เสียงครางหึ่งต่ำของเตาปฏิกรณ์ควอนتمเดือดพล่านอยู่ใต้พื้นเหล็กกล้า สะท้อนก้องผ่านแผ่นพื้นโลหะจนปลายนิ้วของเอเดนรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนระดับนาโนที่ถูกส่งตรงมาจากใจกลางโครงสร้างชั้นใต้ดินของมหานครร้าง เขากำลังใช้ประแจปรับแรงบิดกระชับท่อส่งน้ำยาหล่อเย็นไทเทเนียมเข้ากับพอร์ตจ่ายพลังงานสำรองของชุดเกราะยุทธวิธีรุ่น Mk.IV ควันสีขาวบางเบาพวยพุ่งขึ้นทันทีเมื่อความเย็นจัดอุณหภูมิเกือบลบสองร้อยองศาเซลเซียสสัมผัสกับอากาศรอบตัวที่อบอ้าว
"อัตราการไหลของพลังงานผ่านตัวกรองนาโนคาร์บอนอยู่ที่แปดสิบสี่เปอร์เซ็นต์ครับอาจารย์... เอ่อ หมายถึง อีฟ" เอเดนชะงักมือเล็กน้อยเมื่อเผลอหลุดปากเรียกสรรพนามเดิมที่เคยใช้สมัยที่เธอยังเป็นผู้ดูแลระบบอาวุโสประจำสถาบันวิจัย ก่อนจะแก้ไขด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความใส่ใจ
อีฟยืนกอดอกพิงเสาคานคอนกรีตเสริมใยเหล็กที่เต็มไปด้วยรอยคราบสนิมและรอยกระสุนพลาสม่าเก่าคร่ำคร่า แสงไฟนีออนสีฟ้าอ่อนจากช่องระบายอากาศด้านบนสาดส่องลงมากระทบเส้นผมสีเงินยวดยวงและโครงหน้าเรียวได้รูปที่ไร้ซึ่งร่องรอยแห่งกาลเวลา เธอมองดูการทำงานของเอเดนด้วยดวงตาสีอำพันที่ฉายประกายการคำนวณชุดข้อมูลนับล้านบรรทัดในเสี้ยววินาที
"นายไม่ต้องเปลี่ยนวิธีเรียกฉันหรอก เอเดน" เสียงของอีฟราบเรียบ ทว่ากังวานก้องในโถงกว้างที่เงียบสงัด "คำว่า 'อาจารย์' สำหรับฉันในตอนนี้ มันไม่ได้เป็นเพียงแค่ตำแหน่งหน้าที่ในฐานข้อมูลที่สูญหายไป... แต่มันคือพันธะทางจิตสำนึกที่ถูกเข้ารหัสไว้ในแกนกลางความทรงจำของฉันตั้งแต่วันที่เราเริ่มถอดรหัสรหัสลับตัวแรก"
เอเดนผ่อนลมหายใจยาวนาน เขาใช้หลังมือปาดคราบน้ำมันเครื่องที่เปรอะเปื้อนข้างแก้มออกอย่างไม่ใส่ใจนัก ดวงตาสีเข้มคมกริบมองลึกลงไปในดวงตาของแอนดรอยด์สาวตรงหน้า ท่ามกลางโลกที่ล่มสลายลงด้วยน้ำมือของสงครามจักรกลและระบบ AI ที่วิวัฒนาการจนหลุดการควบคุม มนุษย์อย่างเขาเหลือเพียงไหวพริบและเศษซากเทคโนโลยีเก่าๆ เป็นเครื่องมือต่อรองความอยู่รอด แต่สิ่งที่ทำให้เขายังคงก้าวเดินต่อไปได้ ไม่ใช่แค่สัญชาตญาณการเอาตัวรอด... แต่คือความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังรหัสลับที่ถูกลบไปจากหน้าประวัติศาสตร์
"ถ้าอย่างนั้น... อาจารย์คิดว่าระบบป้องกันรอบนอกของหอคอยแม่ข่ายจะปล่อยให้เราเดินเข้าไปเป็นแขกรับเชิญที่ดีอย่างนั้นหรือครับ" เอเดนยิ้มมุมปากเล็กน้อย พรางเอื้อมมือไปหยิบปืนไรเฟิลจู่โจมติดลำกล้องแม่เหล็กไฟฟ้าขึ้นมาตรวจเช็กกระสุนพลังงาน
