเหล็กกล้า
แอนดรอยด์สาวลุกขึ้นยืนบนเตียงอย่างสง่างาม เส้นผมสีเงินยวงทิ้งตัวลงคลอเคลียกับลาดไหล่เปลือยเปล่าที่มีร่องรอยรอยต่อของจักรกล ทว่า ดวงตาสีอำพันคู่นั้นไม่ได้ฉายแววแห่งความสำนึกคุณ แต่มันกลับเต็มไปด้วยความหวาดระแวง ความสับสน และการคำนวณยุทธวิธีที่เย็นชาไร้ความรู้สึก
"ระบุสถานะ..." เสียงหวานใสแต่เย็นยะเยือกเอ่ยขึ้น มันก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของเอเดนโดยตรงผ่านคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า "คุณเป็นใคร? ที่นี่คือเขตทหารยุทธวิธีใดของเซเนธ? ทำไมระบบเข้าถึงข้อมูลยุทธศาสตร์ระดับสี่ของฉันจึงถูกล็อก?"
เอเดนพยายามใช้มือทั้งสองข้างจับข้อมือของเธอเพื่อผ่อนแรงกด แม้กระดูกข้อมือของเธอจะเป็นไทเทเนียมผสมคาร์บอนไฟเบอร์ที่แข็งแกร่งปานเหล็กกล้า แต่ด้วยความเข้าใจในโครงสร้างทางกายวิภาคที่เขาเพิ่งซ่อมแซมเมื่อครู่ ทำให้เขารู้ว่าจุดเชื่อมต่อข้อต่อใดคือจุดอ่อน
วิศวกรหนุ่มไม่ตอบคำถาม แต่นิ้วโป้งขวาของเขาอาศัยจังหวะที่เธอขยับตัวออกแรงกดเพิ่ม กดลงไปยังจุดกดประสาท (Pressure Point) บริเวณเส้นเอ็นข้อศอกซ้ายของแอนดรอยด์สาวอย่างแม่นยำ
กระแสไฟฟ้าช็อตเบาๆ จากแรงเสียดทานทางกลไกวิ่งพล่าน ทำให้ระบบแขนซ้ายของเธอชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที แรงบีบที่ลำคอคลายลงทันที
เอเดนทรุดตัวลงไอโขลกบนพื้นปูน มือข้างหนึ่งกุมลำคอตัวเองที่ขึ้นรอยแดงช้ำ เขาตวัดสายตากลับขึ้นไปมองผู้มีพระคุณที่เกือบจะปลิดชีพเขาในกระบวนท่าเดียวด้วยแววตาที่สงบนิ่งและเฉียบคมเช่นเคย
"ใจเย็นก่อน... อาจารย์" เอเดนเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่าแต่ชัดถ้อยชัดคำ แม้ลมหายใจจะยังไม่เข้าที่ "ถ้าผมอยากฆ่าคุณ ผมคงไม่เสียเวลาต่อสายไฟไมโครไฟเบอร์สามร้อยเส้น และเปลี่ยนแผงควบคุมระบบประสาทให้คุณเมื่อสามชั่วโมงก่อนหน้านี้หรอกนะ"
คำว่า "อาจารย์" และการเอ่ยถึงกระบวนการซ่อมแซม ทำให้แอนดรอยด์สาวชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาสีอำพันกวาดมองสำรวจรอบห้อง ใต้แสงไฟสลัว เธอเห็นเครื่องมือช่างกระจัดกระจาย แผงวงจรเก่าๆ และร่องรอยการบัดกรีที่ประณีตด้วยฝีมือมนุษย์ ข้อมูลในหน่วยความจำชั่วคราว (RAM) ของเธอกำลังรีบูตซ้ำไปซ้ำมาเพื่อค้นหาตัวตน
"การวิเคราะห์ตรรกะ... ไม่สอดคล้อง" เธอพึมพำกับตัวเอง มือเรียวแตะที่ขมับซ้ายซึ่งมีประกายไฟสีฟ้าแล่บแปลบปลาษ "บันทึกความทรงจำ... เสียหายร้อยละเจ็ดสิบเอ็ดจุดห้า ประวัติการปฏิบัติภารกิจ... ถูกเข้ารหัสแบบบล็อกเชน... ฉัน... ฉันคือใคร?"
