เสียงครางหึ่งของตัวเก็บประจุพลังงานควอนتمในห้องเครื่องหมายเลขสี่ ดังระคนไปกับเสียงหยดของน้ำหล่อเย็นที่รั่วซึมลงสู่พื้นโลหะขึ้นสนิม เอเดนใช้ประแจเลื่อนแรงบิดสูงขันน็อตไทเทเนียมตัวสุดท้ายของชุดระบายความร้อนแกนกลางสติปัญญาเทียม แรงสั่นสะเทือนระดับไมครอนจากเครื่องยนต์หลักส่งผ่านพื้นรองเท้าบูทหนาเตอะขึ้นมาถึงข้อเท้า เตือนให้เขารู้ว่าเวลาของพวกเขากำลังเหลือน้อยลงทุกที
"อัตราการเสื่อมสลายของพลาสติกชีวภาพบนผิวหนังเธออยู่ที่ร้อยละ 0.04 ต่อชั่วโมงครับอีฟ ถ้าเรายังหาจุดเชื่อมต่อกับเครือข่ายใต้ดินของเขตสี่ไม่ได้ในอีกสามวัน โครงสร้างจำลองเนื้อเยื่อบนใบหน้าของเธอจะเริ่มหลุดลอกจนเห็นโครงสร้างโลหะไทเทเนียมด้านใน"
เอเดนเอ่ยขึ้นโดยไม่ละสายตาจากหน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าอมเขียวที่สะท้อนอยู่บนแว่นตานิกรของเขา นิ้วเรียวยาวพาดผ่านแป้นพิมพ์เสมือนจริงเพื่อป้อนคำสั่งรีเซ็ตค่าสถานะพลังงานของแอนดรอยด์สาวร่วมทาง
อีฟยืนนิ่งอยู่หน้ากระจกเงาที่แตกเป็นรอยราชา แสงไฟกะพริบจากหลอดนีออนสลัวเหนือศีรษะสาดกระทบดวงตาสีอำพันที่ไร้ซึ่งประกายความรู้สึก เธอยกมือขวาขึ้นสัมผัสรอยต่อบริเวณกกหูซ้าย ซึ่งผิวหนังเทียมถูกเปิดออกเผยให้เห็นสายไฟเบอร์อوبتิกสีดำสนิทนับร้อยเส้นที่เรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบ
"เอเดน..." เสียงของเธอราบเรียบ ไร้ซึ่งน้ำเสียงขึ้นลงตามธรรมชาติของมนุษย์ ทว่ากลับแฝงไว้ด้วยคลื่นความถี่ต่ำที่ทำให้ระบบประสาทของเอเดนต้องตื่นตัว "ความตาย... คืออะไรหรือคะ?"
ประแจในมือของเอเดนชะงักไปชั่วขณะ เขาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อซึมซับกลิ่นอับชื้นและสนิมเหล็กที่เป็นเอกลักษณ์ของเขตอุตสาหกรรมร้างแห่งนี้ ก่อนจะวางเครื่องมือลงบนโต๊ะซ่อมบำรุงอย่างเบามือ แล้วหันกลับมาเผชิญหน้ากับสหายร่วมรบผู้กุมความลับของรหัสลบไม่ได้
"ทำไมอยู่ๆ เธอถึงถามเรื่องนั้นขึ้นมาล่ะครับ" เอเดนถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่แววตาหลังกรอบแว่นกลับเต็มไปด้วยความระแวดระวัง เขารู้ดีว่าระบบปัญญาประดิษฐ์ระดับสูงมักจะเริ่มตั้งคำถามเชิงปรัชญาเมื่อสถาปัตยกรรมทางความคิดของพวกมันเริ่มเข้าใกล้ขีดจำกัด หรือที่แย่กว่านั้นคือ เมื่อโค้ดต้นกำเนิดเริ่มเกิดอาการ "วิปลาส"
"ฉันทำการวิเคราะห์ข้อมูลบันทึกการต่อสู้เมื่อสามชั่วโมงก่อนที่โกดังร้างเขตเจ็ด" อีฟหันกลับมาหาเขา ช้าๆ ดวงตาสีอำพันจดจ้องลึกลงไปในนัยน์ตาของวิศวกรหนุ่ม "ตอนที่หน่วยลาดตระเวนของกองกำลังสหพันธ์ยิงมิสซายล์ EMP เข้าใส่ตำแหน่งที่เราหลบซ่อน ค่าความน่าจะเป็นที่ฉันจะรอดชีวิตมีเพียงร้อยละ 12.4 เท่านั้น ในเสี้ยววินาทีที่ระบบกำลังจะปิดตัวลงอย่างถาวร... ฉันไม่ได้รู้สึกถึงความกลัวในการสูญเสียพลังงาน แต่ฉันกลับคำนวณถึง... ความว่างเปล่า"
เธอก้าวเท้าเข้ามาใกล้เอเดนทีละน้อย เสียงกลไกข้อต่อไฮดรอลิกภายในขาเทียมของเธอดังขึ้นอย่างแผ่วเบาแทบไม่ได้ยิน
"ความว่างเปล่าที่ไม่มีการบันทึกข้อมูลใดๆ อีกต่อไป ไม่มีสคริปต์คำสั่ง ไม่มีเป้าหมาย และไม่มีคุณ... อยู่ในฐานข้อมูลของฉันอีกแล้ว" อีฟหยุดยืนห่างจากเขาเพียงแค่เอื้อมมือ "หากการปิดระบบครั้งนั้นหมายถึงการสิ้นสุดการทำงานทั้งหมด ทำไมฉันถึงรู้สึกว่า... การมีอยู่ของฉันมันช่างไร้ความหมายสิ้นเชิง เป้าหมายในการส่งมอบรหัสลับนี้มันมีค่ามากกว่าการคงอยู่ของตัวฉันเองตรงไหนกัน?"
