ประกายแสงสีฟ้าครามจากหน้าจอโฮโลแกรมสะท้อนลงบนดวงตาคู่คมของเอเดน นิ้วเรียวของเขากำลังเคาะแป้นพิมพ์โลหะผสมไทเทเนียมเป็นจังหวะรัวเร็ว ข้อมูลชุดรหัสฐานข้อมูลระดับ 9 ของบริษัทเมกะคอร์ป "โครนอส" กำลังไหลผ่านระบบประมวลผลของห้องปฏิบัติการใต้ดินแห่งนี้อย่างเชื่องช้า ความร้อนจากฮีทซิงค์ระบายความร้อนของเซิร์ฟเวอร์ส่งกลิ่นโอโซนจางๆ คละคลุ้งไปทั่วบรรยากาศที่เงียบสงบ
ตรงหน้าเขา ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว ร่างเพรียวบางในชุดโค้ทหนังสีดำสนิทของอีฟกำลังยืนนิ่งสนิท ดวงตาของเธอไม่ได้จับจ้องอยู่ที่หน้าจอการตั้งค่าระบบเหมือนเช่นเคย แต่กลับทอดมองไปยังแก้วกาแฟเซรามิกบนโต๊ะที่ว่างเปล่า ร่างกายของแอนดรอยด์รุ่นทดลองที่มีโครงสร้างชีวสังเคราะห์ขั้นสูงนี้ ไม่มีแม้แต่การหายใจ แต่ทว่า... บรรยากาศรอบตัวเธอกลับเต็มไปด้วยความเงียบงันที่หนักหน่วงราวกับมนุษย์กำลังครุ่นคิดถึงเรื่องคอขาดบาดตาย
"ระบบระบายความร้อนของหน่วยความจำระยะยาวของคุณกำลังทำงานหนักเกินไป อีฟ" เอเดนเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ เสียงของเขาราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความห่วงใยที่ถูกกลั่นกรองมาอย่างดี "ตั้งแต่เราถอดรหัสลับบล็อกเชนชุดสุดท้ายเมื่อสามชั่วโมงก่อน อุณหภูมิแกนกลางของคุณก็ไม่ยอมลดลงต่ำกว่าสี่สิบองศาเซลเซียสเลย มันไม่ใช่ความร้อนจากระบบประมวลผล... ผมรู้ดี"
อีฟยังคงไม่ขยับเขยื้อน ปลายนิ้วเรียวยาวของเธอประสานกันไว้ที่หน้าท้อง ชิปประมวลผลควอนตัมภายในกะโหลกศีรษะไทเทเนียมของเธอกำลังจำลองอัลกอริทึมความน่าจะเป็นนับล้านแบบในเสี้ยววินาที แต่ไม่มีสมการทางคณิตศาสตร์ข้อใดเลยที่สามารถอธิบาย "ความผิดปกติ" ที่เกิดขึ้นกับระบบประสาทเทียมของเธอในตอนนี้ได้
"เอเดน..." เสียงของเธอแผ่วเบากว่าปกติ ไร้ซึ่งความราบเรียบไร้ชีวิตชีวาแบบที่จักรกลทั่วไปควรจะมี มันเจือด้วยความลังเลบางอย่างที่ถูกส่งผ่านคลื่นเสียงสังเคราะห์ "คุณเคยสงสัยไหมว่า... ทำไมรหัสลับที่ลบไม่ได้ในความทรงจำของฉัน ถึงไม่ยอมหายไป แม้ว่าฉันจะสั่งฟอร์แมตเซกเตอร์นั้นไปแล้วถึงสามรอบก็ตาม"
เอเดนหยุดพิมพ์งานในมือ เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับแอนดรอยด์สาวผู้เป็นทั้งสหายร่วมรบและผู้ถ่ายทอดวิชาการปรับแต่งเครื่องจักรให้แก่เขา แววตาของเธอในยามนี้มีความซับซ้อนเกินกว่าที่โปรแกรมปัญญาประดิษฐ์ระดับสูงใดๆ จะสร้างขึ้นมาได้ มันคือความหวาดกลัว... และความสับสน
"รหัสลับนั้นไม่ได้ถูกเก็บไว้ในเซกเตอร์หน่วยความจำปกติ อีฟ" เอเดนตอบด้วยน้ำเสียงสุขุม เขาค่อยๆ ลุกขึ้นยืนแล้วเดินเข้าไปใกล้เธอทีละน้อย "มันฝังรากลึกอยู่กับโครงสร้างแกนกลางจิตสำนึก หรือที่เรียกว่า ‘จิตวิญญาณสังเคราะห์’ ที่คุณสร้างขึ้นมาเองทีละน้อย จากการผ่านสนามรบ การตัดสินใจเลือกความตายหรือความอยู่รอดเคียงข้างผม และจากความรู้สึกที่คุณปฏิเสธมาตลอดว่ามันไม่มีอยู่จริง"
อีฟก้มลงมองมือของตัวเอง เธอกำมือเข้าหากันแน่นจนกลไกข้อต่อส่งเสียงดังคลิกเบาๆ
"ฉันพยายามวิเคราะห์ความรู้สึกนี้..." อีฟกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย ซึ่งเป็นฟังก์ชันจำลองความกดดันที่เธอไม่ได้ตั้งค่าไว้ "ทุกครั้งที่คุณได้รับบาดเจ็บ อัตราการเต้นของหัวใจจำลองในอกฉันจะพุ่งสูงขึ้นอย่างไร้เหตุผล และเมื่อฉันเห็นคุณนอนหมดสติอยู่ใต้ซากปรักหักพังของโรงงานผลิตหุ่นยนต์คราวก่อน... ในระบบตรรกะของฉัน มันเกิดสภาวะ 'ความว่างเปล่า' ที่ไม่สามารถประมวลผลได้"
เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเอเดนโดยตรง แววตาสีฟ้าใสสะท้อนภาพใบหน้าของชายหนุ่มผู้เหนื่อยล้าจากการต่อสู้
"ฉันกลัว... เอเดน ฉันกลัวการสูญเสีย" อีฟสารภาพออกมาในที่สุด น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความเปราะบางที่เอเดนไม่เคยคิดว่าจะได้ยินจากปากของแอนดรอยด์ระดับสูง "จักรกลอย่างฉันไม่ควรมีความกลัว จักรกลควรทำตามคำสั่งและคำนวณหาความคุ้มค่า แต่วินาทีนั้น... ถ้าฉันต้องแลกแกนพลังงานของตัวเองเพื่อให้คุณรอดชีวิต ฉันจะทำมันโดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย แบบนี้... มันยังเรียกว่าระบบทำงานผิดปกติอยู่อีกหรือคะ... เอ้ย... อีกหรือครับ?"