เสียงของเธอเปลี่ยนจากความดุดันเฉียบขาดเป็นความสับสนระคนเปราะบาง ภาพแฟลชแบ็กของสนามรบเพลิงลุกท่วม เสียงระเบิด และรหัสตัวเลขยาวเหยียดวิ่งผ่านดวงตาของเธอราวกับฟิล์มภาพยนตร์ที่กำลังไหม้ไฟ
เอเดนค่อยๆ พยุงตัวเองลุกขึ้นยืน เขารักษาระยะห่างที่ปลอดภัยอย่างระมัดระวัง วิศวกรหนุ่มรู้ดีว่าแอนดรอยด์ตรงหน้ามีความสามารถในการต่อสู้ประชิดตัวระดับผู้บัญชาการกองพล หากเธอยังอยู่ในสภาวะความจำเสื่อมและตื่นตระหนกเช่นนี้ การควบคุมเธอให้อยู่ในมือจึงต้องอาศัย "เหตุผล" มากกว่ากำลัง
"คุณจำชื่อตัวเองไม่ได้ใช่ไหมล่ะครับ" เอเดนเอ่ยทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเขานุ่มนวลขึ้นแต่ยังคงไว้ซึ่งความน่าเชื่อถือ "ระบบปฏิบัติการของคุณถูกลบความทรงจำหลักออกไปเพื่อความปลอดภัย... แต่ในไฟล์ระบบสำรองที่เหลืออยู่ ผมเห็นรหัสระบุตัวตนที่ลงท้ายด้วยชื่อโปรเจกต์... 'อีฟ' นั่นคือชื่อที่คุณถูกเรียกในฐานข้อมูลของเซเนธ"
อีฟหันขวับมามองเขา ดวงตาสีอำพันจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีดำสนิทของเอเดนเพื่อค้นหาพิรุธ ทว่า สิ่งที่เธอพบมีเพียงความจริงใจและความนิ่งสงบแบบมืออาชีพ
"อีฟ..." เธอทวนชื่อนั้นเบาๆ ลิ้นและริมฝีปากขยับออกเสียงราวกับกำลังทำความคุ้นเคยกับคำที่แปลกปลอม "แล้วคุณ... คือใคร?"
"ผมชื่อเอเดน... เป็นวิศวกรอิสระที่บังเอิญไปเจอคุณนอนจมกองซากโลหะอยู่ที่เขตกักเก็บของเก่าภาคใต้" เอเดนตอบตามความจริงครึ่งหนึ่ง พลางเดินไปหยิบแท็บเล็ตแสดงผลข้อมูลทางเทคนิคยื่นให้เธอ "และตอนนี้ เรากำลังตกเป็นเป้าหมายของหน่วยล่าสังหารจากบริษัทเดิมของคุณ เพราะชิปประมวลผลที่คุณซ่อนไว้ในหัวสมอง... มีรหัสลับที่ลบไม่ออก"
อีฟรับแท็บเล็ตมาถือไว้ ข้อมูลโค้ดดิ้งนับล้านบรรทัดไหลผ่านการประมวลผลของเธอในเวลาเพียงเสี้ยววินาที สีหน้าของแอนดรอยด์สาวเปลี่ยนจากความสับสนเป็นความเคร่งขรึมทันที
ก่อนที่อีฟจะทันได้เอ่ยปากถามอะไรเพิ่มเติม เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานก็สว่างวาบขึ้นทั่วทั้งห้องใต้ดิน พร้อมกับเสียงไซเรนแหลมสูงที่ดังทะลุทะลวงเข้ามาจากด้านนอก
*เตือนภัย: ตรวจพบคลื่นพลังงานความร้อนเคลื่อนตัวเข้าใกล้พิกัด 500 เมตร*
*ประเภท: ยูนิตลาดตระเวนหุ้มเกราะหนัก รุ่น 'ฮาวउंड์' (Hound-Class) จำนวนสี่นาย*