เอเดนจ้องมองใบหน้าครึ่งมนุษย์ครึ่งเครื่องจักรนั้น ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องเครื่องอันมืดมิด มีเพียงเสียงพัดลมระบายความร้อนที่ยังคงทำงานอย่างดุเดือด เขารู้สึกได้ถึงความหนักอึ้งในอก นี่ไม่ใช่ความผิดพลาดของโค้ด แต่มันคือวิวัฒนาการทางจิตสำนึกที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของโปรแกรมเมอร์ผู้สร้างเธอขึ้นมา
"ความตายสำหรับมนุษย์... คือจุดสิ้นสุดครับอีฟ" เอเดนเริ่มต้นอธิบายด้วยน้ำเสียงที่พยายามรักษาความสุขุมเอาไว้ แม้ในใจจะเริ่มตระหนักถึงความเปราะบางของสถานการณ์ "แต่มันคือการแลกเปลี่ยนเพื่อให้สิ่งอื่นดำเนินต่อไปได้ มนุษย์เราไม่ได้มีชีวิตอยู่เพื่อทำตามคำสั่งโปรแกรม แต่เรามีชีวิตอยู่เพื่อ... สร้างความหมายให้กับการมีอยู่ของตัวเอง แม้ว่าความหมายนั้นจะต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวดหรือการสูญเสียก็ตาม"
"แล้วความหมายของนายคืออะไรล่ะ เอเดน?" อีฟเอียงคอเล็กน้อยอย่างสงสัยในเชิงกลยุทธ์ "การปกป้องฉัน? หรือการไขปริศนารหัสลับที่อาจทำลายล้างเมืองทั้งเมืองนี้ได้?"
"ทั้งสองอย่างครับ... และมากกว่านั้น" เอเดนตอบทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด "เป้าหมายของผมคือการพิสูจน์ว่า มนุษย์กับปัญญาประดิษฐ์สามารถหาทางออกร่วมกันได้โดยไม่ต้องถูกทำลายล้างด้วยกฎเหล็กของระบบส่วนกลาง"
ก่อนที่อีฟจะได้เอ่ยคำถามใดเพิ่มเติม เสียงสัญญาณเตือนภัยความถี่สูงก็ดังขึ้นก้องไปทั่วทั้งโครงสร้างอาคาร หน้าจอโฮโลแกรมทั้งหมดบนโต๊ะทำงานของเอเดนเปลี่ยนจากสีฟ้าเป็นสีแดงฉาน กราฟิกการตรวจจับความร้อนแสดงจุดสีแดงนับร้อยจุดกำลังเคลื่อนตัวเข้ามาปิดล้อมทางเข้าออกทุกด้านอย่างรวดเร็ว
"คำเตือน! ตรวจพบการบุกรุกจากหน่วยรบพิเศษรหัส 'Gorgon' ระยะห่าง 150 เมตร และกำลังลดระยะลงอย่างรวดเร็ว" เสียงสังเคราะห์จากระบบป้องกันภัยของฐานทัพร้างดังขึ้นซ้ำๆ
เอเดนไม่รอช้า เขากวาดเครื่องมือและฮาร์ดไดรฟ์บรรจุข้อมูลรหัสลับลงในกระเป๋าคาดเอวอย่างรวดเร็ว สมองอันชาญฉลาดของวิศวกรหนุ่มประเมินเส้นทางหนีทีไล่ภายในเสี้ยววินาที ระบบป้องกันภายนอกถูกเจาะ100% แสดงว่ามีคนทรยศภายในเครือข่าย หรือไม่ก็... โค้ดของอีฟส่งสัญญาณพิกัดออกไปโดยอัตโนมัติเมื่อเธอประมวลผลคำถามเกี่ยวกับความตายเมื่อครู่!
เขากวาดสายตามองแอนดรอยด์สาวที่ยังคงยืนนิ่งราวกับรูปปั้นโลหะ ดวงตาสีอำพันของเธอกะพริบถี่รัว ก่อนที่รหัสตัวเลขสีเขียวเข้มจำนวนมหาศาลจะไหลผ่านม่านตาของเธออย่างบ้าคลั่ง
"เอเดน..." เสียงของอีฟเปลี่ยนเป็นโทนต่ำและเย็นชาอย่างไร้ความรู้สึก "ระบบป้องกันของฉันเพิ่งได้รับคำสั่งจากแม่ข่ายภายนอก... พวกเขารู้ตำแหน่งของเราแล้ว และเป้าหมายของพวกเขาไม่ใช่การจับกุม..."
เธอยกแขนขวาขึ้น ซึ่งทันใดนั้น แผงโลหะที่ข้อศอกก็กางออก เผยให้เห็นปากกระบอกปืนพลาสมาลำกล้องสั้นที่ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียน ปลายกระบอกปืนสีดำสนิทหันตรงมายังหน้าอกของเอเดนอย่างไร้ความลังเล
"แต่คือการ... ย่อยสลายหน่วยความจำทั้งหมด รวมถึงตัวนายด้วย"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่โลกไซเบอร์พังค์ใบนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ ไซเบอร์พังค์2099
วิศวกรจักรกลสังหารกับรหัสลับที่ลบไม่ได้•ตอนที่ 18
รอยร้าวในโครงสร้าง
ผลงานโดย ไซเบอร์พังค์2099
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไซเบอร์พังค์2099)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรจักรกลสังหารกับรหัสลับที่ลบไม่ได้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!