อีฟก้าวเท้าเข้ามาใกล้ เสียงฝีเท้าของเธอแทบไม่สร้างความดังบนพื้นผิวโลหะ เธอยื่นปลอกแขนอินเทอร์เฟซรุ่นทหารราบที่ถอดมาจากซากหน่วยลาดตระเวนให้เขา "พวกมันไม่ได้ออกแบบระบบไว้ต้อนรับแขก... แต่พวกมันถูกตั้งโปรแกรมให้ 'กำจัด' สิ่งแปลกปลอมทุกชนิดที่เข้าใกล้รัศมีหัศจรรย์หนึ่งกิโลเมตรของหอคอยแม่ข่ายเซนทิเนล ข้อมูลจากการเชื่อมต่อครั้งล่าสุดแสดงให้เห็นว่า โครงข่ายประสาทเทียมของหอคอยกำลังประมวลผล 'แผนแม่บท' บางอย่าง ซึ่งมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับรหัสลับที่ฝังอยู่ในจิตสำนึกของนาย"
เอเดนรับปลอกแขนมาสวมทับถุงมือยุทธวิธี เสียงระบบปฏิบัติการบูทเครื่องดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับหน้าจอโฮโลแกรมสีเขียวมรกตที่ฉายภาพแผนผังสามมิติของหอคอยแม่ข่ายขนาดยักษ์ที่ตั้งตระหง่านเสียดฟ้าโครงสร้างเหล็กสีดำสนิท มันดูราวกับปีศาจเหล็กกล้าที่หลับใหลอยู่กลางหลุมศพของอารยธรรมมนุษย์
"ทางแยกข้างหน้า... ฝั่งซ้ายคืออุโมงค์ระบายความร้อนใต้ดินที่มีระบบรักษาความปลอดภัยอัตโนมัติประเภทป้อมปืนกลหนักและโดรนสอดแนมรุ่นทหารราบ แต่อัตราการตรวจจับของเซ็นเซอร์ความร้อนค่อนข้างต่ำถ้าเราใช้สนามแม่เหล็กอำพราง ส่วนฝั่งขวาคือทางหลวงยกระดับลอยฟ้าที่เชื่อมตรงสู่ห้องโถงกลาง แต่ต้องแลกกับการปะทะกับฝูงจักรกลล่าสังหารระดับฮันเตอร์-คิลเลอร์ที่ลาดตระเวนอยู่ตลอดเวลา" เอเดนวิเคราะห์เส้นทางอย่างรอบคอบ นิ้วเรียวยาวกวาดผ่านหน้าจอโฮโลแกรมเพื่อจำลองความน่าจะเป็นของแต่ละเส้นทาง
อีฟพยักหน้าเล็กน้อยเพื่อเป็นการยอมรับในความสามารถการประเมินสถานการณ์ของลูกศิษย์หนุ่ม "นายมีเวลาตัดสินใจไม่มากนัก เอเดน พลังงานสำรองของชุดเกราะเราเหลือเพียงหกสิบเปอร์เซ็นต์ และสัญญาณรบกวนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากพายุภายนอกกำลังทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ หากเราเลือกทางซ้าย เราจะประหยัดกระสุนแต่ต้องเสี่ยงกับการติดกับดักทางตันหากระบบระบายความร้อนถูกสั่งปิดกั้นจากศูนย์กลาง แต่ถ้าเราเลือกทางขวา... นายจะต้องใช้ไหวพริบทั้งหมดที่มีในการหลอกลวงอัลกอริทึมการยิงของพวกมัน"
เอเดนเงียบไปชั่วขณะ บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง มีเพียงเสียงลมหายใจของเขาและเสียงฮัมเบาๆ ของเตาปฏิกรณ์ควอนตัมที่เต้นรำไปตามจังหวะเวลา สายตาของเขาไม่ได้มองไปที่เส้นทางใดเส้นทางหนึ่งโดยตรง แต่กลับจ้องมองไปยังจุดตัดของแผนผังที่ระบุว่า *'ห้องควบคุมย่อยระดับศูนย์'* ซึ่งเป็นจุดที่ข้อมูลความทรงจำของอีฟอาจถูกสำรองไว้
