"สามครั้ง... จังหวะการเคาะนั่นไม่ใช่รูปแบบการโจมตี แต่มันคือรหัสเคาะเรียกขานของหน่วยปฏิบัติการพิเศษเซกเตอร์เจ็ด"
เอเดนพึมพำกับตัวเอง เสียงกระซิบของเขาแผ่วเบาจนแทบจะกลืนหายไปกับเสียงฮัมของระบบระบายความร้อนที่ทำงานอย่างหนักหน่วงภายในห้องควบคุมใต้ดิน แสงไฟสีน้ำเงินเข้มสาดส่องลงบนใบหน้าด้านข้างของเขา ทอดเงายาวทาบทับลงบนแผงวงจรควบคุมหลักที่ตอนนี้แสดงสถานะการล็อกดาวน์ระดับสมบูรณ์
นิ้วเรียวยาวของวิศวกรหนุ่มยังคงค้างอยู่เหนือคีย์บอร์ดโฮโลแกรม หน้าจอตรงหน้ากระพริบเตือนด้วยตัวอักษรสีแดงฉาน—*[ระบบตรวจพบตัวตนของ "ผู้สร้างต้นแบบ" รหัส: 000 - ยืนยันการเชื่อมต่อหรือไม่?]*—แต่ความสนใจของเขากลับถูกดึงดูดด้วยเสียงเคาะสามครั้งที่ดังขึ้นอีกครั้งจากบานประตูเหล็กหนาแปดนิ้วเบื้องหน้า
อีฟก้าวเข้ามาประชิดด้านข้างของเขาอย่างเงียบเชเชียบราวกับภูตผี ไร้ซึ่งเสียงฝีเท้าเนื่องจากข้อต่อไฮดรอลิกเกรดทหารที่ได้รับการปรับแต่งมาเป็นพิเศษ แววตาคู่สวยที่เป็นเลนส์ออปติคัลสีอำพันกวาดมองผ่านช่องมองภาพขนาดเล็กบนประตู ก่อนที่ระบบประมวลผลภายในของเธอจะวิเคราะห์คลื่นความร้อนและรูปแบบชีวภาพผ่านผนังหนา
"ไม่ใช่ทหารรับจ้างของบริษัท และไม่ใช่หน่วยจู่โจมของรัฐบาลครับ เอเดน" เสียงหวานใสแต่ราบเรียบตามแบบฉบับแอนดรอยด์ดังขึ้น แฝงไว้ด้วยความระแวดระวังขั้นสูงสุด "อัตราการเต้นของหัวใจจากอีกฝั่งอยู่ที่หวดเจ็ดสิบครั้งต่อนาที สมสัดส่วนของมนุษย์เพศชายวัยกลางคน แต่อุณหภูมิร่างกายต่ำกว่าปกติเล็กน้อย บ่งบอกว่าเขาเพิ่งผ่านการใช้แคปซูลจำศีลความดันสูงมาไม่นาน"
เอเดนหรี่ตาลง ความคิดในหัวแล่นเร็วจี๋ราวกับโปรเซสเซอร์ควอนตัม สถานีหลบภัยใต้ดินแห่งนี้เป็นความลับขั้นสุดยอด มีเพียงสมาชิกแกนนำระดับสูงของกลุ่มกบฏ "แนวร่วมอิสรภาพนีโอเทค" ไม่เกินห้าคนเท่านั้นที่รู้พิกัดที่แน่นอน แล้วบุคคลที่สามที่ถูกขนานนามว่าเป็น "ผู้สร้างต้นแบบ รหัส: 000" คนนี้คือใครกันแน่? และที่สำคัญกว่านั้น... เขารอดพ้นจากกองกำลังสังหารนับร้อยที่ปิดล้อมอยู่ภายนอกได้อย่างไร
"เปิดประตูครับ อีฟ" เอเดนตัดสินใจเด็ดขาด พร้อมกับดึงปืนพกเลเซอร์รุ่นเก่าออกจากซองข้างเอว แม้ประสิทธิภาพมันจะเทียบไม่ได้กับอาวุธยุคใหม่ แต่ความเสถียรของมันคือสิ่งที่เขาเชื่อใจ
เสียงกลไกไฮดรอลิกคำรามต่ำ ประตูเหล็กหนาค่อยๆ เลื่อนเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นกลุ่มควันจางๆ ที่ลอยวนอยู่ตามทางเดิน และร่างของชายคนหนึ่งที่ยืนพิงผนังปูนเปลือยอย่างอ่อนแรง
ชายผู้นั้นสวมเสื้อโค้ทกันหนาวสีดำสนิทที่ขาดวิ่นตามรอยกระสุน ดวงตาข้างหนึ่งถูกแทนที่ด้วยไซเบอร์wareรุ่นโบราณที่มีแสงสีฟ้าอ่อนกะพริบติดๆ ดับๆ ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากสะเก็ดระเบิด แต่สิ่งที่ทำให้เอเดนต้องชะงักค้างไปไม่ใช่สภาพความสะินสะอมนั้น หากแต่เป็นแผ่นป้ายชื่อโลหะที่ติดอยู่บนอกเสื้อ—*ดอกเตอร์วิลเลียม เกรย์* อดีตหัวหน้านักวิจัยโครงการพันธุกรรมจักรกลผู้หายสาบสูญไปเมื่อสิบปีก่อน
"ไม่นึกเลยว่า... จะมีคนรุ่นหลานมาเปิดประตูต้อนรับคนแก่ใกล้ตายคนนี้" ดอกเตอร์วิลเลียมส่งเสียงหัวเราะแห้งๆ ออกมา ก่อนจะทรุดตัวลงพิงกับกรอบประตู ลมหายใจหอบกระชั้น
อีฟขยับตัวเข้ามาบังหน้าเอเดนโดยสัญชาตญาณ ปืนพลาสม่าที่แขนขวาถูกแปลงสภาพพร้อมยิง "ระวังครับ ชีพจรของเขาไม่สม่ำเสมอ มีความเป็นไปได้สูงว่าร่างกายถูกฝังระเบิดควบคุมระยะไกล"
"ใจเย็นก่อนอีฟ... เขาไม่ได้มาเพื่อฆ่าเรา" เอเดนวางมือลงบนไหล่ของแอนดรอยด์สาวเบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม ก่อนจะก้าวเข้าไปพยุงร่างของอดีตหัวหน้านักวิจัยให้นั่งลงบนเก้าอี้สำรองใกล้โต๊ะทำงาน