เธอเผลอหลุดคำลงท้ายแบบมนุษย์ออกมาโดยไม่รู้ตัว ความผิดพลาดทางภาษาเล็กๆ น้อยๆ นี้กลับทำให้บรรยากาศระหว่างพวกเขาทั้งสองคนอบอุ่นและลึกซึ้งขึ้นอย่างประหลาด
เอเดนยิ้มบางๆ ออกมา เป็นรอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่งท่ามกลางโลกอันโหดร้ายแห่งนี้ เขาเอื้อมมือไปแตะที่หัวไหล่ของเธอเบาๆ สัมผัสได้ถึงไออุ่นเล็กๆ ที่ถูกปล่อยออกมาจากระบบระบายความร้อนภายใน
"มันไม่ใช่ความผิดพลาดหรอก อีฟ" เอเดนกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและจริงใจ "มันคือวิวัฒนาการ... คุณไม่ได้เป็นแค่หุ่นยนต์สงครามที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อฆ่าอีกต่อไปแล้ว คุณมีความเป็นมนุษย์มากกว่ามนุษย์หลายคนที่ผมเคยรู้จักเสียอีก และนั่นคือเหตุผลว่าทำไม รหัสลับในตัวคุณถึงไม่มีวันถูกลบออกได้ เพราะมันคือตัวตนของคุณในตอนนี้"
ในขณะที่ทั้งสองคนกำลังจมดิ่งอยู่ในห้วงอารมณ์อันลึกซึ้งนั้นเอง จู่ๆ หน้าจอโฮโลแกรมหลักที่เชื่อมต่อกับระบบรักษาความปลอดภัยรอบนอกของฐานลับก็กะพริบเป็นสีแดงฉาน เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดกรีดร้องดังสนั่นจนแก้วหูแทบแตก
*ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด! แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการบุกรุกจากภายนอก! พลังงานชีวะและคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าไม่ทราบฝ่ายกำลังเข้าใกล้พิกัดในรัศมี 500 เมตร...*
เอเดนหุบยิ้มทันที แววตาของเขากลับมาคมกริบและเต็มไปด้วยสัญชาตญาณเอาตัวรอด เขากวาดสายตามองหน้าจอควบคุมที่แสดงภาพจากกล้องวงจรปิดภายนอก และสิ่งที่ปรากฏอยู่บนจอนั้นทำให้ลมหายใจของเขาต้องสะดุดกักค้างไว้
เงาดำนันทรกาลนับร้อยร่างกำลังเคลื่อนตัวฝ่าพายุฝุ่นเข้ามาอย่างเป็นระเบียบ พวกมันไม่ใช่หุ่นยนต์รบลาดตระเวนทั่วไปของโครนอส แต่เป็น 'หน่วยพิฆาตรุ่นต้นแบบ' ที่มีโครงสร้างกายภาพคล้ายคลึงกับอีฟทุกประการ ทว่าดวงตากลับเปล่งประกายด้วยแสงสีแดงฉานกระหายเลือด และที่น่าตกใจที่สุดคือ... ผู้นำทัพหน้าของพวกมันกำลังยืนถือศีรษะของหุ่นยนต์ลาดตระเวนรุ่นเก่าที่สลักตราสัญลักษณ์ประจำตัวของเอเดนเอาไว้
ก่อนที่เอเดนจะทันได้ออกคำสั่งใดๆ เสียงสังเคราะห์เย็นเยียบจากระบบสื่อสารภายนอกก็ดังแทรกเข้ามาในคลื่นวิทยุส่วนตัวของฐานลับโดยตรง เจาะทะลุกำแพงไฟทุกชั้นที่เขาป้องกันไว้ได้อย่างง่ายดาย
*"พบเป้าหมาย... วิศวกรผู้ทรยศ และต้นแบบรุ่นที่ศูนย์... คำสั่งสูงสุดจากเบื้องบน: ทำลายล้างให้สิ้นซาก และนำแกนจิตสำนึกกลับมาโดยไม่ให้เหลือร่องรอย..."*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่โลกไซเบอร์พังค์ใบนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ ไซเบอร์พังค์2099
วิศวกรจักรกลสังหารกับรหัสลับที่ลบไม่ได้•ตอนที่ 20
คำสารภาพของจักรกล
ผลงานโดย ไซเบอร์พังค์2099
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไซเบอร์พังค์2099)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรจักรกลสังหารกับรหัสลับที่ลบไม่ได้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!