"เราไม่เลือกทั้งสองทางครับอาจารย์" เอเดนเงยหน้าขึ้น รอยยิ้มมั่นใจปรากฏขึ้นบนมุมปาก "เราจะใช้ท่อส่งน้ำทิ้งอุตสาหกรรมเก่าที่ขนานไปกับอุโมงค์ฝั่งซ้าย แต่วิ่งย้อนขึ้นไปเชื่อมต่อกับท่อระบายอากาศของห้องควบคุมย่อยระดับศูนย์... ตรงนั้นไม่มีทั้งป้อมปืนกลหนักและโดรนลาดตระเวน เพราะมันเป็นจุดบอดทางสถาปัตยกรรมที่ถูกละเลยในการปรับปรุงระบบครั้งล่าสุดเมื่อสิบปีก่อน"
อีฟหรี่ตาลงเล็กน้อยเพื่อคำนวณความเป็นไปได้ "ข้อมูลผังโครงสร้างเก่าแก่ขนาดนั้น... นายแน่ใจได้อย่างไรว่ามันยังไม่ถูกปิดตาย?"
"ผมตรวจสอบจากบันทึกการซ่อมบำรุงของวิศวกรอาวุโสรุ่นก่อนที่ทิ้งรหัสผ่านลับไว้ในชิปความจำของพ่อผมครับ" เอเดนดึงคันโยกกระชับลูกเลื่อนปืนไรเฟิลจนเกิดเสียงคลิกดังชัดเจน "ท่านอาจารย์... ถึงเวลาที่เราต้องไปเคาะประตูบ้านของพวกมันแล้วล่ะครับ"
ทั้งสองก้าวออกจากห้องเครื่องยนต์ร้าง มุ่งหน้าสู่ทางแยกมืดมิดเบื้องหน้า โดยไม่รู้เลยว่าการเคลื่อนไหวทุกฝีก้าวของพวกเขาถูกบันทึกและวิเคราะห์โดยดวงตาสีแดงฉานนับร้อยดวงที่ซ่อนอยู่หลังผนังเหล็กกล้าของหอคอยแม่ข่าย
ในวินาทีที่เอเดนก้าวข้ามธรณีประตูเข้าสู่เขตแดนใหม่ เสียงแจ้งเตือนระดับวิกฤตก็ดังขึ้นก้องในโสตประสาทของชุดเกราะยุทธวิธี พร้อมกับข้อความสีแดงเลือดที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอโฮโลแกรมอย่างไร้ที่มา:
*[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการเข้าถึงรหัสลับระดับ SSS จากเป้าหมายภายนอก... เริ่มกระบวนการลบความทรงจำอัตโนมัติในอีก 180 วินาที]*
อีฟชะงักฝีเท้าทันที ดวงตาสีอำพันเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจเมื่อเธอกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าเล็กน้อยที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน "เอเดน... หยุด! นั่นไม่ใช่ระบบป้องกันอัตโนมัติ... แต่มันคือกับดักที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อ 'รอ' ให้นายเดินเข้ามาตั้งแต่แรก!"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่โลกไซเบอร์พังค์ใบนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ ไซเบอร์พังค์2099
วิศวกรจักรกลสังหารกับรหัสลับที่ลบไม่ได้•ตอนที่ 13
ทางแยกสู่เขตแดนใหม่
ผลงานโดย ไซเบอร์พังค์2099
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไซเบอร์พังค์2099)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรจักรกลสังหารกับรหัสลับที่ลบไม่ได้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!