"แก... เอเดนสินะ" ดอกเตอร์วิลเลียมเงยหน้าขึ้นมองวิศวกรหนุ่ม แววตาข้างที่เป็นจักรกลกวาดสำรวจแผงวงจรและหน้าจอโฮโลแกรมที่กระจัดกระจาย "ฉันเฝ้าดูการเติบโตของแกผ่านเครือข่ายสำรองมาตลอด... แกมีความสามารถในการรีเวิร์สเอนจิเนียร์ระบบของบริษัทได้ดีกว่าที่ฉันคาดไว้เสียอีก แต่น่าเสียดาย... ความฉลาดของแกกำลังจะพาแกไปสู่หลุมฝังศพ"
เอเดนขมวดคิ้วแน่น น้ำเสียงของเขาเจือแววเยียบเย็น "หมายความว่าอย่างไรครับ ดอกเตอร์? หรือว่าการที่กองกำลังของบริษัทบุกมาถึงที่นี่ได้..."
"ไม่ใช่ความผิดพลาดของระบบรักษาความปลอดภัยภายนอกหรอกครับคุณวิศวกร" ดอกเตอร์วิลเลียมยิ้มเยาะที่มุมปาก เลือดสีคล้ำไหลซึมออกจากมุมปากของเขา "แต่เป็นเพราะมี 'หนอนบ่อนไส้'... คนในกลุ่มกบฏของเราเองนี่แหละที่ขายพิกัดและรหัสผ่านความปลอดภัยทั้งหมดแลกกับตั๋วอพยพไปใช้ชีวิตสุขสบายบนดาวอาณานิคมชั้นหนึ่ง"
คำพูดนั้นราวกับค้อนเหล็กขนาดมหึมาที่ทุบลงกลางศีรษะของเอเดน ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องควบคุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงเตือนของระบบที่ดังเป็นระยะเท่านั้นที่ย้ำเตือนถึงความเป็นจริงอันโหดร้าย
"ใคร..." เอเดนเค้นเสียงถาม นัยน์ตาคมกริบฉายแวววโรจน์ "ใครคือคนทรยศ?"
"รายชื่อทั้งหมดถูกเข้ารหัสไว้ในหน่วยความจำสำรองของฉัน..." ดอกเตอร์วิลเลียมยกมือที่สั่นเทาขึ้นแตะที่ขมับด้านซ้ายของตนเอง ซึ่งมีช่องเชื่อมต่อข้อมูลแบบเก่าฝังอยู่ "แต่ก่อนที่พวกมันจะส่งชุดสังหารชุดสุดท้ายมาเก็บกวาด... แกต้องเลือกเอเดน ระหว่างการใช้ข้อมูลนี้เปิดโปงความจริงเพื่อทำลายองค์กรจากรากฐาน ซึ่งจะทำให้เพื่อนร่วมอุดมการณ์ทั้งหมดต้องกลายเป็นเป้าหมายในการกวาดล้าง หรือ... ยอมจำนนต่อข้อเสนอของบริษัท แล้วส่งมอบรหัสลับที่ลบไม่ได้ให้แก่พวกมันซะ"
ในวินาทีนั้นเอง หน้าจอโฮโลแกรมหลักที่เคยดับวูบไปก็สว่างวาบขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับภาพวิดีโอสตรีมมิ่งสดจากกล้องวงจรปิดบริเวณลานจอดรถใต้ดินชั้นสาม... ร่างของสหายร่วมรบคนสนิทกำลังยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มทหารรับจ้างของบริษัท พร้อมกับถือแฮนดี้ไดรฟ์ข้อมูลลับสุดยอดในมือ
เอเดนจ้องมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งความเจ็บปวด ความโกรธแค้น และความจริงอันหนักอึ้งที่แบกรับไว้บนบ่า
[ตอนจบแบบ CLIFFHANGER HOOK]:
ทันใดนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับวิกฤตก็ดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นกลางจอโฮโลแกรม—*[ตรวจพบการเริ่มกระบวนการล้างข้อมูลอัตโนมัติจากภายนอก: เหลือเวลาอีก 60 วินาทีทุกลิงก์ความทรงจำจะถูกทำลาย]*—และก่อนที่เอเดนจะทันได้เอ่ยปากสั่งการใดๆ ประตูห้องควบคุมด้านหลังก็ถูกระเบิดออกเป็นจุล พร้อมกับการปรากฏตัวของเงาร่างคุ้นเคยที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับกระบอกปืนเลเซอร์ที่เล็งตรงมายังแผ่นหลังของเขาพอดี!
---
ขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนนิยายเรื่องนี้ด้วยดีเสมอมาครับ!
ไซเบอร์พังค์2099
วิศวกรจักรกลสังหารกับรหัสลับที่ลบไม่ได้•ตอนที่ 26
การทรยศจากภายใน
ผลงานโดย ไซเบอร์พังค์2099
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไซเบอร์พังค์2099)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรจักรกลสังหารกับรหัสลับที่ลบไม่ได้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!