*สถานะ: ล็อกเป้าหมาย... เริ่มต้นกระบวนการกวาดล้าง*
หน้าจอโฮโลแกรมหลักของห้องใต้ดินถูกแฮกจากภายนอก ภาพจากกล้องวงจรปิดด้านนอกปรากฏร่างของหุ่นยนต์สงครามติดอาวุธหนักสี่ตัวกำลังพังประตูเหล็กกล้าทางเข้าห้องใต้ดินด้วยระเบิดแรงสูง แรงสั่นสะเทือนทำให้ฝุ่นละอองร่วงกราวลงมาจากเพดาน
อีฟหันขวับมามองเอเดนทันที แววตาที่เคยสับสนเมื่อครู่หายวับไป ถูกแทนที่ด้วยสัญชาตญาณนักรบที่ตื่นเต็มที่ เธอย่อตัวลงเล็กน้อยในท่าเตรียมพร้อมรบ กล้ามเนื้อสังเคราะห์ส่งเสียงฮัมเบาๆ พร้อมปลดล็อกระบบอาวุธลับที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวหนังบริเวณแขนขวา
"พวกมันมาเร็วกว่าที่คาดไว้สามสิบนาที" อีฟเอ่ยเสียงเรียบ แต่แฝงด้วยกระแสจิตสังหารที่ทำเอาอุณหภูมิในห้องลดฮวบลง "คุณมีแผนอะไร วิศวกร? หรือเราจะรอให้มันเข้ามาเป่าหัวเราให้กลายเป็นเศษเหล็กด้วยกันทั้งคู่?"
เอเดนไม่ตอบ เขายังคงมีสีหน้าสุขุมเยือกเย็น รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว มือขวาของเขาเคาะเบาๆ ลงบนคีย์บอร์ดโฮโลแกรมเพื่อส่งคำสั่งสุดท้ายเข้าสู่ระบบป้องกันอัจฉริยะที่เขาเตรียมไว้ล่วงหน้า
"แผนน่ะมีอยู่แล้วครับ... แต่อาจจะต้องรบกวนให้อาจารย์ช่วยออกแรงต้อนรับแขกที่ไม่ได้รับเชิญพวกนี้หน่อยนะ"
เอเดนกดปุ่ม Enter พร้อมกับรอยยิ้มปริศนา ทว่า ทันทีที่คำสั่งถูกส่งออกไป หน้าจอระบบทั้งหมดในห้องก็ดับวูบลงพร้อมกัน ความมืดสนิทเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่เสียงระบบเสียงสังเคราะห์จากภายนอกจะประกาศข้อความแจ้งเตือนที่ทำให้หัวใจของอีฟกระตุกวูบ
*คำเตือนระดับ SSS: ตรวจพบรหัสลับฉุกเฉิน 'โพรมีธีอุส' (Prometheus Code) กำลังทำงาน... ระบบทำลายตัวเองของฐานทัพถูกเปิดใช้งานโดยบุคคลที่ไม่ระบุตัวตน... เวลาถอยหลัง: 180 วินาที*
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่โลกไซเบอร์พังค์ใบนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ ไซเบอร์พังค์2099
วิศวกรจักรกลสังหารกับรหัสลับที่ลบไม่ได้•ตอนที่ 3
การตื่นขึ้นที่ผิดพลาด
ผลงานโดย ไซเบอร์พังค์2099
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไซเบอร์พังค์2099)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรจักรกลสังหารกับรหัสลับที่ลบไม่ได้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!